โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทนายพ่อแม่ “หมอกระต่าย” จ่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 เม.ย. 2565 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 13.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 25 เม.ย. - คดี "ส.ต.ต.นรวิชญ์" ขี่บิ๊กไบค์ชน “หมอกระต่าย” เสียชีวิต ทนายเผยครอบครัวหมอกระต่ายพอใจคำตัดสินของศาล เตรียมหารือสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

คุก 1 ปี 15 วัน ปรับ 4 พัน ตร.ขี่บิ๊กไบค์ชน “หมอกระต่าย” ดับ
วันนี้ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ตำรวจควบคุมฝูงชน ขี่บิ๊กไบค์พุ่งชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ “หมอกระต่าย” จักษุแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี เสียชีวิต ขณะเดินข้ามทางม้าลายใกล้แยกพญาไท เมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อใกล้เวลานัด ส.ต.ต.นรวิชญ์ เดินทางมาที่ศาลด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินเลี่ยงและไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขณะที่นายณัฐพล ชิณะวงศ์ ทนายความ นพ.อนิรุทธ์ และนางรัชนี สุภวัตรจริยากุล พ่อแม่ของหมอกระต่าย เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจากคุณพ่อและแม่ของหมอกระต่ายให้รับฟังคำตัดสิน ซึ่งไม่ได้ฝากอะไรเป็นพิเศษ

คดีนี้อัยการยื่นศาลเอาผิด ส.ต.ต.นรวิชญ์ 9 ข้อหา คือ 1.นำรถที่มิได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทางเดินรถ 2.ฝ่าฝืนใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษีประจำปี 3.ใช้รถที่ไม่ได้จัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย

4.นำรถไม่สมบูรณ์มาขับและไม่ติดกระจกมองข้าง 5.ขับรถไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย 6.ขี่รถจักรยานยนต์เร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 7.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น 8.ขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายบนพื้นทางทนายพ่อแม่หมอกระต่ายจ่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ และ 9.ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน และกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

นอกจากนี้ท้ายคำฟ้อง อัยการยังขอให้ศาลมีคำริบบิ๊กไบค์ที่พนักงานสอบสวนยึดไว้เป็นของกลาง และขอให้เพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้ต้องหาด้วย

ส.ต.ต.นรวิชญ์ ยื่นประกันตัว-ย้ำยังเสียใจ สำนึกผิด
ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ศาลพิเคราะห์รายละเอียดแล้วเห็นว่า ส.ต.ต.นรวิชญ์ ขับรถเร็วเกินกำหนดประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข้อนี้ลงโทษจำคุก 2 ปี ลดโทษจำคุก 1 ปี, ขับรถเร็วเกินกำหนดไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ลงโทษจำคุก 1 เดือน ลดโทษจำคุก 15 วัน, นำรถไม่ติดแผ่นป้ายเลขทะเบียนมาใช้ในทาง ปรับ 2,000 บาท ลดโทษปรับ 1,000 บาท

ใช้รถที่มิได้เสียภาษีประจำปี ปรับ 2,000 บาท ลดโทษปรับ 1,000 บาท , ใช้รถที่ไม่จัดให้มีการประกันความเสียหาย ปรับ 2,000 บาท ลดโทษ ปรับ 1,000 บาท, ใช้รถโดยมีอุปกรณ์สำหรับรถไม่ครบถ้วน ปรับ 2,000 บาท ลดโทษปรับ 1,000 บาท

รวมพิพากษาจำคุก 2 ปี 30 วัน ปรับ 8,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 1 ปี 15 วัน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกไม่รอลงอาญา พร้อมสั่งเพิกถอนใบอนุญาตใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์

หลังสิ้นคำพิพากษา ส.ต.ต.นรวิชญ์ ถึงกลับมีอาการมือสั่น เหม่อลอย ทำให้พ่อต้องเข้าไปกุมมือเพื่อให้คลายความกังวล จากนั้นครอบครัวได้ยื่นเรื่องขอประกันตัว

ขณะที่นายสนทยา น้อยเจริญ ทนายความ ส.ต.ต.นรวิชญ์ เปิดเผยว่า ส.ต.ต.นรวิชญ์ ยังรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาจึงยอมรับในคดีนี้ทุกชั้น โดยจำเลยได้วางเงินบรรเทาผลร้ายแก่ผู้เสียหายเป็นจำนวน 200,000 บาท ขอประกันตัว โดยใช้ตำแหน่งร้อยตำรวจตรี ของพ่อเป็นหลักประกัน

ด้านนายณัฐพล ชิณะวงศ์ ทนายความฝ่ายครอบครัวหมอกระต่าย พอใจในคำตัดสินของศาล แต่จะไปหารือพ่อแม่หมอกระต่ายอีกครั้งเพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ส่วนคดีฟ้องแพ่งเรียกเงินค่าเสียหายจาก ส.ต.ต.นรวิชญ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร 72 ล้านบาท รวมเป็นเงินรวม 144 ล้านบาท อยู่ระหว่างศาลพิจารณา

ล่าสุดเวลา 14.33 น. หลังบิดาและผู้บังคับบัญชาของ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยใช้ตำแหน่งราชการเป็นหลักทรัพย์ โดยศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 200,000 บาท

ขณะที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงปฏิบัติคำสั่งเดิมที่ให้ ส.ต.ต.นรวิชญ์ ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ถ้าหลังจากนี้หากมีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา ในโอกาสต่อไป และหากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้อง ทาง ส.ต.ต.นรวิชญ์ ก็มีสิทธิจะยื่นเรื่องขอเข้ารับราชการได้ตามระเบียบ ขึ้นอยู่กับคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดว่ามีคำสั่งจำคุกหรือไม่ ถ้าหากมีคำสั่งจำคุก ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงจะมีคำสั่งให้ออกจากราชการในทันที
.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...