โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"โควิด" ทุบซ้ำ โรงสีขายไม่ดีแถมต้นทุนพุ่ง จ่อปิด 80%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2564 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 09.30 น.

“แม่ใจธนะโชติวัฒน์” บิ๊กโรงสีพะเยาเปิดใจ “โควิด” ทุบซ้ำ ขายไม่ดีแถมต้นทุนพุ่ง จ่อปิด 80%

นับเป็นเวลาหลายปีที่ผู้ประกอบการโรงสีข้าวต้องเผชิญกับปัญหาที่สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ เพราะถือว่าโรงสีเป็นหนึ่งในธุรกิจเสี่ยงสูงที่มีโอกาสเกิดหนี้สูญ สมาคมโรงสีข้าวไทย พยายามออกแรงช่วยเหลือสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอให้สถาบันการเงินผ่อนปรน ช่วยให้โรงสีซึ่งเป็น “กลางน้ำ” ของอุตสาหกรรมข้าวไทย ได้มีโอกาสอยู่รอด

แต่มาถึงปีนี้สถานการณ์ธุรกิจโรงสี “ย่ำแย่” หนักกว่าปีที่ผ่านมา โดยเหตุที่ภาคการส่งออกข้าวชะลอตัวต่อเนื่อง 5 เดือนแรกไทยส่งออกข้าวได้เพียง 1.8 ล้านตัน

มาถึงตอนนี้จึงเริ่มเห็นภาวะธุรกิจโรงสีสายป่านสั้นเริ่มปิดในหลายพื้นที่ และโรงสีที่เหลืออยู่กำลังแบกสต๊อกเก่าจนหมดแรงและไม่มีพื้นที่รับซื้อข้าวใหม่

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายอนันตศักดิ์ ศรีสมัย” หรือ เสี่ยโหน่ง เจ้าของโรงสีแม่ใจธนะโชติวัฒน์ ผู้ประกอบการโรงสีขนาดใหญ่จังหวัดพะเยา และประธานชมรมโรงสี จ.พะเยา ที่ออกมาสะท้อนภาพธุรกิจโรงสี ด้วยประสบการณ์การทำธุรกิจมานานกว่า 14 ปีรับซื้อข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวในพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.พะเยา ทำให้เห็นว่าปีนี้ธุรกิจโรงสีใน 2 จังหวัดเริ่มไปไม่ไหว

“ตอนนี้ผู้ประกอบการ 80% ในพื้นที่หยุดกิจการ เช่นใน จ.เชียงราย เดิมมีโรงสี 60 แห่ง ตอนนี้เหลือ 4 แห่ง และ จ.พะเยา เดิมมีโรงสี 25 แห่งตอนนี้เหลือ 4 แห่งเช่นกัน และที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่จะมีแต่โรงขนาดเล็กที่สีขายในพื้นที่ ผมว่าสถานการณ์นี้เป็นทุกพื้นที่ แต่ไม่มีใครอยากพูด เพราะจะยิ่งทำให้กระทบเรื่องสินเชื่ออีก”

สถานการณ์ปีนี้โรงสีอ่วมขึ้น

ตอนนี้โรงสีผมสต๊อกข้าวไว้ 80% คิดเป็นข้าวเปลือก 30,000 ตัน จากกำลังผลิตที่ต้องใช้ 40,000 ตัน ถ้าเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ ผมยังเคลียร์สต๊อกไปไม่หมดแล้ว แน่นอนว่าจะไม่มีเงินและไม่มีพื้นที่เก็บข้าวเปลือกใหม่ที่จะออกสู่ตลาดแน่นอน

“เราก็ไม่รู้จะไปขายใคร เพราะผู้ส่งออกก็ส่งออกไม่ได้ ตู้คอนเทนเนอร์ เรือไม่มี ส่วนกรณีที่จะเอาข้าวที่ผมมีสต๊อก ไปวางเป็นหลักทรัพย์ประกันเงินกู้หรือสินเชื่อนั้น คงไม่ได้ โครงการแบบนั้นมีแต่โลกสวยเท่านั้นแหละ หลังจากเซ็นเสร็จในชีวิตจริงใครไปกู้ได้บ้าง ส่วนโครงการให้โรงสีช่วยซื้อชดเชยดอกเบี้ยก็มีโรงสีเข้าร่วมบ้างรวมถึงเราด้วย แต่ตอนนี้โครงการสิ้นสุดแล้วตั้งแต่ประมาณเดือนเมษายนผ่านมาหลายเดือนแต่ยังไม่ได้เงิน”

ราคาข้าวเปลือก “ดิ่ง”

ราคาข้าวเปลือกตกต่ำลงมาก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ที่เก็บในสต๊อกมีต้นทุนรับซื้อข้าวเปลือก 14,000 บาทต่อตัน สีเป็นข้าวสาร 23,000 ตันนั่นคือราคาทุน แต่ขายจริงเหลือ 20,000-21,000 บาท เก็บมาตั้งแต่ปี 2562 สมัยต้น ๆ โควิด จะเห็นว่าราคามะลิตอนนี้ถูกกว่าราคาข้าวปทุมธานีเสียอีก อย่างราคาล่าสุดข้าวหอมมะลิ หาบละ 1,080 บาท มี 60 กิโลกรัม ข้าวปทุมธานี หาบละ 1,820 บาท เป็นปีที่แปลกเพราะโดยปกติหลังข้าวหมดนาแล้ว ราคาข้าวจะขยับขึ้นแต่เดี๋ยวนี้ไม่ขยับ

