โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บลจ.กสิกรไทยเชื่อมั่นตลาดตราสารหนี้-หุ้นกู้ เดินหน้าลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 08 พ.ค. 2563 เวลา 02.26 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2563 เวลา 02.26 น.

ทันหุ้น-สู้โควิด: บลจ.กสิกรไทย เชื่อมั่นตลาดตราสารหนี้ –หุ้นกู้ พร้อมเฟ้นหาโอกาสลงทุนสร้างผลตอบแทนต่อ ด้วยมั่นใจกระบวนการคัดสรร ขณะที่หุ้นกู้ระดับ AAA ถึง A- ยังคงเป็นที่ตอบโจทย์ของตลาดระดมทุนได้ตามเป้าหมาย มองวงเงิน 4 แสนล้านที่แบงก์ชาติเสริมสภาพคล่องหุ้นกู้เอกชนอาจใช้ไม่หมด พร้อมแนะนำลงทุนเทอมฟันด์และ มันนี่มาร์เก็ตฟันด์

นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย ให้มุมมองต่อตลาดตราสารหนี้และหุ้นกู้เอกชนว่าอาจได้รับความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ สะท้อนได้จากการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนที่ไม่สามารถขายได้ตามจำนวนที่ตั้งใจอย่างไรก็ตาม ในส่วนของหุ้นกู้เอกชนที่อยู่ในระดับลงทุนได้ หรือ investment grade ก็ยังสามารถขายได้หมด

“ในภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยผู้ลงทุนอาจกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ ทำให้หุ้นกู้ขายไม่หมด อย่างไรก็ตามไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกบริษัทที่มีการออกหุ้นกู้ เราพบว่า เอกชนบางรายยังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นก็ โดยเฉพาะหุ้นกู้ในระดับอินเวสท์เมนท์ เกรด ที่นักลงทุนยังให้ความสนใจ”

ทั้งนี้หุ้นกู้ที่ออกมามีทั้งออกใหม่ และ Roll Overซึ่งเป็นหุ้นกู้ที่ครบชำระและต่ออายุใหม่ โดยในภาวะปกติหุ้นกู้ออกใหม่ และแบบ Roll Over ก็ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนดีแต่ในภาวะที่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นก็อาจส่งผลให้การระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้ไม่ประสบความสำเร็จ

นักลงทุนกังวลหุ้นกู้เรทต่ำกว่า A- 

อย่างไรก็ตาม นายชัชชัย เชื่อว่าหุ้นกู้ระดับที่ลงทุนได้หรือ investment grade ในเรทติ่งที่ระดับ AAA ถึง A-  กลุ่มนี้ออกหุ้นกู้มาขายไม่ยากอยู่แล้ว แต่ในกลุ่มที่ต่ำกว่า A-หรือเรทติ้งตั้งแต่ BBB+ไป นักลงทุนอาจกังวล จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

“ถ้าเราดูหุ้นกู้ตั้งแต่เครดิต BBB+เป็นต้นไป มูลค่าจะอยู่ที่ราว 6 แสนล้านบาท เป็นกลุ่ม ไฮยิลด์บอนด์ คือให้ผลตอบแทนสูงตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น กลุ่มนี้มีมูลค่าอีกราว 1แสนล้านบาท ในขณะที่มาตรการแบงก์ชาติออกมาเสริมสภาพคล่องให้หุ้นกู้เอกชนในวงเงิน 4 แสนล้านบาท เราเชื่อว่าเพียงพอที่จะเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัทที่ออกหุ้นกู้ได้”

นายชัชชัย อธิบายว่าด้วยเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือจากแบงก์ชาติ บริษัทที่ออกหุ้นกู้จะต้องมีแหล่งระดมทุนจากส่วนอื่นด้วย เช่นกู้แบงก์ หรือระดมทุนกับนักลงทุน โดยในส่วนของแบงก์ชาติจะเป็นส่วนสนับสนุนภาพคล่องส่วนเพิ่ม (top up) ทำให้ บลจ.กสิกรไทยคาดว่าวงเงิน 4 แสนล้านบาท จะเพียงพอต่อการเสริมสภาพคล่อง ซึ่งประเมินว่าอาจใช้ไม่เกิน 3 แสนล้านบาทด้วยซ้ำ 

มองหาโอกาสลงทุนต่อเนื่อง

"อย่างไรก็ตาม ที่ภาคเอกชนเลือกมาออกหุ้นกู้ ไม่ใช้เพราะกู้แบงก์ไม่ได้เสมอไป แต่ส่วนหนึ่งเพราะได้ต้นทุนที่ถูกกว่า ซึ่งแม้ภาวะตลาดตราสารหนี้ จะมีความกังวลจากนักลงทุนอยู่บ้าง ในส่วนของ บลจ.กสิกรไทยก็ยังคงมองหาโอกาสในการลงทุนต่อไป"

นายชัชชัย บอกว่า ตลาดแบบนี้ บลจ.กสิกรไทยมีแนวทางการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่เป็นเทอมฟันด์ เพราะส่วนใหญ่ลงทุนในเงินฝากธนาครพาณิชย์ต่างประเทศ หรือลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นของบริษัทเอกชนไทยซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยหลักการเข้าไปลงทุนก็ไม่ใช่ดูแงงบการเงิน แต่จะมีการเข้าไปสัมภาษณ์ผู้บริหาร มีการประเมินเครดิตอยู่เสมอ ขั้นการการคัดเลือกของบริษัทจึงเหมือนการปล่อยสินเชื่อก็ว่าได้ ดังนั้นกระบวนคัดเลือกหุ้นกู้ หรือ ตราสารหนี้ของบริษัทจึงค่อนข้างเข้มแข็ง

เทอมฟันด์-มันนี่มาร์เก็ตฟันด์ ทางเลือกลงทุน

นอกจากแนะนำลงทุนกองทุนประเภทเทอมฟันด์ มันนี่มาร์เก็ตฟันด์ก็เป็นอีกทางเลือกที่บลจ.กสิกรไทยแนะนำในภาวะนี้ เพราะเป็นมันนี่มาร์เก็ตฟันด์ ถือเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสุดเมื่อเทียบกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทอื่น โดยส่วนใหญ่มันนี่มาร์เก็ตฟันด์จะลงทุนในพันธบัตรไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทยยังมีการปรับเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนตราสารหนี้ จากปกติดำรงสภาพคล่องของกองทุนราว 20% แต่ในภาวะที่นักลงทุนมีความกังวล จึงเพิ่มสัดส่วนสภาพคล่องกองทุนเป็น 20-30%  สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนหากต้องการซื้อ-ขายหน่วยลงทุน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...