โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ไม่เป็นไรหรอก ถ้าตอนนี้จะยังรู้สึกอะไรกับรักครั้งก่อนอยู่ - เพจบันทึกนึกขึ้นได้

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 18.37 น. • เพจบันทึกนึกขึ้นได้

หลังจากที่เลิกกับแฟนไปเป็นปี วันนึงแอปเฟซบุ๊กก็เด้ง บันทึกความทรงจำของปีก่อน ๆ ขึ้นมาให้ได้เห็น 

เรียกว่ารู้เยอะไปมาก คิดว่าเราทุกคนจะอยากดูอดีตกันไปซะทุกวัน  

มีให้ดูก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่อย่าทำถึงขนาดต้องเด้งเตือนว่า มึง ๆ มาดูสิ วันนี้ในปีก่อนมึงไปเจออะไร ทำอะไรกับใครมา 

 

บางความทรงจำเราก็ไม่ได้อยากจำสักเท่าไหร่  

ยิ่งกับใครบางคน ที่ตอนนี้ไม่ได้มีอยู่แล้ว 

ใครกันที่จะอยากกดเข้าไปดู  

 

ว่าแล้วผมก็เห็นรูปที่ผมเคยไปนั่งอยู่ร้านนึงกับแฟนเก่า 

แค่เห็นรูปเดียวเท่านั้นแหละ ภาพ เหตุการณ์ในวันนั้น ก็ไหลกลับมากองอยู่ตรงหน้า 

แบบที่ไม่ทันตั้งตัว แล้วก็คิดว่า ที่จริงวันนี้จะเป็นที่ดีแล้วแท้ ๆ  

 

ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าข้อดีของการที่เราไม่เห็นแฟนเก่ามานานแล้วไหม 

เพราะทุกครั้งที่ความทรงจำมันกลับมา เราก็จะจำรายละเอียดต่าง ๆ บนตัวเค้าได้ดี 

แบบที่เราเคยเจอตอนนั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไง เพราะไม่ได้เจอกันเลย  

 

ผมรู้สึกแย่นะ เวลาที่ได้เห็นอะไรแบบที่ไม่ทันตั้งตัว 

มันเคยเกิดขึ้นตอนที่ผมขับรถ แล้วเห็นแฟนเก่ากำลังเดินข้ามถนนไป 

ตอนนั้นก็ใจเต้นจนรู้สึกแย่ ไม่ต่างกับตอนที่เฟซบุ๊คเสนอหน้ายื่นความทรงจำที่ไม่ได้อยากเห็นมาให้ดูอีก  

 

ผมมั่นใจว่าอาการจุกที่หน้าอกตอนนี้ไม่ใช่กรดไหลย้อนแบบที่เคยเป็น  

อุตส่าห์รีบปัดออกจากแอป ทำเป็นไม่เห็นก็แล้ว  

แต่ก็ไม่ทัน ช่วงสามวินาทีที่ไปเห็น กำลังทำให้ตอนนี้ผมรู้สึกแย่กับตัวเองไปหมด  

 

มันก็ผ่านไปนานแล้ว ทำไมยังไม่รู้สึกดีกับตัวเองสักที  

ทำไมถึงยังถูกกระตุ้นจากอะไรพวกนี้อยู่  

เอาเข้าจริง ผมเบื่อนะ ที่ต้องเห็นตัวเองอยู่ในสภาพนี้  

รู้สึกเหมือนเป็นคนขี้แพ้ เหมือนที่เคยเยียวยาตัวเองมาตั้งนาน 

ต้องมาเริ่มต้นใหม่อีกแล้วรึเปล่า  

 

หลังจากนั้นความคิดของผมก็ไม่หยุดหย่อน ยื่นเรื่องนั้นเรื่องนี้มาให้ได้คิดตลอดเวลา 

จนผมตั้งสติ แล้วถามกับตัวเองว่า  

 

ทำไมผมถึงยังได้รับผลจากเรื่องราวในวันนั้นอยู่อีก  

 

ผมคิดว่าผมทำดีที่สุดแล้ว ผมคิดว่าผมมูฟออนจากเค้าได้สักที  

แต่ทำไมตอนนี้มันยังรู้สึกเศร้า ร้องไห้ไม่ออก ขณะที่กำลังขับรถไปทำงาน 

 

ยิ่งหาคำตอบ ยิ่งรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจบไป ทำไมเหมือนเป็นโรคอะไรสักอย่าง 

ที่คอยกลับมาหลอกหลอน  ถึงแม้ว่าเราจะผ่านมันมาได้ แต่สุดท้ายความรู้สึกของเรื่องราวในวันนั้น 

