โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เส้นทางการเมือง 27 ปี ของ “อภิสิทธิ์” อดีตนายกฯ คนที่ 27 ที่เป็น ส.ส.ครั้งเเรกเมื่ออายุ 27

TODAY

อัพเดต 05 มิ.ย. 2562 เวลา 18.13 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2562 เวลา 09.02 น. • Workpoint News

5 มิถุนายน 2562 นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ได้ประกาศลาออกจากการ สมาชิกผู้เเทนราษฎร (แต่ไม่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค) โดยก่อนหน้านั้นเขาได้ประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค หลังจากแจ้งเกิดในฐานะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร ในขณะอายุ 27 ปี เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 และเป็นเวลา 27 เช่นกัน ที่เขาโลดแล่นบนถนนสายการเมือง กับพรรคประชาธิปปัตย์

ย้อนไปเมื่อ 27 ปีที่แล้ว เขาเป็นนักการเมืองหนุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เป็นความหวังของพรรค ซึ่งด้วยโปรไฟล์สุดหรูเริ่ด ประกอบกับมีบุคลิกลักษณะผู้นำ อีกทั้งมีคารมโวหารที่เชือดเฉือนฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแสบสันต์ รวมถึงมีหลักการในการแสดงความคิดเห็น ตามแบบฉบับศิษย์สำนักชวน หลีกภัย ทำให้หลายๆ คนคาดการณ์ว่า ไม่ช้าก็เร็ว เขาต้องก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรได้อย่างแน่นอน

ก่อนเข้าสู่เส้นทางสายการเมือง

นายอภิสิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2507 ที่เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรของ ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับ ศ.พญ.สดใส เวชชาชีวะ มีพี่สาว 2 คนคือ ศ.พญ.อลิสา วัชรสินธุ ศาสตราจารย์หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็ก กับ นางสาวงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนชื่อดัง เจ้าของรางวัลซีไรต์ ปี 2549

เขาเรียนในระดับประถมที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วย้ายเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมที่อีตัน ประเทศอังกฤษ ก่อนศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ซึ่งเป็นคนไทยคนที่ 2 ที่ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 ในสาขาวิชานี้ ต่อจากพระยาศรีวิสารวาจา (หุ่น ฮุนตระกูล)

หลังสำเร็จการศึกษา เขาเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ระหว่างปี พ.ศ. 2530–2531 ได้รับการแต่งตั้งยศร้อยตรี ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2531 ก่อนจะลาออกจากราชการกลับไปศึกษาต่อระดับปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทแล้ว เขากลับมาเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สู่เส้นทางการเมือง

นายอภิสิทธิ์ได้เข้าช่วยงานพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่สมัยที่เขายังศึกษาอยู่ที่อังกฤษ โดยในช่วงปิดเทอม กลับมาเมืองไทย เขาได้เป็นอาสาสมัครช่วยหาเสียงให้กับ นายพิชัย รัตตกุล ต่อมาได้เข้าช่วยงานด้านวิชาการในเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจให้กับ นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น

โดยเขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2535 และสามารถฝ่ากระแส "มหาจำลองฟีเวอร์" เป็น ส.ส. กรุงเทพฯ คนเดียวของพรรค ขณะอายุเพียง 27 ปี

ซึ่งในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 นายอภิสิทธิ์ได้ร่วมปราศรัยและคัดค้านการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ พลเอกสุจินดา คราประยูร ที่ สนามหลวง และลานพระบรมรูปทรงม้า ด้วย

ต่อมาหลังการเลือกตั้งในเดือนกันยายน ปี 2535 พรรคประชาธิปัตย์ได้รับคะแนนเสียงสูงสุด ส่งผลให้ นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายอภิสิทธิ์ได้รับตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ฯลฯ และผูกขาดการเป็น ส.ส.กรุงเทพ มาโดยตลอด ไม่ว่ากระแสของพรรคในเมืองหลวงจะพุ่งสูง หรือตกต่ำ

