โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนังเจมส์ บอนด์ "No Time to Die" เลื่อนฉายอีกรอบ ไกลออกไป 8 ตุลาคม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 ม.ค. 2564 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2564 เวลา 09.54 น.
(รอยเตอร์)

หนังเจมส์ บอนด์ “No Time to Die” เลื่อนฉายอีกรอบ ไกลออกไป 8 ตุลาคม

หลังจากต้องเลื่อนกำหนดออกฉายมาแล้ว 3 รอบ ล่าสุดรอยเตอร์รายงานว่า ภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ 007 ตอน โน ไทม์ ทู ดาย (No Time to Die )ซึ่งเป็นตอนที่ 25 ต้องประกาศเลื่อนฉายออกไปเป็นวันที่ 8 ตุลาคม 2564 เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังน่าเป็นห่วง

รอยเตอร์ อ้างแถลงการณ์ในเว็บไซต์ทางการของ เจมส์ บอนด์ และ ทวิตเตอร์ ระบุว่า ” โน ไทม์ ทู ดาย จากค่ายเอ็มจีเอ็ม และ ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส์ ของ คอมแคสต์ คอร์ป จากเดิมมีกำหนดฉายวันที่ 20 เมษายน 2563 ก่อนจะเลื่อนออกไปเดือนพฤศจิกายน 2563 และ เดือนเมษายน 2564 ”
แต่ทว่าตอนนี้ได้เลื่อนกำหนดวันฉายอีกครั้งออกไปเป็นวันที่ 8 ตุลาคม 2564

สำหรับหนังเจมส์ บอนด์ ตอน โน ไทม์ ทู ดาย ใช้ทุนสร้างราว 200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6,000 ล้านบาท มี แดเนียล เครก พระเอกชาวอังกฤษ รับบทสายลับบอนด์ 007

ทั้งนี้เจ้าของโรงภาพยนตร์ ต่างหวังว่า ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง เจมส์ บอนด์ จะช่วยฉุดให้ธุรกิจภาพยนตร์กระเตื้องขึ้น ขณะที่สถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายต่อธุรกิจภาพยนตร์ปี 2563 ที่ยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา ลดฮวบลง 80 % ส่งผลกระทบต่อโรงภาพยนตร์อิสระ และโรงภาพยนตร์ในเครือค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง AMC Entertainment, Cineworld Plc และ Cinemark Holdings Inc ด้วย

ขณะที่สถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังรุนแรงในหลายพื้นที่ รวมทั้งลอสแองเจลิส ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของธุรกิจบันเทิง ทำให้ค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ไม่เต็มใจจะปล่อยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในเครือออกฉายในโรงภาพยนตร์ซึ่งปัจจุบันมีโรงภาพยนตร์จำนวนมากที่ปิดกิจการชั่วคราว ขณะที่โรงภาพยนตร์ที่เปิดฉายอยู่ ก็ต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าชม เพื่อให้สามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้

ภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ เป็นหนึ่งในผลงานภาพยนตร์ที่กำไรมากที่สุดในโลก โดยภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ตอน “Spectre” ออกฉายเมื่อปี 2558 ทำรายได้ทั่วโลก 880 ล้านดอลลาร์ ราว 26,400 ล้านบาท , ขณะที่เจมส์ บอนด์ ตอน “Skyfall” เมื่อปี 2555 ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 30 พันล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...