“พอโควิดมายิ่งลำบาก โดยเฉพาะมาตรการที่ใช้ดูแลการขนส่งระหว่างจังหวัด ทำให้โรงสีที่จะขนส่งข้าวไปขายที่กรุงเทพฯ ต้องใช้เวลานานขึ้น จากเดิมการขนส่งข้าวไปกรุงเทพฯ ใช้เวลาไป-กลับแค่ 2 วัน แต่ตอนนี้ได้อาทิตย์ละ 1 เที่ยว ต้องแวะพักที่พิษณุโลก อ่างทอง กว่าจะถึงกรุงเทพฯ ค่าใช้จ่ายพักค้างคืนก็ต้องจ่ายเป็นต้นทุนเพิ่ม และบวกเวลาต้องกักตัว ทำให้แต่ละเดือนไปได้แค่ 2 เที่ยว พอขนส่งข้าวช้าก็ทำให้ต้องเก็บสต๊อกนานขึ้น ข้าวเสื่อมเราก็ต้องปรับปรุงข้าวก็เป็นต้นทุนอีก คนที่เอาเงินแบงก์มาก็ต้องเสียดอกเบี้ยหยุดไม่ได้ อย่างผมมีลูกน้อย 100 คน บวกครอบครัวพวกเค้าอีกเฉลี่ยซะ 5 คน เราทิ้งลูกน้องไม่ได้ แต่บุญเก่าเราไม่เยอะ ถ้าไม่มีรายได้เลย บุญเก่าหมด ไม่อยากทิ้งลูกน้องแต่จะทำอย่างไรได้”

ปัจจัยลบรุมเร้าโรงสีไปไม่ไหว

ถ้าถามว่าทำไมธุรกิจโรงสีไมไหว มาจากหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งคนไทยทุกวันนี้กินข้าวน้อยลง หันไปกินคลีน หรือกินแบบอื่น เพราะมองว่ากินข้าวแล้วอ้วน และมาเกิดภาวะโควิด นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นผู้บริโภคหลักกลุ่มหนึ่งก็หายไปไม่สามารถเดินทางมาได้ และภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น สมมุติคุณมีเงิน 20 บาท คุณกินข้าวไม่ได้อิ่มนำ แต่กินมาม่าได้ นั่นเลยทำให้มีมาม่ามาแข่งกับข้าว และยิ่งข้าวหอมมะลิราคาสูงคนหันไปกินข้าวอื่น ข้าวปทุม ข้าวขาวแทน

ความช่วยเหลือจากภาครัฐ

“ผมไม่ค่อยพูดถึงประเด็นนี้ เพราะคนจะมองว่าเราเป็นธุรกิจ ซึ่งตอนที่มีกำไรเราไม่พูด แต่พอขาดทุนจะมาให้รัฐช่วยได้อย่างไร ฉะนั้น ผมขอแค่ให้รัฐทำอะไรที่เขาควรทำดีกว่า เช่น ส่งออกไม่ได้ไม่มีตู้เรือก็ไปแก้ปัญหาตรงนั้น ไปแก้ไขโรคโควิด เร่งฉีดวัคซีน ถ้าเปิดรับนักท่องเที่ยวมา ก็ทำให้มีคนมาบริโภคข้าวเรามากขึ้น“

“ทุกคนมักเข้าใจว่าโรงสีเป็นธุรกิจกดราคารับซื้อชาวนา แต่จริง ๆ แล้ว โรงสีเราไม่สามารถตั้งราคารับซื้อข้าวเองได้ ในแต่ละวันตื่นมาต้องเปิดดูราคาว่าผู้ส่งออกรายใดเปิดราคาซื้อที่เท่าไร จากนั้นก็จะมากำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือก ไม่ใช่เราอยากตั้งราคาเท่าไรก็ตั้งได้ ตอนนี้ผู้ส่งออกแต่ละรายก็ไม่ได้เปิดราคารับซื้อข้าวทุกชนิดทุกวัน อย่างวันนี้มีบางรายเท่านั้นที่รับซื้อข้าวเหนียว เรามีข้าวมะลิสต๊อกอยู่จะทำอย่างไร

เช่น เรามีข้าวสารต้นทุน 23 บาท แต่ผู้ส่งออกบอกว่าราคานี้ส่งออกไม่ได้ไม่รู้จะซื้อมาเก็บไว้ทำไม ขอซื้อแค่ 21 บาทได้ไหมจะช่วยซื้อให้ เราก็ต้องตัดสินใจว่าเราจำเป็นต้องขายเอาเงินมาใช้ไหม ถ้าเราตัดสินใจขายในราคาต่ำ ก็จะทำให้ราคานั้นกลายไปเป็นราคาอ้างอิงในตลาด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...