โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘C&G’ จากภูเขาขยะสู่ไฟฟ้า บทสนทนาของโรงงาน เมือง และชุมชน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทุกวัน กรุงเทพมหานครต้องจัดการกับขยะหลายพันตัน ของที่ถูกทิ้งลงถังในบ้านแต่ละหลัง ไม่ได้จบเส้นทางแค่รถเก็บขยะ หากยังต้องเข้าสู่ระบบจัดการที่ซับซ้อนกว่านั้น หนึ่งในโมเดลที่ถูกนำมาใช้ คือโรงกำจัดขยะผลิตพลังงานไฟฟ้า C&G Environmental Protection จากจีน เข้ามามีบทบาทในระบบนี้ ที่นี่สามารถกำจัดขยะได้ราว 500 ตันต่อวัน หรือประมาณ 180,000 ตันต่อปี ผลิตไฟฟ้าได้เกือบ 10 เมกะวัตต์ และจ่ายไฟเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้านครหลวง บทความนี้จะพาไปสำรวจวิถีทางของการทำงาน ตลอดจนระบบการทำงานที่ออกแบบมาให้เข้าใจทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อมผ่านบทสนทนาที่น่าสนใจ

ทุกวัน กรุงเทพมหานครต้องจัดการกับขยะหลายพันตัน ของที่ถูกทิ้งลงถังในบ้านแต่ละหลัง ไม่ได้จบเส้นทางแค่รถเก็บขยะ หากยังต้องเข้าสู่ระบบจัดการที่ซับซ้อนกว่านั้น

หนึ่งในโมเดลที่ถูกนำมาใช้ คือโรงกำจัดขยะผลิตพลังงานไฟฟ้า C&G Environmental Protection จากจีน เข้ามามีบทบาทในระบบนี้

ที่นี่สามารถกำจัดขยะได้ราว 500 ตันต่อวัน หรือประมาณ 180,000 ตันต่อปี ผลิตไฟฟ้าได้เกือบ 10 เมกะวัตต์ และจ่ายไฟเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้านครหลวง

พื้นที่ตรงนี้ เคยเป็นบ่อขยะลึกกว่าสิบเมตร ก่อนจะถูกฟื้นฟูและก่อสร้างเป็นโรงงานอย่างที่เห็นในวันนี้ แต่ตัวเลขเหล่านั้นอาจไม่สำคัญเท่าคำถามที่ว่า ระบบนี้ทำงานอย่างไร และอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างไร

มือคุมเครน และจังหวะของขยะ

ธนรัฐ วงศ์อนันต์ ผู้ควบคุมเครนของโรงงาน C&G Environmental Protection ทำงานอยู่ที่นี่มา 9 ปี หน้าที่ของเขาคือจัดการกับรถขยะที่เข้ามาในแต่ละวัน ด้วยการจัดกการกับกองขยะ แบ่งโซน และดู “ความชื้น”

ขยะที่เพิ่งเข้ามาใหม่จะมีสีต่างจากขยะที่พักไว้แล้ว โดยขยะที่เข้ามาใหม่ เมื่อใช้เครนคีบไปอยู่ในกองเดียวกันแล้วต้องพักไว้อย่างน้อย 3-5 วัน เพื่อให้ความชื้นลดลง เพราะถ้าขยะชื้นเกินไป กระบวนการเผาจะไม่มีประสิทธิภาพ

เมื่อถามว่า ทำงานตรงนี้มา 9 ปี เป็นคนหน้างานคอนคุมเครนคีบขยะเช่นนี้ อยากบอกอะไรกับคนภายนอกบ้าง ธนรัฐบอกสั้นๆ ว่า “ใช้ขยะให้น้อยลง เพราะเยอะขึ้นทุกวัน”

ทั้งนี้ จากจังหวะมือคุมเครน ขยะจะถูกส่งเข้าสู่เตาเผา และจากตรงนั้น ระบบอีกชั้นหนึ่งจึงเริ่มทำงาน

จากเตาเผา สู่ไฟฟ้า

รัฐพล ชัยวุฒิธร ผู้จัดการโรงงาน C&G Environmental Protection อธิบายว่า การเผาไม่ได้หมายถึงการเผาทิ้ง เมื่อขยะเข้าสู่เตาเผา ความร้อนที่เกิดขึ้นจะถูกส่งต่อไปยังหม้อไอน้ำ เปลี่ยนน้ำเป็นไอน้ำ และไอน้ำจะหมุนกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ขยะจึงกลายเป็นพลังงาน แต่คำถามสำคัญกว่าคือ การเผาเหล่านั้นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่?

