โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ฉี่รดที่นอน ลูกมีปัญหานี้ เมื่อไหร่จะหาย

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2562 เวลา 08.45 น. • Motherhood.co.th Blog

"ฉี่รดที่นอน" ลูกมีปัญหานี้ เมื่อไหร่จะหาย

ถึงแม้ลูกจะเข้าวัยเรียนแล้ว แต่หลายๆบ้านก็ยังพบเจอกับปัญหา "ฉี่รดที่นอน" กันอยู่ ทำเอาคุณพ่อคุณแม่กังวลกันมาก ไม่แน่ใจว่าลูกมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่ได้อยู่ในวัยทารกแล้วแต่ยังฉี่รดที่นอน แบบนี้เรียกว่าผิดปกติได้หรือยัง แล้วจะต้องทำยังไงลูกถึงจะเลิกฉี่รดที่นอนเสียที หรือว่าไม่ต้องทำ มันอาจจะหายไปได้เอง แล้วเมื่อไหร่กันละ?

ความเครียดก็เป็นสาเหตุนึงของการฉี่รดที่นอน

สาเหตุที่ทำให้ลูกปัสสาวะรดที่นอน

  • ลูกมีพัฒนาการบางส่วนที่ล่าช้า โดยปกติเด็กจะสามารถกลั้นหรือควบคุมปัสสาวะได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบขึ้นไป แต่กับเด็กบางคนอาจจะมีพัฒนาการของระบบประสาทควบคุมที่ส่งผ่านจากสมองมาถึงไขสันหลังนี้ล่าช้า จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะได้
  • ฮอร์โมน ADH ผิดปกติ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ทำหน้าที่ควบคุมร่างกายให้ผลิตน้ำน้อยลงในตอนกลางคืน ดังนั้นเวลามันทำงานไม่ปกติก็จะทำให้ผลิตน้ำมาก เด็กเลยปวดฉี่ตอนนอน
  • ปัญหาการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ เช่น ความจุของกระเพาะที่น้อยเกินไป โดยเฉพาะในเด็กเล็ก และการหดรัดตัวของกระเพาะ
  • พันธุกรรม เด็กจะมีโอกาสปัสสาวะรดที่นอนถึงร้อยละ 44 หากเป็นเด็กที่พ่อหรือแม่มีประวัติฉี่รดที่นอนตอนยังเด็กเหมือนกัน ส่วนเด็กที่มีพ่อแม่เคยเป็นเด็กฉี่รดที่นอนกันทั้งคู่ ก็จะมีโอกาสเป็นเองด้วยสูงถึงร้อยละ 77 เลย
  • การนอนที่ผิดปกติ นอกจากนี้ยังส่งผลเสียทำให้เด็กหยุกหายใจขณะนอน และเป็นโรคนอนหลับลึกเกินไปด้วย
  • สาเหตุเกี่ยวเนื่องกับโรคอื่นๆ เช่น ท้องผูก เบาหวาน และอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  • ปัญหาด้านอารมณ์และพฤติกรรม เช่น ได้รับการฝึกให้ปัสสาวะเร็วเกินไป หรือเด็กมีความเครียดสะสม เช่น มีปัญหาจากที่โรงเรียน

อาการปัสสาวะรดที่นอนมี 2 แบบ

  • ไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะในเวลากลางคืนได้เลย มักพบในเด็กเล็ก
  • สามารถควบคุมได้แล้ว แต่มาเกิดปัสสาวะรดที่นอนอีกภายหลัง มักพบในเด็กโต และมักมีปัญหาความเครียดเกี่ยวข้อง

สมควรพบแพทย์หรือไม่

หากลูกเป็นเด็กที่พ้นวัยทารกมาแล้วแต่ยังมีอาการปัสสาวะรดที่นอนอยู่ ก็ควรพาเขาไปพบแพทย์ ในเบื้องต้นแพทย์จะให้ตรวจปัสสาวะดูก่อนว่ามีอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะหรือไม่ ถ้าผลตรวจไม่มีอะไรผิดปกติ แพทย์จึงจะให้คำแนะนำด้านอื่นต่อไป บางรายที่อาการหนักมาก แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยา

พ่อแม่ควรฝึกลูกอย่างจริงจังให้เขาควบคุมการปัสสาวะในเวลากลางคืนได้

วิธีช่วยลูกไม่ให้ฉี่รดที่นอน

  • ไม่ควรให้ลูกดื่มเครื่องดื่มใดๆภายใน 1-2 ชั่วโมงก่อนนอน โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอย่างน้ำอัดลม น้ำหวานต่างๆ รวมทั้งการกินขนมหรือของว่างก็ควรให้เด็กจัดการให้เสร็จหลังมื้อค่ำทันที
  • อย่าปลุกลูกขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน หรือแม้แต่พยายามอุ้มเขาไปห้องน้ำทั้งที่ยังหลับ เพราะจะยิ่งทำให้เขาฝึกควบคุมการปัสสาวะได้ช้าลงไปอีก
  • ฝึกให้เขาลุกไปฉี่ทันทีที่เขารู้ตัวว่าปวด
  • ชื่นชมลูกบ้างในวันที่เขาไม่ได้ฉี่รดที่นอน แต่ไม่ควรดุด่าในวันที่เขาเผลอฉี่รดที่นอนอีก
  • ให้เขาได้ร่วมบันทึกอาการของตัวเอง รวมทั้งให้มีส่วนร่วมในการทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนด้วย
  • การใช้ผ้ายางปูรองบนที่นอนก็จะช่วยลดความยุ่งยากในการทำความสะอาดไปได้ระดับนึง

อาการปัสสาวะรดที่นอนจะค่อยๆหายไปเองเมื่อลูกโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าวัยรุ่นแล้วก็ไม่มีใครมีอาการแบบตอนเด็กๆอีก คนที่ยังคงมีอาการไปจนถึงวัยผู้ใหญ่นั้นสามารถพบได้น้อยมากจริงๆ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเครียดมากไป มันเป็นอาการที่เด็กสามารถพัฒนาและควบคุมได้ดีขึ้นตามวัยอยู่แล้ว แค่มีเด็กบางคนอาจจะทำได้ช้ากว่าเด็กอื่นเล็กน้อยเท่านั้นเอง

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...