โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ไขมันหน้าท้อง ควรลดอย่างไรให้ได้ผล? มีคลิปออกกำลังกายลดพุง แนะนำด้วยนะ

GedGoodLife

เผยแพร่ 02 พ.ย. 2563 เวลา 19.13 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

ไขมันหน้าท้อง หรือพุงป่อง ๆ ย้อย ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจทุกครั้งที่ต้องใส่เสื้อรัดรูป หรือต้องการโชว์หุ่น และพุงยังเป็นส่วนที่ลดยากมากกว่าส่วนอื่น ๆ เพราะ ไขมันตรงส่วนนี้มีถึง 2 ชั้นด้วยกัน และยิ่งมีพุงมากเท่าไหร่ โอกาสเกิดโรคต่าง ๆ ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นมาดูแลสุขภาพด้วยการลดไขมันหน้าท้อง อย่างได้ผลกันดีกว่า เมื่ออ่านจบแล้วก็อย่าลืมทำตามกันด้วยนะ!

ไขมันหน้าท้อง เกิดจากอะไร?

ไขมันหน้าท้อง, ไขมันรอบเอว หรือพุง (Abdominal fat, Belly fat) เกิดจากร่างกายรับสารอาหารประเภทไขมันเข้าสู่ร่างกายจำนวนมาก และร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมดในแต่ละวัน จึงทำให้เกิดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องขึ้นมา ถ้าปล่อยไว้นาน ไขมันตรงนี้ก็จะยิ่งแข็งตัวมากขึ้นจะดันให้หน้าท้องของเราป่องออกมาที่เรียกกันว่า "พุง"

ถ้าอยากรู้ว่าไขมันส่วนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ให้ลองอัลตร้าซาวน์ดู ก็จะพบว่าอวัยวะภายในของเรานั้น ถูกหุ้มห่อไปก้อนสีออกเหลือง ๆ ซึ่งนั่นก็คือ ไขมันในช่องท้อง นี่เอง

ไขมันหน้าท้อง มีอยู่ 2 ประเภท ดังนี้

1. ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) - ไขมันที่อยู่ติดผิวหนัง และกล้ามเนื้อ เป็นชั้นที่เราสามารถจับ หรือบีบติดมือเราขึ้นมาได้ ไขมันชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรานัก แต่จะเป็นส่วนที่ปกปิด six pack ของเราไว้ ไม่ยอมให้ใครเห็น

2. ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) - อยู่ระหว่างกล้ามเนื้อท้องกับอวัยวะภายในช่องท้องของเรา หากมีมากก็เหมือนเราเอาไขมันไปหุ้มอวัยวะภายในร่างกายของเรา เป็นไขมันที่อันตรายกว่าไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของโรคอันตรายต่าง ๆ อาทิ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นโลหิตในสมองตีบ หรือแตก เป็นต้น

อยากลดไขมันหน้าท้อง ต้องทำยังไงดี?

ใครอยากลดไขมันหน้าท้อง แนะนำให้ปฏิบัติตาม 4 ข้อง่าย ๆ ดังนี้ รับรองว่าเห็นผลแน่นอน!

1. อย่าทานน้ำตาล และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

เมื่อเราทานน้ำตาลเข้าไปเยอะ ตับจะต้องทำงานกับฟรุกโตสอย่างหนัก และถูกบังคับให้เปลี่ยนฟรุกโตสให้กลายไปเป็นไขมัน จนทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่หน้าท้อง และตับ

ฉะนั้นเรื่องของน้ำตาล งดได้งด จะช่วยลดไขมันหน้าท้องได้ดีมากทีเดียว

2. การทานโปรตีนมากขึ้น คือวิธีลดไขมันหน้าท้องในระยะยาวที่ดีที่สุด

การวิจัยพบว่าการทานโปรตีนสามารถลดความอยากอาหารได้ถึง 60% , เพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ถึง 80-100 แคลอรี่ต่อวัน และช่วยให้เราทานน้อยลง 441 แคลอรี่ต่อวัน (อ้างอิง 1, 2, 3, 4)

การบริโภคโปรตีน ยังช่วยไม่ให้น้ำหนักเพิ่มหลังจากที่เราเลิกลดน้ำหนักแล้ว และยังมีการวิจัยที่พบว่ามันมีประสิทธิภาพในการลดไขมันหน้าท้องอีกด้วย

