โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงงานอิฐแดงใต้กระอักหลายเด้ง โรงชีวมวลแข่งซื้อฟืนราคาพุ่ง-อสังหาซบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ธ.ค. 2562 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 09.34 น.
ต้นทุนพุ่ง - โรงงานผลิตอิฐแดงทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จากราคาไม้ฟืนที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นมาก เนื่องจากโรงไฟฟ้าชีวมวลมาแย่งซื้อ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่ง แต่ไม่สามารถขึ้นราคาอิฐแดงได้

ธุรกิจโรงงานผลิตอิฐแดงทั่วประเทศเกือบ 100 แห่งกระอักเจอพิษหลายเด้ง “โรงไฟฟ้าชีวมวล” ท้าชนเข้ามาแข่งขันเสนอราคารับซื้อ “ไม้ฟืน” เชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตสูง ทำราคาพุ่งกระฉูดจาก 70 สตางค์/กก. ขึ้นไปถึง 1.30 บาท/กก. แต่ขยับราคาขายอิฐไม่ได้ เพราะธุรกิจอสังหาฯทั่วประเทศซบเซา อีกทั้งผู้ประกอบการขายอิฐแดงตัดราคากันเอง แถมเจอธุรกิจผลิต “อิฐบล็อก” คุณภาพดี-ราคาไม่ต่าง มาเบียดขายแย่งตลาด ส่งผลให้โรงงานผลิตอิฐแดงรายย่อยทยอยปิดตัวเองไปบางส่วน

นายทศพล ขวัญรอด เจ้าของโรงอิฐทศพลดินทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงงานผู้ผลิตอิฐแดงรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ และส่งไปจำหน่ายทั่วประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้โรงงานผลิตอิฐแดงกว่า 70 โรง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 40 โรง ตั้งอยู่ใน อ.บางปู จ.นครศรีธรรมราช ประมาณกว่า 20-30 โรง รวมถึงโรงงานผลิตอิฐแดงในพื้นที่ภาคกลาง เช่น จ.พระนครศรีอยุธยาและอ่างทอง กำลังประสบปัญหาและได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาไม้ฟืนยางพาราที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการทำความร้อนในการผลิตอิฐแดงขยับสูงขึ้นมาก จากช่วงต้นปีราคาประมาณ 70-90 สตางค์ต่อกิโลกรัม ขยับมาเป็นราคา 1.10-1.20 บาท/กิโกกรัม และล่าสุดราคาขยับใกล้เคียงกับราคาไม้ยางพาราเกรดคุณภาพที่ราคา 1.30 บาท/กิโลกรัม เนื่องจากโรงไฟฟ้าชีวมวลเข้ามาแข่งขันรับซื้อไม้ฟืน เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเช่นเดียวกัน

และอีกทั้งปัจจุบันกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ไม้ฟืนเกิดภาวะขาดแคลน ส่งผลให้โรงอิฐแดงต้องเข้ามาแข่งขันเสนอราคารับซื้อในตลาด ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่ไม่สามารถขยับราคาขายอิฐแดงได้ เนื่องจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโรงงานผลิตอิฐแดงเองไม่สามารถรวมตัวกันได้ ทำให้มีการขายตัดราคากันเอง เพราะแต่ละรายต่างมีปัจจัยที่ต้องแบกรับทั้งประเด็นเรื่องเงินลงทุน ดอกเบี้ย จนส่งผลต่อการประกอบการ

“ราคาอิฐแดงที่สมดุลกับต้นทุนตอนนี้ควรจะปรับมาอยู่ที่ 3.50-4 บาท/ก้อน แต่ตอนนี้ราคาอิฐแดงขนาด 4 รู ขายได้ไม่เกิน 1.30 บาท/ก้อน และ ขนาด 8 รู ขายได้ไม่เกิน 3.30 บาท/ก้อน ซึ่งเป็นราคาหน้าลานโรงงาน แต่ไม่สามารถขยับราคาขายได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรายย่อยได้รับผลกระทบจากผู้ผลิตอิฐบล็อก เข้ามาแข่งขันในตลาดและคุณภาพเหนือกว่า แต่ราคาไม่ต่างกัน โดยอิฐบล็อกในพื้นที่ราคาอยู่ที่ 5 บาทและ 5.50 บาท ส่งผลให้โรงงานผลิตอิฐแดงรายย่อยได้ทยอยปิดตัวเองไปบางส่วน” นายทศพลกล่าวและว่า

สมัยก่อนราคาไม้ยางพาราเกรดคุณภาพเคยขึ้นไปสูงกว่า 2 บาท/กิโลกรัม แต่ตอนนี้ราคาลดลงมาเท่ากับราคาเศษไม้ฟืน ดังนั้นผู้ประกอบการโรงอิฐแดงจำเป็นต้องบวกราคารับซื้อไม้ฟืนให้สูงขึ้นจากราคาตลาดอีก 10-15 สตางค์/กิโลกรัม เพื่อจูงใจไม่ให้ผู้ประกอบการรายย่อยนำไม้ฟืนยางพารา ขนาด 3-10 ตันไปขายให้กับลานไม้และโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา โรงอิฐแดงต้องเข้ามาแข่งขันเสนอราคารับซื้อ โดยขยับราคาขึ้นมาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งละ 5-10 สตางค์/กิโลกรัม

ภาพรวมโรงงานผลิตอิฐแดงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราชมีถึง 40 โรง ผลิตอิฐแดงได้ประมาณ 100 ล้านก้อน/ปี มีผลผลิตอิฐแดงรวมกันมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท แต่ละโรงงานมีความต้องการใช้ไม้ฟืนประมาณ 40-60 ตัน/เดือน/เตา

สำหรับโรงงานขนาดใหญ่ แต่ละรายเฉลี่ยมีกำลังการผลิตประมาณ 4 เตา/เดือน จะต้องใช้ไม้ฟืนโดยเฉลี่ยประมาณกว่า 180 ตัน/เดือน/ราย หรือประมาณ 2,160 ตัน/ปี/โรง ทำให้ต้นทุนการผลิตค่าไม้ฟืนมูลค่าประมาณ 200,000 บาท/ปี/ราย

ทั้งนี้หากคำนวณเฉพาะ 40 โรงงานผลิตอิฐแดงในพื้นที่ อ.ชะอวด คาดว่าจะต้องใช้ไม้ฟืนประมาณ 86,000 ตัน มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท/ปี สำหรับการลงทุนโรงอิฐแดงขนาดเล็ก ประมาณ 90,000-100,000 บาท/โรง และโรงงานขนาดใหญ่ กว่า 100,000 บาท/โรง ขนาดพื้นที่ประมาณ 2 ไร่

นายทศพลกล่าวต่อไปว่า สำหรับโรงงานผลิตอิฐแดงของตน มีความสามารถในการผลิตได้ประมาณ 200,000 ก้อน/เดือน และมียอดสั่งจองล่วงหน้าตลอดทั้งปี โดยขณะนี้ไม่สามารถผลิตป้อนตลาดได้ทันตามความต้องการของลูกค้าที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ยังมีปัญหาเรื่องดีมานด์และซัพพลาย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากช่วงฤดูฝน และน้ำท่วม หากประสบกับภาวะน้ำท่วมจะเกิดความเสียหายอย่างมาก

นายทศพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับคุณสมบัติของอิฐแดง ถือเป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้างที่มีอายุการใช้งานคงทนประมาณ 100 ปี ขณะที่อิฐบล็อกประมาณ 50 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...