รัฐพลอธิบายว่า โรงงานใช้ถ่านกัมมันต์และปูนขาวในการบำบัดไอเสียก่อนเข้าสู่ระบบถุงกรองขนาดใหญ่ ฝุ่นละอองจะถูกดักจับก่อนปล่อยออกสู่ปล่อง ซึ่งมีหน้าที่เพียงระบายความร้อน

นอกจากนี้ โรงงานยังมีระบบตรวจวัดออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง และส่งข้อมูลไปยังกรมอุตสาหกรรม โดยเขาย้ำว่า การเผาไม่ใช่แค่เผาเฉยๆ แต่เผาแบบมีคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมซึ่งไม่ส่งผลเสียเลย

และอีกประโยคหนึ่งที่สะท้อนมุมมองของเขาคือ ขยะที่ทุกคนอาจมองว่าเป็นของไม่ชอบ มีกลิ่นเหม็น แต่ถ้าไปอยู่ถูกที่ ขยะเหล่านั้นก็มีคุณค่า

ทว่า โรงงานแห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม แต่ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชน ผู้จัดการโรงงานบอกว่า โรงงานไม่ได้มาอยู่แค่ 4-5 ปี แต่จะอยู่ 20-30 ปี ชุมชนจึงต้องเป็นเหมือนญาติพี่น้อง

ที่นี่มีทีม CSR ลงพื้นที่ พบปะชุมชน ประชุมร่วมกับผู้นำชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงมีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

แต่คำว่า “อยู่ร่วม” ไม่ได้มีความหมายเดียว ลุงสำรอง เลือดทหาร ประธานชุมชนสามัคคี ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มากว่า 40 ปี เขาเห็นตั้งแต่วันที่มี “ภูเขาขยะ” สูงเท่าตึก 4-5 ชั้น ลมพัดที ขยะปลิว กลิ่นกระจาย

ในวันแรกๆ ของการก่อตั้งโรงงานนั้น ลุงสำรองเล่าว่า “วันนั้นมีการต่อต้าน” แต่พอมาวันนี้ ภูเขาขยะหายไป ย่อมส่งผลดีกับทั้งชุมชน ซึ่งไม่ใช่แค่ชุมชนที่เปิดรับและปรับตัง หากแต่ลุงสำรองย้ำว่า “จริง ๆ โรงงานพยายามปรับเข้ากับชุมชนมากกว่าด้วยซ้ำ”

สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เศรษฐกิจเป็นรอง

เหอ หนิง ผู้บริหารโรงงาน C&G Environmental Protection อธิบายที่มาของโครงการว่าเกิดขึ้นภายใต้นโยบายของกรุงเทพมหานคร ที่ต้องการจัดการขยะอย่างถูกวิธี และสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม

“สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เศรษฐกิจเป็นรอง” คือหลักคิดขององค์กร ขณะท่ีพนักงานที่นี่เกือบ 100% เป็นคนไทย หลายคนทำงานมาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ

ในฐานะผู้บริหารที่ดูแลหลายร้อยพันชีวิต บอกว่าภาคภูมิใจที่ได้ดูแลคนเหล่านี้ ส่วนในอีกมุมหนึ่ง เขายังพูดถึงสุภาษิตจีนที่ว่า เมื่อมาอยู่ที่ใด ต้องทำประโยชน์ให้ที่นั้น คำพูดนั้นอาจฟังดูเรียบง่าย แต่โจทย์ในทางปฏิบัติไม่เรียบง่ายเลย

หากแต่วันนี้ โรงงานกำจัดขยะผลิตพลังงานไฟฟ้าแห่งนี้คงตอบชัดแล้วว่า ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีจัดการของเสีย แต่คือระบบที่ต้องอาศัยแรงงานไทย ความไว้วางใจจากชุมชน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และความสมดุลทางเศรษฐกิจ

คำถามจึงไม่ใช่แค่ “สร้างได้ไหม” แต่คือ “เมื่อสร้างแล้ว เมืองดีขึ้นไหม ชุมชนอยู่ได้ไหม และคนทำงานไทยเติบโตขึ้นจริงหรือไม่” และนี่คือภาพหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในภาคปฏิบัติ เมื่อการลงทุนไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่ลงไปอยู่ในชีวิตของผู้คนจริงๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...