โดยคุณภาพของโปรตีนที่เราทานเข้าไปมีความเชื่อมโยงกับปริมาณไขมันหน้าท้อง คนที่ทานโปรตีนมากกว่า และมีคุณภาพมากกว่าก็จะมีไขมันหน้าท้องที่น้อยกว่าคนอื่น ๆ

แหล่งอาหารโปรตีนสูง ได้แก่ ไข่, ปลา, อาหารทะเล, พืชตระกูลถั่ว, ถั่ว, เนื้อ และผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งพวกนี้คือแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุด แต่ถ้าเราหาอาหารประเภทโปรตีนไม่ค่อยได้ก็ให้ทานอาหารเสริมโปรตีนไปเลย เช่น เวย์โปรตีน เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีที่ดีต่อสุขภาพ และสะดวกสบาย
* สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ให้ระวังผลิตภัณฑ์จากนม

https://www.youtube.com/watch?v=1275IY9h_IU&t=5s

3. ลดคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหาร

การลดคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) เป็นวิธีลดไขมันที่มีประสิทธิภาพมาก การทานคาร์โบไฮเดรตน้อยลง จะช่วยลดระดับความอยากอาหาร และเริ่มลดน้ำหนักได้ มีหลายงานวิจัยพบว่า Low Carb Diet (โลว์คาร์บไดเอท) มันช่วยลดไขมันได้มากกว่า โลว์แฟทไดเอท (Low Fat Diet) ประมาณ 2-3 เท่า (123)

คาร์โบไฮเดรตที่ควรหลีกเลี่ยง คือ น้ำตาล , ลูกอม , ขนมปังขาว เป็นต้น และควรเพิ่มปริมาณโปรตีนเข้าไปแทน

อย่างไรก็ตามหากเราต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เราควรลดการทานคาร์โบไฮเดรตในแต่ละวันให้เหลือ 50 กรัมต่อวัน มันจะทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดคีโตสิส (Ketosis) ช่วยลดความอยากอาหารและทำให้ร่างกายเริ่มใช้ไขมันเป็นพลังงาน

4. ไฟเบอร์ ลดหน้าท้องได้

ใยอาหารที่ละลายน้ำ (Soluble Fiber) กับไฟเบอร์ที่มีความหนืด (Viscous Fiber) เท่านั้น ที่จะช่วยลดน้ำหนัก ไฟเบอร์สองอย่างนี้จะอมน้ำ และกลายเป็นเจลหนา ๆ อยู่ในลำไส้

เจลพวกนี้จะทำให้อาหารเดินทางผ่านระบบย่อยได้ช้าลง ทำให้ย่อย และดูดซึมสารอาหารช้าลง ผลลัพธ์คือทำให้เรารู้สึกอิ่มนานขึ้น และช่วยลดความอยากอาหาร

มีงานวิจัยโดยใช้เวลา 5 ปี โดยให้อาสาสมัครทานไฟเบอร์ 10 กรัมต่อวัน พบว่าสามารถช่วยลดไขมันหน้าท้องไปได้ 3.7% หมายความว่าใยอาหารที่ละลายน้ำมีประสิทธิภาพในการลดไขมันหน้าท้อง (1)

ใยอาหารละลายน้ำ ได้แก่ กัม (gums) เพคทิน (Pectin) มิวซิเลจ (mucilage) เฮมิเซลลูโลสแบบเอ(hemicelluloses, A) พบใน ถั่วแดงหลวง ผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง แอปเปิ้ล ลูกพรุน และสตรอเบอร์รี เป็นต้น (1)

ไขมันหน้าท้อง

อยากลดพุง ลด ไขมันหน้าท้อง ต้องอย่าลืมออกกำลังกาย!

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การออกกำลังกายเฉพาะส่วนบริเวณหน้าท้องเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้ลดหน้าท้องได้ การออกกำลังกายลดไขมันหน้าท้อง หรือ พุง อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การเลือกออกกำลังกายแบบแอโรบิค (วิ่ง , ว่ายน้ำ , ปั่นจักรยาน และอื่น ๆ)

แต่ถ้าใครรู้สึกว่า ฉันมีเวลาน้อย ไม่มีเวลาออกไปปั่นจักรยาน หรือเต้นแอโรบิค วิ่ง ว่ายน้ำหรอก… ไม่ต้องถอดใจไป เพราะ เรามีการออกกำลังกายแบบง่าย ๆ อยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน ก็ลดพุงได้ นั่นก็คือ การแกว่งแขน ลดพุง นั่นเอง!

