โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก Pfizer ผู้คิดค้นวัคซีน COVID-19 กับมาร์เก็ตแคปที่มากกว่า 6 ล้านล้านบาท

Wealthy Thai

อัพเดต 12 พ.ย. 2563 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2563 เวลา 02.54 น. • wealthythai
ต้องยอมรับว่านาทีนี้สิ่งที่ทุกคนทั่วโลกรอคอยคือ ความคืบหน้าเรื่องวัคซีน Covid-19 ซึ่งล่าสุด Pfizer และพาร์ทเนอร์ BioNTech ประกาศความสำเร็จจากการทดลอง เฟส 3 เมื่อคืนวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งจะเริ่มใช้งานได้จริงในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพ.ย.นี้  โดยในปี 2563 ทางบริษัทคาดว่าจะผลิตวัคซีนได้มากถึง 50 ล้านโดส และสูงถึง 1,300 ล้านโดสในปี 2564

ต้องยอมรับว่านานีนี้สิ่งที่ทุกคนทั่วโลกรอคอยคือ ความคืบหน้าเรื่องวัคซีน Covid-19 ซึ่งล่าสุด Pfizer และพาร์ทเนอร์ BioNTech ประกาศความสำเร็จจากการทดลอง เฟส 3 เมื่อคืนวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งจะเริ่มใช้งานได้จริงในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพ.ย.นี้  โดยในปี 2563 ทางบริษัทคาดว่าจะผลิตวัคซีนได้มากถึง 50 ล้านโดส และสูงถึง 1,300 ล้านโดสในปี 2564

 

Dr. Albert Bourla, Pfizer Chairman and CEO กล่าวว่า โดยผลจากการทดลอง ในเฟสล่าสุด Pfizer ได้ทดลองผู้ป่วยเพิ่มอีก 43,538 ราย โดยใช้คนที่มีภูมิหลังทางสุขภาพและชาติพันธุ์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลการทดลองที่แม่นยำและใช้งานได้จริง ซึ่งทางบริษัทประเมินว่าจะได้ผลประมาณ 90% โดยวันที่ยาเห็นผลมากที่สุดคือประมาณวันที่ 7 หลังจากได้รับยาครั้งที่ 2 ซึ่งภายหลังได้รับวัคซีนแล้ว ทาง Pfizer จะติดตามและให้วัคซีนต่อเนื่องอีก 2 ปีหลังจากนี้

 

"วันนี้เป็น Great Day สำหรับมวลมนุษชาติหลังจากที่เราได้ผลการทดลองวัคซีค Covid-19 เฟสที่ 3 โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายๆ ประเทศ การระบาดของ Covid-19 ทำสถิติใหม่อีกครั้ง ความสำเร็จในครั้งนี้จึงน่าจะช่วยหยุดวิกฤตินี้ได้ ซึ่งผลจากทดลอง 94 รายพบว่า จะเห็นผลประมาณวันที่ 7 หลังจากได้รับยาครั้งที่ 2 ซึ่งหมายความว่าการป้องกันจะได้ผลมากที่สุดคือ ภายใน 28 วัน หลังจากฉีดวัคซีนเข็มแรก นอกจากนี้มีบางส่วนที่ตัวยาจะเห็นผล 14 วัน หลังจากการได้รับยาครั้งที่ 2" Dr. Albert Bourla กล่าว

 

เมื่อ Covid-19 ยังอยู่กับเรา สิ่งที่ดูเป็นความหวังมากที่สุดคือ วัคซีนต้านไวรัส Covid-19” วันนี้ Wealthy Thai เลยอยากชวนผู้อ่านมาทำความรู้จักกันหุ้นบริษัทผู้ผลิตยาต้านไวรัสโคโรนาอย่าง “Pfizer” หรือ Pfizer INC.

 

Pfizer หรือไฟเซอร์ เป็นบริษัทยาสัญชาติอเมริกันที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Johnson & Johnson เท่านั้น โดย Pfizer เทรดอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ค หรือ NYSE โดยปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคป 217,889 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงที่ทดลองวัคซีนครั้งแรกในเดือนก.ค.63 ที่มีมาร์เก็ตแคป 203,806.713 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 6,374,055 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 31.725 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) และปัจจุบัน ราคาหุ้น Pfizer ปิดตลาด (9 พ.ย.63) อยู่ที่ 39.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ปรับเพิ่มขึ้น 2.80 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 7.69%

 

 

เส้นทางของ Pfizer เริ่มจากการผลิตยารักษาโรคพยาธิลำไส้ สาขาแรกตั้งอยู่ที่นิวยอร์ค สหรัฐฯ ก่อนจะมาสร้าง Milestone สำคัญในการเป็นผู้ผลิต เพนนิซิลิน” ยาปฏิชีวนะตัวแรกของโลกในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ Pfizer บริษัทยาเล็กๆ กระโดดขึ้นมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยาปฏิชีวนะและยาต้านเชื้อโรคในปัจจุบัน

 

 

สำหรับการทดลองเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว Pfizer ทดลองยาวัคซีนต้านไวรัส ร่วมกับ BioNTech บริษัทไบโอเทคจากเยอรมนี ผลิตยาต้านซีรีส์ “BNT162” ซึ่งมี 2 ตัวที่สำเร็จเป็นรูปเป็นร่างคือ BNT162b1 และ BNT162b2 โดยขั้นตอนการทดลองทั้งหมด Pfizer เริ่มพัฒนามาตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.พ. 63 หรือในช่วงมีข่าวการระบาดของไวรัส Covid-19 เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน

 

 

 

สหรัฐฯ สั่งจองยาต้านไวรัสBNT162 เต็มกำลังการผลิตในปีแรก

 

โดยกว่าจะออกมาเป็นวัคซีน BNT162 ทดลองพัฒนาวัคซีน เช่น การฉีดโปรตีนเข้าเซลล์ ใชวิธีการสกัดวัคซีนใหม่ถึง 4 ตัว ซึ่งสาเหตุที่สามารถ “ผลิตยาต้านไวรัส” ได้อย่างรวดเร็ว ก็เพราะว่าทีมวิจัยของ Pfizer และ BioNTech ใช้โมเดลยาต้านไวรัสซาร์สเป็นตัวหลัก

 

ซึ่งนอกจากเสร็จทันตาม Road map คือ ทดลองวัคซีนในคนในเดือนก.ค.2563 แล้ว สหรัฐซึ่งเป็นผู้ออกกฎหมาย fast track ในการผลิตวัคซีนผ่านองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้สั่งจองวัคซีน 100 ล้านโดส โดยใช้เงินกว่า 1,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 (ทั้งนี้สหรัฐมีแผนเพิ่มคำสั่งซื้อหากสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศไม่ดีขึ้น) และเมื่อได้รับยาต้านวัคซีนล็อตแรก รัฐบาลสหรัฐฯ จะแจกวัคซีนฟรีให้กับประชาชน! และวางแผนเพิ่มคำสั่งซื้อยาต้านไวรัส BNT162 อีก 300 ล้านโดสในปี 2564

 

Pfizer เตรียมกำลังการผลิต 1,300 ล้านโดสในปีหน้า

 

สำหรับกำลังการผลิตยาต้านไวรัส Covid-19 ทั้งหมดของ Pfizer เดิมคาดว่าในปีนี้จะผลิตได้ 100 ล้านโดสในปี 2563 แต่ติดเรื่องการทดลองให้เห็นประสิทธิผลมากที่สุด ในปีนี้จึงผลิต 50 ล้านโดสก่อน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,300 ล้านโดส สำหรับประเทศทั่วโลกในปี 2564 จากเดิมที่คาดว่าจะผลิตได้ 1,200 ล้านโดส ผ่านโรงงานทั้งหมด 6 แห่งในสหรัฐ (3 แห่ง) เบลเยี่ยม (1 แห่ง)  และเยอรมนี (2 แห่ง)

 

ซึ่งก่อนอื่นต้องบอกว่า ค่ายยายักษ์ใหญ่ในตอนนี้ที่กำลังพัฒนาและทดลองต้านไวรัสในคน มีหลักๆ 3 แห่งคือ Pfizer , Moderna และ AstraZeneca แต่ใน 3 รายนี้ Pfizer เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุด และมีความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนมากที่สุด

 

 

อนาคตของหุ้นPfizer

 

ในด้านความเคลื่อนไหวของหุ้น ช่วง Covid-19 ยิ่งทำให้ Pfizer น่าสนใจมากขึ้น จากเดิมที่เป็น Rising star ในสายตานักลงทุนที่ต่างประเทศจับตามอง เนื่องจากในแต่ละปีทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Barron’s ในเครือธุรกิจของ Dow Jones รายงานว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา นักลงทุนขนาดใหญ่ต่างโยกเงินเข้าลงทุนในหุ้นยายักษ์ใหญ่อย่าง Pfizer เมื่อสหรัฐประกาศซื้อยาต้านไวรัส BNT162 จาก Pfizer 100 ล้านโดส ทำให้หุ้น Pfizer ติด Top10 หุ้นที่มีความเคลื่อนไหวสูงสุดของวันในดัชนีดาวโจนส์ในช่วงที่มีการประกาศความคืบหน้าวัคซีน โดยราคาหุ้นที่ปรับขึ้น รับผลบวกข่าวความคืบหน้าวัคซีน Covid-19 ที่จะผลิตได้ทันตามกำหนดการในช่วงปลายปี 2563

 

และแผนการลงทุนในอนาคต นอกจากการเติบโตจากการผลิตยาปฏิชีวนะ ซึ่งแทบจะผูกขาดตลาดแล้ว บวกกับการมีพาร์ทเนอร์ในธุรกิจไบโอเทค ล่าสุดทาง Pfizer เข้าควบรวมกิจการบริษัทยา Mylan จากเดิมที่ Pfizer เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ 57% โดย Mylan นั้น เป็นบริษัทยาขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่เทรดอยู่ในตลาดหุ้น NASDAQ สหรัฐ และมีสัดส่วนการลงทุนจากนักลงทุนสถาบันมากถึง 50%

 

เพราะฉะนั้นจากข้อมูลหุ้น Pfizer เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันว่า หุ้นเฮลท์แคร์กำลังทะยานขึ้นในอนาคต แทบจะชนะทุกปัจจัยลบ เพราะสุขภาพคือพื้นฐานของชีวิต

 

 

 

ที่มา :

https://investors.pfizer.com/investors-overview/default.aspx

https://www.pfizer.co.th/th/node/2271

https://www.fool.com/investing/2020/07/07/does-pfizers-covid-19-vaccine-make-the-big-pharma.aspx

https://www.fool.com/investing/2020/01/25/is-mylan-stock-a-buy.aspx
https://www.barrons.com/articles/contrarian-sold-walmart-merck-pfizer-stock-bought-lilly-51594920656

https://www.shareinvestor.com/sg

https://www.investing.com/

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...