ก็ไม่ได้หายไปไหนอยู่ดี  

 

คุณอาจเคยรู้สึกแย่ เมื่อเจอสถานการณ์ หรือ เมื่อเรากลับไปคิดถึงแฟนเฮงซวยคนเก่า  

แต่พอมานั่งคิดๆ ดูแล้ว ผมว่า จนมาถึงตอนนี้ มันก็น่าจะโอเคอยู่นะ ที่เรายังคงรู้สึกเจ็บปวดกับอะไรแบบบนี้อยู่  

 

 

อาจเป็นเพราะ  

เวลาที่ผ่านมา มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น   

คุณเคยได้ยินประโยคนี้มั้ย 

บางคนจากเราไปแค่ตัว แต่สิ่งที่เคยทำด้วยกันมายังคงอยู่  

 

เวลาไม่ได้เยียวยาอะไร   

แต่เวลาทำให้เราเข้าใจว่าไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ความเจ็บปวดจะยังคงอยู่  

อยู่ทีว่าเราจะอยู่กับความเจ็บปวดนั้นไปทุกๆ วันได้ยังไง  

 

มันเหมือนซีกหนึ่งในตัวบอกกับตัวเองว่าอยากร้องไห้  

แต่อีกซีกหนึ่งก็บอกกลับมาอีกว่า ทำยังไง มันถึงจะจบลงสักที  

 

รู้สึกเหมือนตัวเองแพนิค แบบที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ควบคุมตัวเองไม่ได้  

ได้แต่บอกกับตัวเองว่า เลิกถามว่าทำไม แล้วก็เมื่อไหร่ เพราะสุดท้ายแล้วเราก็รู้ว่าคำถามนี้ 

ไม่มีใครตอบได้  

 

มันโอเคแหละ ที่เราจะยังรู้สึกกับมัน  

เพราะความเจ็บปวดที่เราพบเจอ ความหยั่งลึกลงไปในจิตใจ  

บางทีความเจ็บปวดพวกนี้ไม่ได้มาจากการเกิดอุบัติเหตุอะไรพวกนั้นอย่างเดียว 

การเสียคนรัก หรือการจบกับความสัมพันธ์อันเป็นพิษ  

ก็เป็นอีกสาเหตุให้เราเจ็บปวดยาวนาน 

เหมือนมีแผลเป็นอยู่ในใจแบบนี้อยู่  

 

 

ผมเคยบอกตัวเองนะว่า  

บางทีการที่เรารักใครสักคน ก็ไม่ได้หมายความว่า เราควรจะต้องอยู่กับเค้า  

 

ไม่ได้หมายความว่า เราไม่คู่ควร หรือเค้าไม่ควรคู่  

พูดกันตรงๆ เราสามารถมีชีวิตที่มีความสุขได้  

ในขณะที่ข้างในลึกๆ ยังมีเรื่องบางอย่างที่เจ็บปวดอยู่  

 

ในส่วนของร่างกาย ผมว่า มันยังไปต่อไหวนะ  

แต่ในส่วนของจิตใจ มันอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง  

 

แต่อย่างที่บอก  

 

สำหรับใครบางคน การสูญเสียใครสักคนไป  

เวลาที่ผ่านไป บางครั้งเรายังมีความสุขได้  

ถึงแม้ว่าในใจจะยังคิดถึงเขาอยู่  

 

แต่ยังไงละ ชีวิตมันก็ต้องเดินต่อไป 

จะมานั่งเศร้า แบบที่ไม่สามารถออกไปมีชีวิตใหม่ได้  

ผมว่ามันก็เสียเวลาอยู่คนเดียวเปล่าๆ  

 

ผมเคยใช้สูตร ร้องไห้ห้านาที แล้วรีบออกไปทำอย่างอื่น  

 

เป็นสูตรที่ไปเคยอ่านเจอมาตอนที่ นักร้องไคลีย์ มิโนก เศร้ามากตอนที่ตัวเองกำลังรักษาโรคมะเร็งที่หน้าอก 

เธอร้องไห้อยู่ตลอดเวลา จนสามีเธอเดินเข้ามาปลอบแล้วบอกว่า  

ร้องไห้พอนะ สักห้านาที แล้วลองออกไปปั่นจักรยานดูมั้ย  

 

ไคลีย์คิดว่า เออ น่าสนใจนนะ ได้ออกไปก็คงจะดี  

 

มันเป็นการเบรกอารมณ์ที่เศร้าโศกที่เข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า  

