โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครอบครัว จุ๋ม นุสรา ฟ้องคิงเพาเวอร์ โอดไร้เยียวยา หลังลูกฮ.ตก พร้อม 'เจ้าสัววิชัย'

Khaosod

อัพเดต 23 ก.ย 2562 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2562 เวลา 05.58 น.

พ่อแม่ นุสรา อดีตนางงาม ฟ้องแพ่งเรียก 300 ล้าน กองมรดกเจ้าสัววิชัย – บริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ไม่เยียวยา ฮ.ตก ทั้งที่ไปร่วมทำงาน ศาลแพ่งนัดพิจารณา บ่าย 25 พ.ย.นี้

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 23 ก.ย.62 ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นายวิโรจน์ และ นางสำเริง สุขหน้าไม้ บิดา-มารดาของ น.ส.นุสรา อดีตนางงามและนักแสดง หนึ่งในผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวกับที่นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์โดยสาร ตกและเสียชีวิตที่บริเวณลานจอดรถข้างสนามฟุตบอล คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เดินทางมาพร้อมกับทีมทนายความ ยื่นฟ้อง ผู้จัดการมรดกของนายวิชัย

และบริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ในฐานะเจ้าของสิทธิเครื่องบิน เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดเรื่องละเมิดจากการไม่ได้รับความช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย เรียกค่าเสียหาย 300 ล้านบาทซึ่งเป็นค่าขาดไร้อุปการะของบิดามารดา น.ส.นุสรา , ค่าความเสียหายด้านจิตใจและอนามัย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ พ.5169/2562

โดยทีมทนายความแจกเอกสารข่าวสรุปประเด็นว่า กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.นุสรา เนื่องจากการไปทำงานกับนายวิชัย ประธานกรรมการ บริษัทคิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด และประธานกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ตามคำสั่งของนายวิชัย ซึ่งเป็นผู้แทนของบริษัทฯ ที่เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ วันที่ 27 ต.ค.61 เวลา 20.30 น.(เวลาท้องถิ่น)

โดยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์รุ่น AW 16 ทะเบียนหมายเลข G-VSKP ซึ่งเป็นยานพาหนะที่เดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล โดยวันดังกล่าวนายวิชัย เป็นผู้ว่าจ้างนายเอริก สวาฟเฟอร์ และ น.ส.อิซาเบลา โรซาเลโคววิช ให้เป็นผู้ควบคุมดูแลและขันที่เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว ที่วันเกิดเหตุเครื่องยนต์ได้เกิดขัดข้องเสียการควบคุมจนทำให้เครื่องตก

ซึ่ง น.ส.นุสรา เป็นหนึ่งในผู้โดยสารคนหนึ่งที่อยู่บนเครื่องได้เสียชีวิตตามที่เป็นข่าวและเป็นที่รู้กันทั่วไป ขณะที่ปรากฏว่าผู้จัดการมรดกของนายวิชัย รวมถึงกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ไม่ได้ทำการชดใช้เยียวยาค่าเสียหายให้แก่ทายาทของ น.ส.นุสรา จึงต้องมายื่นฟ้องให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ทายาทผู้เสียชีวิต

ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุถึงปัจจุบันทายาทของ น.ส.นุสราได้รับการการช่วยเหลือจากบริษัทคิง เพาเวอร์ฯ เรื่องการจัดงานศพวันละ 15,000 บาทเป็นเวลา 5 วัน และ เงินใส่ซองถวายพระ 5 คืนที่ไม่ทราบจำนวน ส่วนที่ทายาทได้ยื่นขอรับการช่วยเหลือตามกฎหมายจากกองทุนเงินทดแทนก็ได้รับการปฏิเสธจากกองทุนดังกล่าว

ทั้งนี้นายพินิจ ลักษณวิศิษฎ์ หนึ่งในทีมทนายความ กล่าวถึงเหตุฟ้องที่ต้องมายื่นฟ้องว่า คดีกำลังจะครบอายุ 1 ปีในวันที่ 27 ต.ค.นี้ โดยก่อนหน้านี้พ่อแม่ของ น.ส.นุสรา ก็พยายามพูดคุยกันจนถึงที่สุดแล้ว ซึ่งนายวิชัย เป็นทั้งนายจ้างและตามหลักกฎหมายผู้ครอบครองยานพาหนะที่เดินด้วยเครื่องจักรกล คดีนี้คือเฮลิคอปเตอร์ ถ้าเกิดเหตุเกิดความเสียหายกับผู้หนึ่งผู้ใด เจ้าของยานพาหนะนั้นต้องรับผิดชอบ

ไม่พลาดทุกข่าวสาร แอดไลน์ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

เมื่อเจ้าสัววิชัย เป็นเจ้าของเฮลิคอปเตอร์และเกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ฯ ที่ใช้ชื่อติดอยู่ที่เครื่องบินทำนองทำให้ทุกคนเข้าใจว่าเครื่องบินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทคิง เพาเวอร์ฯ ความรับผิดจึงตกอยู่ที่นายวิชัยและบริษัท แต่เมื่อนายวิชัย เสียชีวิตแล้วผู้ที่ต้องรับผิดชอบ คือ กองมรดก ซึ่งมีภรรยาของเจ้าสัววิชัยเป็นผู้จัดการมรดก เรายื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 และบริษัท เป็นจำเลยที่ 2 โดยก่อนจะตัดสินฟ้อง ก็เคยได้พูดคุยกัน 2-3 ครั้งแต่เขาส่งมาแค่ระดับเจ้าหน้าที่ และพยายามจะมัดมือชกส่งเอกสารเป็นภาษาอังกฤษมาให้โดยพ่อแม่ก็อ่านไม่ได้อยู่แล้วซึ่งเสนอชดใช้ค่าเสียหาย 25,000 เหรียญสหรัฐฯ

แล้วล่าสุดเสนอให้ 50,000 เหรียญสหรัฐฯพร้อมกับมีข้อความว่าให้สละสิทธิที่จะเรียกร้องสิทธิใดทั้งหมดด้วยซึ่งก็ไม่เป็นธรรมกับครอบครัวจึงยังไม่ได้เซ็นอะไร ส่วนกองมรดกหรือญาติของนายวิชัยไม่เคยสนใจเข้ามาเจรจาด้วยสักครั้ง คล้ายกับจะถ่วงเวลาให้ขาดอายุความ ทั้งนี้เชิงลึกเรารู้ว่ามีกรมธรรม์แน่แต่เราไปขอ เขาก็บ่ายเบี่ยงให้ติดต่อให้ทีมทนายความที่ประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ศาลนัดพิจารณาคดีวันที่ 25 พ.ย.นี้ เวลา 13.00 น.

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...