โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะเกษตรกรใช้สมุนไพร ‘รางจืด’ ขับพิษจากสารเคมี

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ก.ค. 2562 เวลา 06.47 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2562 เวลา 06.47 น. • The Bangkok Insight

แนะเกษตรกรใช้ “รางจืด” ขับสารพิษจากเคมีเกษตรออกจากร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้น เหตุช่วงทำการเพาะปลูก อาจได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลง หรือสารกำจัดศัตรูพืช

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์การเจ็บป่วยจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปี 2544 – 2560 มีผู้ป่วยได้รับพิษจากสารเคมีรวม 34,221 ราย มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 49 ราย หรือโดยเฉลี่ยมีผู้ป่วยปีละ 2,013 ราย  และจากรายงานประจำปี 2561 สำนักโรคจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อมกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการคัดกรองความเสี่ยงจากการสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พบว่า ปี 2561 มีผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีผลเสี่ยง และไม่ปลอดภัย 40.99%  คิดเป็น 342,737 ราย จากจำนวนทั้งหมด 836,118 ราย

นพ.สรรพงศ์ ฤทธิรักษา

นพ.สรรพงศ์ ฤทธิรักษา รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงฤดูฝน เป็นช่วงฤดูกาลเพาะปลูก เกษตรกรมักเร่งทำการเกษตร เพื่อให้พืชผลทางการเกษตรเจริญเติบโต จึงมีการใช้สารเคมีเพื่อเร่งผลผลิต อีกทั้งมีการใช้สารเคมีกำจัดพืช ซึ่งสารเคมีเหล่านี้ อาจก่อให้เกิดอันตราย และเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ ทางการหายใจ ทางปาก ทางผิวหนัง สำหรับอาการ และความรุนแรงนั้น ขึ้นอยู่กับระดับสารพิษที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย

หากมีความจำเป็น ต้องฉีดพ่นยาฆ่าแมลง หรือ สารกำจัดศัตรูพืช ก็ควรป้องกันร่างกายตนเอง โดยสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด และอุปกรณ์ป้องกันอันตราย ตรวจเช็กอุปกรณ์การฉีดพ่น ให้อยู่ในสภาพดี หากหัวฉีดอุดตัน ห้ามใช้ปากเป่า แต่ให้ถอดหัวฉีดออกมาทำความสะอาดโดยแช่ในน้ำ ห้ามกินอาหาร น้ำ หรือสูบบุหรี่ ขณะผสมสารเคมี กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง ให้ชำระล้างด้วยน้ำสะอาดนาน ๆ อย่างน้อย 15 นาที รีบอาบน้ำฟอกสบู่เปลี่ยนเสื้อผ้า และไม่ควรฉีดพ่นในขณะที่ลมแรง หรือฝนตก และยืนให้อยู่เหนือลมเสมอ

*ส่วนศาสตร์ทางด้านการแพทย์แผนไทย มีการนำสมุนไพร “รางจืด” มาใช้ในการขับสารพิษ จากยาฆ่าแมลง หรือ สารกำจัดศัตรูพืช ให้นำใบสด 5-7 ใบ คั้นกับน้ำ 1 แก้ว ขนาด 250 มิลลิลิตร รับประทานก่อนอาหาร 3 เวลา ต่อเนื่อง 7 วัน เพราะรางจืด มีฤทธิ์เย็น เมื่อกินติดต่อกัน อาจทำให้ระบบในร่างกายเสียสมดุลได้ *

ปัจจุบันโรงพยาบาลในประเทศไทยหลายแห่ง ได้มีการศึกษา และนำมาใช้จริงกับเกษตรกลุ่มเสี่ยงที่ใช้สารเคมี ทำให้พบว่า ภูมิปัญญาดังกล่าวนำมาใช้ ควบคู่ กับการป้องกันตัวเองจากสารเคมี นับเป็นการบรรเทาอาการจากสารพิษดังกล่าวได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้การป้องกันตัวเองเบื้องต้น ก่อนสัมผัสสารเคมีทางร่างกายก็ยังต้องทำเป็นลำดับแรก

*ปัจจุบันรางจืดถูกบรรจุเป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ในรูปแบบชาชง มีสรรพคุณถอนพิษ เบื่อเมา ขนาดและวิธีใช้ รับประทานครั้งละ 2 – 3 กรัม ชงกับน้ำร้อน 120 – 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือเมื่อมีอาการ ควรระวังการใช้ ในผู้ป่วยเบาหวาน เพราะอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาอื่นอย่างต่อเนื่อง *

เพราะรางจืดอาจเร่งการขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ทำให้ประสิทธิผลของยาลดลง หากรับประทานยาอื่นอยู่ ควรรับประทานยารางจืดหลังจากรับประทานยาอื่นแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง หากมีข้อสงสัยการใช้รางจืดติดต่อสอบถามได้ตามโรงพยาบาลที่มี การให้บริการแพทย์แผนไทยทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...