มาแกว่งแขน ลดพุง ลดไขมันหน้าท้องกัน!

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ทำคลิปวิธีออกกำลังกายลดพุง ลดโรค ด้วยการแกว่งแขนแบบง่าย ๆ ให้ประชาชนได้นำไปปฏิบัติกัน ใครอยากรู้ว่าทำอย่างไร ติดตามได้จากคลิปด้านล่างนี้เลย

https://www.youtube.com/watch?v=dn1AQmKBcC8

https://www.youtube.com/watch?v=ibP-V6RgUj0

สำหรับชาวออฟฟิศ ลองออกกำลังกายง่าย ๆ ด้วยเก้าอี้ตัวเดียวดูสิ

การออกกำลังกายง่าย ๆ ด้วยเก้าอี้ตัวเดียว โดยทีมวิทยากรเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย นอกจากจะมีประสิทธิภาพลดพุงได้จริง ยังเหมาะกับชาวออฟฟิศที่ต้องนั่งเก้าอี้วันละอย่างน้อย 8 ชั่วโมง / วัน ด้วยนะ… ดูคลิปแล้วเริ่มปฏิบัติตามได้เลย!

https://www.youtube.com/watch?v=f6_zUOjzYqI

ทิ้งท้ายให้ระวัง! มีพุงใหญ่ ไขมันเยอะ เสี่ยงโรคร้ายแรงมากมาย

1. ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่

มีผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่อ้วนลงพุงนั้นจะทำให้การทำงานของปอดลดลง เพราะอัตราการหายใจลดลง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นเป็นเวลานาน ทำให้ทางเดินหายใจหดแคบลง และก่อให้เกิดโรคปอดเรื้อรังอย่าง หอบหืด ตามมาได้

2. การทำงานของหลอดเลือดผิดปกติ

จากผลการศึกษาปี 2012 พบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่อ้วนลงพุงกับภาวะการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน และภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และการที่เส้นเลือดแดงแข็งตัว และตีบนั้นก็จะก่อให้เกิด โรคหัวใจตามมาได้

3. เสี่ยงต่อเบาหวาน

ไขมันหน้าท้อง เป็นไขมันที่พบในคนที่มีภาวะอ้วนลงพุง ไขมันนี้มีการผลิตฮอร์โมนซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย และยังทำให้ตัวรับสัญญาณอินซูลิน (ตัวควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด) ทำงานผิดปกติ ทำให้เสี่ยงต่อการป่วยเป็น โรคเบาหวาน เพิ่มขึ้นนั่นเอง

4. ระดับคอเลสเตอรอลสูง+โรคหัวใจ

ไขมันหน้าท้อง สามารถเปลี่ยนเป็นกรดไขมันอิสระ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายผลิตคอเลสเตอรอล LDL (ไขมันเลว) นอกจากนั้นกรดไขมันอิสระยังทำให้ระดับของคอเลสเตอรอล HDL (ไขมันดี) ลดลง ซึ่งไขมันเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลต่อการทำงานของหลอดเลือด แต่ยังทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และ ภาวะหัวใจวาย ตามมาได้

5. เสี่ยงโรคสมองเสื่อม และอัลไซเมอร์

ผลการศึกษาในปี 2010 พบว่ายิ่งรอบเอวคุณหนามากเท่าไหร่ รวมทั้งยิ่งอ้วนลงพุงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม และ โรคอัลไซเมอร์ มากขึ้นเท่านั้น เพราะว่าไขมันจะไปอุดตันในเส้นเลือดทำให้เลือดไหลเวียนขึ้นไปเลี้ยงเซลล์สมองไม่สะดวก สมองจึงขาดออกซิเจน และทำให้เซลล์ตายนั่นเอง

อ้างอิง :
1. hd.co.th
2. vrunvride.com
3. healthline.com
4. rama.mahidol.ac.th

ถามหมอออนไลน์ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้  ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...