โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จักค่า SPF กับ PA ในครีมกันแดดคืออะไร และทำไมต้องมีเครื่องหมาย +

LINE TODAY

เผยแพร่ 26 พ.ค. 2563 เวลา 20.06 น. • pimphicha
ภาพจาก <a href=Retha Ferguson | peels.com">
ภาพจาก Retha Ferguson | peels.com

ซันสกรีน (sunscreen) , ซันบล็อก (sunblock) หรือที่เราภาษาไทยเราเรียก “ครีมกันแดด” นั้นปัจจุบันเป็นของที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เด็กเล็กหรือโตเป็นผู้ใหญ่ล้วน ‘ควร’ ต้องใช้ครีมกันแดดกันทั้งนั้น เพราะทุกวันนี้นอกจากมลภาวะจะเป็นตัวการทำร้ายผิว แสงแดดก็มีอานุภาพรุนแรงขึ้นทุกวัน จึงควรปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับรังสียูวีกันก่อน อย่างที่ทราบกันว่ารังสียูวีไม่ได้มีแค่ในแสงแดด แต่มีอยู่แม้ในที่ร่มอย่างบ้าน ที่ทำงาน หน้าจอคอมพิวเตอร์ และเกือบทุกที่ ทีนี้รู้กันหรือไม่ว่า รังสียูวีนั้นมีกี่ประเภท

รังสี UVA: เป็นรังสีที่สามารถแทรกซึมลึกเข้าไปในชั้นผิวหนังและอาจนำไปสู่การแก่ก่อนวัยผิวและมะเร็งผิวหนัง (จำง่ายๆว่า A คือ Aging ที่หมายถึงความแก่)

รังสี UVB: เป็นรังสีที่จะเปลี่ยนสีผิวของคุณหลังจากใช้เวลากลางแจ้ง - ผิวสีแทนหรือผิวไหม้จากแสงแดดเป็นผลโดยตรงจากรังสี UVB (จำง่ายๆ ว่า B หมายถึง Burn ซึ่งหมายถึงความไหม้เกรียมของผิวได้)

รังสี UVC: สีประเภทนี้จะถูกดูดซับไว้อย่างสมบูรณ์ในชั้นบรรยากาศของโลก จึงไม่อาจมากล้ำกรายงผิวหนังของคุณได้ จึงไม่จำเป็นต้องกังวล

และนั่นทำให้เป้าหมายสูงสุดของครีมกันแดดที่ดีคือปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB นี่เอง

ภาพจาก <a href=Moose Photo | pexels.com">
ภาพจาก Moose Photo | pexels.com

ปัจจุบันครีมกันแดดมีหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น สเปรย์, เจล, ขี้ผึ้ง, โลชั่น, และในรูปแบบผงแป้ง (ซึ่งเป็นแบบที่สาวๆ นิยมใช้มากที่สุด โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดประกอบด้วยส่วนผสมของสารอนินทรีย์และสารอินทรีย์

สารเคมีอนินทรีย์ (Inorganic chemicals) ซึ่งหมายรวมถึงแร่ธาตุเช่น zinc oxide หรือ titanium dioxide ซึ่งใช้ในครีมกันแดดเพื่อทำหน้าที่ ‘สะท้อน’ รังสียูวี สมัยก่อนคงเคยเห็นภาพถ่ายที่ใช้แฟลชแล้วผิวมีความขาวผิดปกติสะท้อนในรูปนั่นแหละคือผลที่ได้จากการใช้ครรีมกันแดด ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย​​ทำให้อนุภาคเหล่านี้มีขนาดเล็กลงดังนั้นจนเราแทบไม่เห็นใครหน้าขาวเว่อร์ตอนถ่ายรูปกันแล้ว

สารเคมีอินทรีย์(Organic chemicals) ซึ่งก็คือส่วนผสมเช่น oxybenzone หรือ avobenzone ส่วนผสมเหล่านี้ทำหน้าที่ดูดซับรังสี UV จากนั้นปล่อยออกมาจากร่างกายระบายเป็นความร้อน

ภาพจาก <a href=OpenClipart-Vectors | pixabay.com">
ภาพจาก OpenClipart-Vectors | pixabay.com

