โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TMBAM ชี้หุ้นเทคฯแค่ปรับฐานระยะสั้น-ลุยไอพีโอ 4 กอง ARK ขาย 15-19 มี.ค.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มี.ค. 2564 เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2564 เวลา 11.13 น.

TMBAM Eastspring-Thanachart Fund Eastspring ชี้หุ้นเทคฯแค่ปรับฐานระยะสั้น เชื่อยังให้ผลตอบแทนที่ดีอยู่ ลุยไอพีโอ 4 กอง ARK นวัตกรรมยุคใหม่ “อินเตอร์เน็ต-การเงิน-การแพทย์-การขับเคลื่อนอัตโนมัติ-” เปิดขายช่วง 15-19 มี.ค.64 มูลค่ารวม 4 หมื่นล้านบาท แนะให้ลงทุน5-20% ของพอร์ตลงทุน ควรถือครองอย่างน้อย 3-5 ปีขึ้นไป เพราะหุ้นกลุ่มนี้มีความผันผวนสูง

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ทหารไทย (TMBAM Eastspring) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ธนชาต (Thanachart Fund Eastspring) เปิดเผยว่า บริษัทยังมีความมั่นใจถึงการลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การเดินทาง การรักษาพยาบาล การใช้เงิน และการดำเนินชีวิต โดยจะเห็นว่าในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา การดำเนินชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก ซึ่ง ARK Investment เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ และเริ่มจับทิศทางโอกาสในการลงทุนในบริษัทที่มีนวัตกรรมที่โดดเด่นเป็นรายแรกๆ จนสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีได้มาต่อเนื่อง

แม้ว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาสินทรัพย์ทั่วโลกได้ปรับตัวลดลงแรง ไม่ว่าจะเป็นดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของพันธบัตรระยะยาว 10 ปี(บอนด์ยีลด์) ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคตที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทั้งด้านการเงินและการคลัง โดยการปรับเพิ่มขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน(บจ.) และอาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทในอนาคตที่ลดลงไป ทำให้นักลงทุนปรับลดความเสี่ยงในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงลดลง ซึ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับผลกระทบค่อนข้างมากหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นไปมาก แต่บริษัทมองว่าเป็นการปรับฐานในระยะสั้นๆ และปรับสมดุลของตลาดให้ดีขึ้น

โดยบริษัทประเมินว่าในรอบปี 64 มีปัจจัยที่สนับสนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงสามารถเติบโตได้และยังคงน่าสนใจ ซึ่งจะเห็นได้จากการเข้ารับตำแหน่งของไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน ซึ่งได้มีการเตรียมแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน วงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญ และมีการเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สร้างความยั่งยืนให้กับโลก ทำให้ทิศทางภาพของอุตสาหกรรมย่อยๆ ในโลกจะเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นโอกาสที่บริษัทมองเห็นและอยากแนะนำให้นักลงทุนไทยมีโอกาสในการเข้าลงทุนในการลงทุนที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้ และเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่ๆ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

สำหรับการลงทุนใน ARK Investment ถือว่ายังมีความน่าสนใจ แม้ว่าจะมีความผันผวนค่อนข้างมาก เนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้นที่กองทุน ARK Investment เข้าลงทุนนั้นจะเป็นอุตสาหกรรมเฉพาะกลุ่มที่แตกต่างกันไป และส่วนใหญ่เป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งเป็นหุ้นเติบโตที่การปรับตัวขึ้นและลงที่ค่อนข้างแรก และมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในการคิดค้นและการพัฒนา(R&D) ของแต่ละบริษัท รวมไปถึงการยอมรับนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีนั้นๆ มาใช้ ทำให้การลงทุนในลักษณะเฉพาะมีความผันผวนมากกว่าการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่กระจายกลุ่มอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตามแม้ว่าในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา กองทุน ARK Investment จะมีผลตอบแทนปรับตัวลดลง จากแรงกดดันของแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ทำให้ผลตอบแทนของ ARK Investment ลดลงไปราว 30% และเมื่อวานนี้ก็ได้รีบาวด์กลับขึ้นมา ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นโอกาสของนักลงทุนที่สามารถทยอยเข้าซื้อสะสมได้ และเชื่อว่าหากมีการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกรอบจะปรับตัวลงน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะปรับลดลงราว 5-7% เท่านั้น และจะสามารถกลับขึ้นมาต่อได้ อีกทั้งมองว่าเป็นโอกาสของนักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นอนาคตที่เป็นบริษัทใหม่ๆ ที่มาต่อยอดจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่

ด้านผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุน ARK Investment ในเบื้องต้นผู้จัดการกองทุนของ ARK Investment คือ Catherine Wood ได้ตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุนเบื้องต้นขั้นต่ำ 15% ต่อปี และจะมีทีมงานที่มีความรู้เฉพาะการช่วยดูแลและคัดเลือกเทรนด์ธุรกิจ แต่ผลตอบแทนในการลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับช่วงของการที่นักลงทุนเข้าซื้อด้วย