และก้าวขึ้นสูงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2539 ต่อมาในรัฐบาลชวน 2 ที่ประชาธิปตย์สามารถพลิกเกมสร้างตำนานงูเห่า ภาคแรก จนทำให้นายชวนกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งในปี 2540 เขาก็ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

*หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 7 *

ในการเลือกตั้ง ปี 2544 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ปี 40 ท่ามกลางกระแสทักษิณฟีเวอร์ อภิสิทธิ์ได้เข้าสภาในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดย พรรคไทยรักไทย ได้รับคะแนนเสียงถล่มทลาย และเป็นเกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนประชาธิปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้าน

ต่อมาในปี 2548 จากการที่พรรคไทยรักไทยได้รับคะแนนเสียงเข้าสภาเกินกว่าครึ่ง  จึงตั้งรัฐบาลได้อย่างเบ็ดเสร็จ ส่วนประชาธิปัตย์ ก็ต้องกลายเป็นฝ่ายค้านติดต่อกัน 2 สมัย ส่งผลให้ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคในเวลานั้น ลาออกจากตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์ก็ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค คนที่ 7 และเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ก่อนที่จะเกิดการรัฐประหารในปี 2549

นายกรัฐมนตรี คนที่ 27

จากการนำทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งแรกของนายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ในช่วงปลายปี 2550 ผลปรากฏว่า พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นอวตารของไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้ง ส่งผลให้ นายสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนนายอภิสิทธิ์ ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน

และเมื่อนายสมัครพ้นจากตำแหน่งนายกฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ก่อนเกิดการพลิกเกม สร้างตำนานงูเห่า ภาค 2 จากการเดินหมากของ นายสุเทพ เทือกสุวรรณ เลขาธิการพรรค ณ ขณะนั้น ดึง ส.ส.กลุ่มนายเนวินเข้ามาเป็นพวก ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ของประเทศ ช่วงปลายปี 2551

ซึ่งในระหว่างที่เขาเป็นนายกฯ ก็เกิดการชุมนุมประท้วงของ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ (นปช.) ที่เรียกร้องให้ยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

โดยมีการชุมนุมใหญ่ที่สี่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม ปี 2553 ก่อนจะถูกปรามปราบอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จนต้องยุติการชุมนุมช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ปีเดียวกัน แกนนำหลายคนถูกจับกุม และอีกหลายคนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ โดยฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ณ ขณะนั้น เรียกการสลายการชุมนุมดังกล่าวว่า “ขอคืนพื้นที่”

ลาออกจาก ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์

ต่อมาในปี 2554 ก็ได้มีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม และผลปรากฏว่า พรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำทัพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ ก็ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ส่งผลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ส่วนนายอภิสิทธิ์ได้แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ได้รับเลือกกลับมาใหม่ในปีเดียวกัน

ช่วงปลายปี 2556 เกิดกลายชุมนุมประท้วงรัฐบาลของ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ภายใต้การนำของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก่อนเกิดการรัฐประหาร ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในปี 2557 และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะ ก็ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา แล้วได้มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 60 ในวันที่ 24 มีนาคม 2562

โดยระหว่างการหาเสียง นายอภิสิทธิ์แสดงท่าทีว่าไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ถึงกับประกาศว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ หากเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

แต่จากการพ่ายแพ้เลือกตั้งอย่างยับเยิน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ เพียง 50 กว่าคน ผิดฟอร์มพรรคใหญ่ที่มีอายุกว่า 70 ปี ทำให้นายอภิสิทธิ์ ตัดสินใจลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค

และจากการที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายก นายอภิสิทธิ์ ก็ประกาศลาออกจากการเป็น ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2552

แม้จะลาออกจาก ส.ส. แต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งสถานะสมาชิกพรรค ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า เส้นทางสายการเมืองของอดีตนายกฯ คนที่ 27 ที่เริ่มต้นเมื่ออายุ 27 ปี และครบรอบ 27 ปีในปีนี้ จะดำเนินเดินไปในทิศทางใด ?  

อ้างอิง 

th.wikipedia.org/wiki/อภิสิทธิ์_เวชชาชีวะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...