ผมเอามาปรับใช้เวลาที่ตัวเองกำลังดิ่ง กำลังรู้สึกแย่มากๆ 

 

บอกตัวเองว่า ร้องไห้เต็มที่ เศร้าให้พอ  

แล้วออกไปขับรถเล่นกัน 

 

บ้างก็ออกไปออกกำลังกาย ไปวิ่ง ฟังเพลงสนุกๆ  

เพื่อให้ความคิด ณ เวลานั้น มันไปคิดเรื่องอื่นบ้าง  

 

ส่วนตัวคิดว่า ใช้ได้อยู่นะครับ เทคนิคนี้ อยากให้คุณไปลองกันดู  

อีกอย่างที่ผมคิดว่า มันก็โอเคนะ ที่ตอนนี้เราจะยังคิดถึงเขาอยู่  

เพราะมันน่าจะเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะคิดถึงใครสักคนที่เป็นส่วนประกอบหลักของความทรงจำที่ผ่านมา  

 

เราพยายามบอกตัวเองให้ก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้  

แต่ถ้าช่วงนี้เราไม่สามารถผ่านมันไป  

ก็แค่บอกตัวเองว่า ไม่เป็นไรหรอก สักวันมันจะดีขึ้นเอง  

 

มันคล้ายๆ เมื่อใครสักคนตายจากไป  

เราก็ลืมเค้าไม่ได้เหมือนกัน  

เค้ายังอยู่ แค่ไม่ได้อยู่ตรงนี้  

การอกหัก ก็น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน  

 

การอกหักเนี่ย มันทำให้ตรรกะความคิด ความรู้สึกของเรามันพังไปหมด  

ใครหลายคนรอบๆ ตัวอาจจะบอกเราอยู่ตลอดว่า  

ผ่านมาตั้งนานแล้ว เริ่มต้นใหม่ได้แล้ว  

 

ช่วงแรก ผมไม่เข้าใจนะ  

ว่าทำไมต้องมายุ่งกับกูด้วย ถ้ามันทำได้ง่ายอย่างนั้น กูทำนานแล้ว 

ไม่มานั่งเศร้าให้เห็นแบบนี้หรอก  

 

แต่บางทีก็ต้องบอกตัวเองอยู่เหมือนกันนะว่า 

เออ… มันก็ผ่านมานานแล้วจริงๆ นั่นแหละ 

หรือเราควรเปิดใจ ยอมรับใครสักคนเข้ามา 

หรือออกไปทำกิจกรรมที่ทำให้เจอใครคนใหม่เข้ามาบ้าง 

 

ไม่ต้องคาดหวังว่าจะเจออะไร  

แต่ทำให้ทุกวันมันไม่ได้น่าเบื่อ แบบทีต้องกลับมาคิดแต่เรื่องเดิมๆ 

 

สุดท้าย  

มันโอเคแหละครับ ทีจะยังคงเจ็บปวดกับรักครั้งนั้นอยู่  

 

เพราะสุดท้ายแล้ว  

เราก็แค่คนธรรมดาคนนึง  

ที่ต้องรู้สึกกับอะไร แบบนี้  

ไม่มีใครทีจะไม่ต้องผ่านหรือเจอกับความรู้สึกอะไรแบบนี้หรอก  

 

แต่สิ่งที่เราเรียนรู้ได้  

คือเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีต จะมาทำให้เราระมัดระวังกับความสัมพันธ์ครั้งใหม่มากขึ้น  

 

ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่  

สิ่งที่เราพยายามอยู่กับมัน ผ่านมัน อดทนกับมัน เยียวยามัน จะทำให้เรากลายเป็นคนใหม่  

 

ไม่อยากพูดว่า Move On เท่าไหร่  

ใช้คำว่า Move Forward ก็แล้วกัน  

เพราะถึงแม้ว่าตัวจะออกมาจากตรงนั้นแล้ว  

แต่ที่ตรงนั้น ก็ยังติดอยู่ในใจอยู่ตลอด 

 

แต่ก็ไม่เป็นไรนะ  

เป็นเรี่องธรรมดาจริงๆ ที่เรายังเจ็บปวดกับมัน  

ไม่อยากบอกว่าเมื่อไหร่จะดีขึ้น  

แต่อย่างน้อย เมื่อต้องกลับมารู้สึกอีก  

คุณกับผม ก็น่าจะมีเหตุผลบางอย่าง  

อย่างที่ผมเล่าให้ฟังมาทั้งหมด  

มาตอบตัวเองว่า เพราะอะไร และทำไม  

ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก เพจบันทึกนึกขึ้นได้ ได้บน LINE TODAY ทุกวันศุกร์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...