โดยที่บริษัทเตรียมเปิดกองทุนรวมในธีม ARK Series พร้อมกันทั้งหมด 4 กองทุน ที่เป็นกองทุนประเภท Feeder Fund และ Fund of Fund ที่ลงทุนในกองทุนหลัก ARK ETF 4 ธีม ได้แก่ TMB-ES-INTERNET (ARKW) หรือธีมอินเตอร์เน็ตยุคใหม่, TMB-ES-GENOME (ARKG) ธีมการแพทย์ยุคใหม่, TMB-ES-FINTECH (ARKF) ธีมการเงินยุคใม่ และ TMB-ES-AUTONOMATION (ARKQ) ธีมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ โดยจะเสนอขาย IPO ทั้งหมด 4 กองทุน รวมมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท (กองละ 10,000 ล้านบาท) เสนอขายวันที่ 15-19 มี.ค.64

โดยสำหรับกองทุนเทคโนโลยี แนะนำให้ลงทุนประมาณ 5-20% ของพอร์ตลงทุนและควรถือครองอย่างน้อย 3-5 ปีขึ้นไป เพราะหุ้นกลุ่มนี้มีความผันผวนสูง

นายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) กล่าวว่า บอนด์ยีลด์ของสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างกดดันความน่าสนใจต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดภาพการขายเพื่อล็อกกำไร โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้านี้

แต่ถามว่าในระยะข้างหน้าจะเกิดฟองสบู่(Bubble) หรือไม่ ตอบเลยว่าคงไม่เกิดขึ้น เพราะถ้าย้อนไปช่วงเกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ไอที (Dot-com bubble) กลุ่มหุ้นเทคฯ ในดัชนี S&P500 ใช้ระยะเวลาแค่ 2 ปี สามารถทำผลตอบแทนได้ 220% แต่รอบนี้ใช้เวลา 3 ปีโตขึ้นมาได้ 100% นั่นแปลว่าสามารถเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี ซึ่งถือเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างมีเหตุและมีผล เพราะปัจจุบันกำไรบริษัทเทคโนโลยีค่อนข้างออกมาดี

ส่วนต่อมาถามว่าจะเกิดภาพการหมุนไปเล่นหุ้นกลุ่มอื่น(Sector Rotation) หรือไม่ ถ้ามองหลังสถานการณ์โควิด-19 จบไปแล้ว เชื่อว่าทุกคนจะยังใช้เทคโนโลยีต่อไปและคงใช้กันมากขึ้น โดยหุ้นกลุ่มเทคฯ ในดัชนี S&P500 มีการเติบโต(Growth) อยู่ที่ 120% หรือโตขึ้นมากว่า 6 เท่าในรอบ 6 ปี ขณะที่หุ้นกลุ่มวัฏจักรโตแค่ 30% ดังนั้นไม่แปลกที่เวลาเกิดเหตุการณ์อ่อนไหว(Sensitive) หุ้นเทคฯจะอ่อนไหวง่าย

“การสวิทซ์โหมดหรือ Rotation Play เกิดขึ้นทุกปี เริ่มชัดเจนว่าหุ้นกลุ่มวัฏจักรกลับมา Outperform ได้มากกว่าช่วงไตรมาส 4/63 เพราะความคืบหน้าวัคซีนซึ่งเชื่อว่าจะหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้หุ้น laggard เช่น หุ้นพลังงาน, ธนาคาร เริ่มน่าจะกลับมาสร้างผลตอบแทนได้ดี รวมไปถึงงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านเหรียญ ที่คาดว่าจะอนุมัติจากสภาล่างในเร็วๆ นี้ จึงเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้การเกิด Sector Rotation กลับมาในช่วงนี้” นายบดินทร์ กล่าว

นายบดินทร์ กล่าวต่อว่า แต่ภาพ Rotation Play เชื่อว่าจะเกิดแค่ระยะสั้นๆ เพราะเชื่อว่าหุ้นกลุ่มเทคฯ ยังสามารถทำผลตอบแทนได้ดีอยู่ โดยจะเห็นทุกครั้งว่าเวลาที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น หุ้นจะมีการปรับฐานลงทุกรอบ โดยมีการคาดการณ์บอนด์ยีลด์หากจะพุ่งขึ้นไปใกล้ระดับ 2% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.55% อาจจะเห็นธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมาตรการ(Take Action) ออกมา ซึ่งในการประชุมรอบวันที่ 16-17 มี.ค.64 อาจจะเห็นไกด์ไลน์ โดยคาดว่าน่าจะเห็นเฟดทำ Yield curve control หรือคุมบอนด์ยีลด์ระยะยาวไว้เพื่อไม่ให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น (ซื้อบอนด์ยาวและขายบอนด์สั้น) ทำให้ภาพตลาดยังมีโอกาสแกว่งตัวได้ แต่ขนาดในการปรับตัวลงจะเหลือน้อย

ถามว่าเป็นโอกาสลงทุนหรือไม่ นายบดินทร์ กล่าวต่อว่า ประเมินเศรษฐกิจโลกโตเกิน 4% นำโดยกลุ่มประเทศเอเชียและตลาดเกิดใหม่(EM) น่าจะเติบโตได้ประมาณ 5% จึงเป็นโอกาสเข้าไปลงทุนเพราะภาคการเงินของสหรัฐ ทางเฟดยังมีการอัดฉีด QE 1.2 แสนล้านเหรียญต่อเนื่อง และมีขนาดงบดุลสูงกว่า 7.6 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือคิดเป็นประมาณ 36% ของจีดีพี จากปีก่อนอยู่แค่ระดับ 20% ของจีดีพี ขณะที่ภาคการคลังที่มีผู้นำอย่างไบเดน เยเลน และพาวเวล น่าจะมีนโยบายขับเคลื่อนนโยบายการเงินการคลังต่อเนื่อง รวมถึงกำไรบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตได้ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...