หนึ่งในป้ายที่คุ้นเคยที่สุดก็คือ ‘SPF’ หรือ Sun Protection Factor นี่หมายถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UVB) โดยพื้นฐานแล้วหมายเลข SPF จะบ่งบอกว่า จะใช้เวลานานเท่าใดในการเผาผิวไหม้หนังเมื่อสัมผัสกับแสงแดด ซึ่งโดยทั่วไปผิวของคนจะเริ่มไหม้หลังจากโดนแดดประมาณ 10 ถึง 20 นาที ผลิตภัณฑ์ SPF 20 จะช่วยปกป้องผิวจากการไหม้นานกว่าประมาณ 20 เท่า ก็คือประมาณ 200 ถึง 400 นาที ซึ่งปัจจุบันนี้ค่า SPF ที่สูงสุดอยู่ที่ 50 เท่านั้น อย่างไรก็ตามเรามักต้องทาครีมกันแดดซ้ำอย่างน้อยทุกสองถึงสี่ชั่วโมงเนื่องจากเหงื่ออาจล้างครีมกันแดดออกโดยไม่รู้ตัว

‘PA’ ตามด้วยเครื่องหมายบวก (+) คืออะไร?

 PA ย่อมาจาก Protection grade of UVA) เป็นการแสดงถึงระดับการป้องกันจากรังสี UVA ซึ่งระบบการให้เกรนวัดระดับนี้ถูกคิดค้นโดยประเทศญี่ปุ่น

โดยระบบการจัดอันดับ PA ใช้วิธีทดสอบที่เรียกว่า Persistent Pigment Darkening (PPD) โดยการนำรังสี UVA มาทำให้เกิดการหมองคล้ำบนผิวหนัง PPD ถูกนำมาทดสอบกับผู้คนหลากหลายเพื่อวิเคราะห์ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการเปลี่ยนสีผิวให้เป็นสีแทน หลังจากนั้นนักวิจัยจะทำการเปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างผิวที่ไม่มีการป้องกัน กับผิวที่ได้รับการปกป้อง

ทั้งนี้ PPD ไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอนของการป้องกันรังสี UVA แต่การทดสอบนี้จะถูกแปลงเป็นระบบเป็นการให้คะแนนของแต่ละภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีเพียงห้าประเทศเท่านั้นที่ใช้การทดสอบ UVA นั่นคือ ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ซึ่งที่ญี่ปุ่นผลลัพธ์ของ PPD จะถูกจัดกลุ่มและทำให้ง่ายขึ้นในการวัดค่า PA ดังนี้:

ถ้า PPD ของผลิตภัณฑ์ = 2 ถึง 4, PA = PA +

ถ้า PPD ของผลิตภัณฑ์ = 4 ถึง 8, PA = PA ++

ถ้า PPD ของผลิตภัณฑ์ = 8 ถึง 16, PA = PA +++

ถ้า PPD ของผลิตภัณฑ์ = 16 ขึ้นไป PA = PA ++++

ดังนั้นค่า PA + จึงหมายถึงครีมกันแดดที่ให้การป้องกันรังสี UVAระดับทั่วไป ไล่ระดับไปจนถึง PA +++ ที่ให้การปกป้องที่ดีที่สุด 

เข้าใจความหมายของ SPF และ PA กันไปแล้ว ต่อไปนี้ก็สามารถทำความเข้าในใจการเลือกใช้ครีมกันแดดได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่พึงคำนึงถึงก็คือไลฟ์สไตล์และสภาพผิวของเรา หากสส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในที่ร่ม อยู่หน้าจอคอมพิมเตอร์ก็ไม่จำเป็นจะต้องโหมใช้ครีมกันแดดค่า SPF สูง PA บวกเยอะๆ หากแต่ละวันต้องออกไปผจญกับโลกภายนออก ลุยแดดลุยฝุ่นก็เลือกใช้แบบจัดเต็มกันไป และเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวด้วยนะ หากผวแห้งก็สามารถเลือกใช้แบบครีมได้เต็มที่ แต่ถ้าผิวมันก็เลือกให้เป็นเนื้อบางเบาเช่นฟลูอิด หรือเนื้อเจลกันไป

ข้อมูลจาก colorescience.comwww.dmsc.moph.go.th

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...