ซาบีดา เปิด 2 มาตรการ หนุนหนังไทย–ดิจิทัลคอนเทนต์ ดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่ตลาดโลก
ซาบีดา เปิดมาตรการหนุนหนังไทย–ดิจิทัลคอนเทนต์ ดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่ตลาดโลก
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 27 มกราคม นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีประกาศ Kick Off การใช้อย่างเป็นทางการ 2 มาตรการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของประเทศ ได้แก่ มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ และมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมผู้บริหารอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ ผู้บริหารสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ผู้แทนสมาคม ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ผู้แทนสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ผู้แทนสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย ผู้แทนอุตสาหกรรมเพลง ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกไทย ผู้แทนสมาคมดิจิทอลคอนเทนท์ไทย ศิลปินดารา นักร้อง เข้าร่วมงาน ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ซึ่งหลังจากจบงานแถลงข่าว น.ส.ซาบีดา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานแถลงข่าวในครั้งนี้ ว่าวันนี้เป็นการจัดงานแถลงข่าวมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการหนังไทยที่ผลิตภายในประเทศ และมาตรการส่งเสริมการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) จากต่างชาติที่เข้ามาจ้างงานบุคลากรไทย
“เรามุ่งหวังที่จะยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะคอนเทนต์ไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย มาตรการนี้ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสร้างการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยคาดการณ์ว่าในส่วนของดิจิทัลคอนเทนต์จะสร้างเม็ดเงินได้ประมาณ 2,500 ล้านบาท ส่วนมาตรการคืนเงิน (Cash Rebate) จะช่วยสร้างเงินสะพัดได้ถึง 4,600 ล้านบาท
สำหรับผู้ที่สนใจ เงื่อนไขแรกคือต้องมีทุนการผลิตตั้งแต่ 15 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจะได้รับเงินคืน 15% และหากเนื้อหาตรงตามธีมที่กระทรวงวัฒนธรรมกำหนด เช่น การส่งเสริมประเพณี ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม หรืออาหารไทย จะได้เพิ่มอีก 5% นอกจากนี้ หากมีการลงทุนตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับคืนเพิ่มอีกร้อยละ 2.5 และหากลงทุนถึง 50 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับคืนเพิ่มอีก 5% ทั้งนี้ หากมีการฉายผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง โรงภาพยนตร์ หรือสถานีโทรทัศน์ในต่างประเทศ ก็จะได้รับเพิ่มอีก 5% ซึ่งเรายังไม่มีกำหนดก็สามารถที่จะยื่นเข้ามาได้” น.ส.ซาบีดากล่าว
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อว่า จากการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ผลิตถือเป็นนิมิตหมายที่ดีต่อวงการบันเทิงไทยที่มีการชะลอตัวมาระยะนึง วันนี้ก็ถือว่าสร้างความตื่นตัวให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยได้ไปต่อ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และที่สำคัญ คือ สามารถส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
“คนที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ ก็สามารถเข้าร่วมได้ ถ้าเกิดว่ามีทุนการผลิตตั้งแต่ 15 ล้านบาทขึ้นไป หรือว่าถ้าจะเป็นในเรื่องของดิจิทัลคอนเทนต์ก็เป็นการเพิ่มการจ้างงาน แล้วก็เป็นการดึงคนที่มีศักยภาพให้อยู่ในประเทศไทย และเป็นการเปิดประเทศให้มีศักยภาพในเรื่องของการผลิตคอนเทนต์ให้เป็นศูนย์กลางของโลกได้” น.ส.ซาบีดากล่าว
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อไปว่า มาตรการที่สร้างแรงจูงใจให้มีการผลิตคอนเทนต์ที่มีความสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมบันเทิงไทย มาตรการนี้ก็ถือว่าเป็นมาตรการในระยะยาวที่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ ซึ่งผู้ประกอบการเองก็ถือว่าเป็นการการันตีว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนในเรื่องของ ดิจิทัลคอนเทนต์และการผลิตสื่อสร้างสรรค์
“สิ่งที่จะเห็นภาพชัดเจน เรื่องแรกก็คือเป็นเรื่องการเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยที่สามารถสร้างการแข่งขันแล้วก็สามารถนำไปสู่สายตาชาวโลกได้ประการแรก สามารถสร้างการแข่งขันในเวทีโลกได้แรก ประการที่สองก็คือว่า เป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิต เพิ่มขีดความสามารถ ประการต่อไปก็คือ เป็นการสร้างในเรื่องของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีเม็ดเงินสามารถสร้างเงินสะพัดได้ 4,600 ล้านบาทต่อปี และในเรื่องของดิจิทัลคอนเทนต์ก็อย่างที่เรียนไปว่าสามารถสร้างเม็ดเงินได้ 2,500 ล้านบาทภายในปี 2570 และที่สำคัญก็คือ สามารถสร้างภาพจำ แล้วก็ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของศิลปวัฒนธรรมไทยต่างๆ แล้วก็เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ตระหนักถึงปัญหาที่มีการชะลอตัวของอุตสาหกรรมบันเทิงไทย วันนี้การที่เราสร้างมาตรการสร้างแรงจูงใจ ก็สามารถเรียกความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญในเรื่องของการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติที่มาจ้างคนไทยผลิต ต้องเรียนว่าประเทศเพื่อนบ้านเรา รอบบ้านเรา เขามีมาตรการนี้กันแทบทุกประเทศ แต่ว่าประเทศไทยก็ถือว่าเดินมาช้ากว่าเขา แต่ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะมีการส่งเสริมในเรื่องของอุตสาหกรรมโดยรวมได้” น.ส.ซาบีดากล่าว
น.ส.ซาบีดา กล่าวอีกว่า จากการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ผลิต เดิมเราตั้งทุนการผลิตไว้ที่ 30 ล้านบาท แต่พอเรามีการเปิดรับฟังความคิดเห็น เราก็ได้รับทราบว่าวงเงินการผลิตค่อนข้างสูง จึงปรับลดลงเหลือ 15 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์และลดต้นทุนได้มากขึ้น
“อยากฝากถึงผู้ที่สนใจสามารถยื่นโครงการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามได้ที่สายด่วนกระทรวงวัฒนธรรม 1765 หรือเข้าร่วมงานสัมมนาในวันที่ 30 มกราคมนี้ที่หอศิลป์ได้” น.ส.ซาบีดากล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซาบีดา เปิด 2 มาตรการ หนุนหนังไทย–ดิจิทัลคอนเทนต์ ดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่ตลาดโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th