วิธีกำจัดศัตรูข้าว ด้วยสารชีวพันธุ์
คุณนพดล สว่างญาติ วิศวกรผู้เปลี่ยนตัวเองมาจัดการการทำนา ใช้ทักษะของพ่อและวิชาการของตัวเอง มาพัฒนาการทำนาให้ครอบครัว และขยายสู่ชุมชน จนปัจจุบันจัดให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรได้กว่า 80-100 คน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และหวังว่าวันหนึ่งจะช่วยขจัดความยากจนให้เกษตรกรได้
เมื่อครั้งที่เขาจะเปลี่ยนอาชีพจากวิศวกรมาเป็นเกษตรกร หลายคนตั้งคำถามว่าจะทำอย่างนั้นทำไม ในเมื่อเป็นวิศวกรก็ดีอยู่แล้ว แต่สำหรับเขาในตอนนั้น คำว่า "ครอบครัว" สำคัญที่สุด เขาอยากมีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาให้ลูก ให้พ่อแม่ ให้ภรรยา และเมื่อถึงวันนี้ ถึงแม้ตัวเลขรายรับของเขาจะน้อยกว่าเดิม แต่เมื่อค่าใช้จ่ายทุกอย่างลดลง รายรับที่มีน้อยกลับพอเพียงสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ และสิ่งที่ได้มากกว่าเดิมคือ ความสุข เวลา และครอบครัว ซึ่งสำคัญกว่าทุกสิ่งสำหรับเขา
จากเด็กผู้ชายที่ไม่ชอบคำว่าเกษตรกร เพราะสำหรับเขามันดูหนัก ดูจน แต่วันนี้เขากลับพูดและเขียนได้อย่างเต็มใจ ว่าเขาคือเกษตรกร และยิ่งไปกว่านั้นลูกของเขาเองก็เขียนอย่างภาคภูมิใจว่าพ่อเป็นเกษตรกร และในวันข้างหน้าเขาก็จะเป็นเกษตรกรเช่นเดียวกับพ่อของเขาด้วยเช่นกัน
ความรู้ที่คุณนพดลมี และทักษะที่ชำนาญการของพ่อ เมื่อนำมารวมกัน ทำให้คุณนพดลสามารถคิดวิธีการกำจัดศัตรูพืชที่ทั้งทุ่นแรงกาย กำลังทรัพย์ และปลอดภัยกับเกษตรกรและผู้บริโภคอย่างแท้จริง
ในเรื่องของการจัดการศัตรูพืช จะเป็นโรคพืชหรือแมลง คุณนพดลใช้สารชีวพันธุ์เป็นหลัก โดยปกติเกษตรกรโดยทั่วไปจะแบกน้ำใส่สารเคมีเต็มที่ก็ 25 ลิตร แบกไปพ่นไปหนึ่งไร่แบบนี้เป็นปกติทั่วไป แต่ที่นาของคุณนพดลใช้สารชีวพันธุ์แปรรูปเรียบร้อยแล้วให้มันเกิดเป็นสปอร์ เชื้อสดก็แปรรูปให้เป็นผง ก็จะสะดวกมากขึ้น จากเดิมเคยแบก 25 กิโลแล้วฉีด ก็จะเหลือแค่ครึ่งกิโล แต่ครึ่งกิโลนี้ใช้ได้ 5 ไร่ ถือครึ่งกิโลลงไปในนาแล้วก็หยอดไปเรื่อย ๆ เดินหยอดไป ก็ดูข้าวไปด้วย เพราะมีเวลาเยอะ เราไม่ได้แบกทั้ง 25 กิโล แต่แบกแค่ครึ่งกิโล ความเหนื่อยมันต่างกัน
และที่ทุ่นแรงได้ยิ่งขึ้นคือ ใช้วิธีหยอดไปกับน้ำ ปล่อยไปตามน้ำ คือเวลาที่เราวิดน้ำเข้านา เราก็ใส่สารชีวพันธุ์ ทั้งเชื้อราบิวเวอร์เรีย เมตาลิเซี่ยม ทั้งหลายละลายน้ำใส่ถังมาตั้ง แล้วก็ปล่อยลงน้ำไปทั่วแปลงนา เป็นเทคนิคสำหรับคนขี้เกียจ ช่วยลดต้นทุน ลดค่าแรง ช่วยให้ประหยัดได้เยอะขึ้น
สำหรับวิธีการที่เราจะเดินแปลงนา แปลงนาที่เป็นนาหว่านหรือนาหยอดจะมีการทำร่องน้ำอยู่แล้ว บางพื้นที่ก็ใส่เป็น 2 เมตรครึ่งหรือ 3 เมตรแล้วแต่เรา ใช้วิธีการก็คือ ถือถุงเดินโรย เราจะเดินตามร่องน้ำอยู่แล้ว เพราะตรงร่องน้ำมันไม่มีต้นข้าว กำหนดเดินไปประมาณห้าก้าวถึงเจ็ดก้าวแล้วแต่ความยาวของขา แล้วก็ตักโรยลงไปในน้ำ แล้วก็เดินไปอีกประมาณเจ็ดก้าว วิธีการโรยก็คือร่องเว้นร่อง มันจะกระจายได้ทั่วเอง และเป็นสารที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
นายนพดล สว่างญาติ ศูนย์ปราชญ์เกษตรช้างใหญ่ ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โทร. 0875190999