ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดเชียงใหม่ขยายผลสำเร็จต่อยอดเพาะเห็ดเศรษฐกิจทำง่ายรายได้ดี
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรได้พระราชทานแนวพระราชดำริเมื่อวันที่11 ธันวาคม2525 ให้พิจารณาจัดตั้ง“ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดเชียงใหม่” ขึ้นบริเวณป่าขุนแม่กวงอำเภอดอยสะเก็ดจังหวัดเชียงใหม่โดยมีพระราชประสงค์ที่จะให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษาทดลองวิจัยเพื่อหารูปแบบการพัฒนาด้านต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมของภาคเหนือเมื่อสำเร็จแล้วสามารถเผยแพร่แก่ราษฎรให้นำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเองต่อไปโดยทำการศึกษาพัฒนาป่าไม้3 อย่าง3 วิธีเพื่อประโยชน์4 อย่างคือมีไม้ใช้สอยไม้ผลไม้เชื้อเพลิง และอนุรักษ์ดินและน้ำร่วมด้วยรวมทั้งยังศึกษาด้านการประมงในอ่างเก็บน้ำและการเกษตรกรรมและการปศุสัตว์จนเป็นต้นแบบในด้าน“ต้นทางเป็นป่าไม้ปลายทางเป็นประมงระหว่างทางเป็นเกษตรกรรม” เพื่อให้เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯที่สมบูรณ์แบบก่อให้เกิดประโยชน์ต่อราษฎรที่จะเข้ามาศึกษากิจกรรมต่างๆภายในศูนย์ฯแล้วนำไปใช้ปฏิบัติอย่างได้ผลต่อไป
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงานกปร.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริในการพัฒนาสภาพพื้นที่ภาคเหนือและจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดเชียงใหม่โดยการศึกษาทดลองวิจัยและขยายผลองค์ความรู้ที่ประสบผลสำเร็จและเป็นรูปธรรมไปสู่เกษตรกรหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ อาทิ การเลี้ยงกบบลูฟร็อกโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ, การเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อซีเมนต์กลม, การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำและอีกหลายด้านที่จะให้เกษตรกรประชาชนผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาอบรมนอกจากนี้ศูนย์ศึกษาฯยังได้ส่งเสริมให้มีการอบรมเพื่อสร้างอาชีพของเกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์และต่อยอดเป็นรายได้หลักของครอบครัวได้แก่การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า, การเพาะเห็ดเศรษฐกิจเป็นต้น
นางวีราจินะใจ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านตลาดขี้เหล็กอ.ดอยสะเก็ดจ.เชียงใหม่ซึ่งเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์หลังเข้ารับอบรมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เปิดเผยว่า“ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาเรียนรู้และเข้ารับการอบรมจากทางศูนย์ฯ ตั้งแต่ปี37 ตอนแรกมีอาชีพทำนาทำสวนแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เลยไปหาความรู้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เพราะบ้านที่อยู่เป็นหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ โดยเริ่มต้นจากการเพาะเห็ด เลี้ยงปลาเลี้ยงไก่ ทำทุกอย่าง จนมาประสบผลสำเร็จจากการต่อยอดเพาะเห็ดเศรษฐกิจ เช่นเห็ดหลินจือเห็ดนางฟ้าเห็ดหูหนูเห็ดนางรมเห็ดหอมเห็ดขอนดำฯลฯต่อมาได้มีการรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยการแปรรูปเป็นเห็ดแห้งและชาชงสมุนไพรเห็ดได้แก่เห็ดหลินจือเห็ดหัวลิงเห็ดหอมซี่งเรียกว่าเป็นสมุนไพรเห็ด3 เซียนที่ช่วยในเรื่องการกำจัดอนุมูลอิสระและบำรุงร่างกายนอกจากนี้ทางกลุ่มยังได้มีการแปรรูปเห็ดสวรรค์แหนมเห็ดนางฟ้าแหนมเห็ดหอมฯลฯวางจำหน่ายที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯมูลนิธิชัยพัฒนาและวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านตลาดขี้เหล็ก
นอกจากนี้คุณวีณายังได้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากศูนย์ฯโดยใช้สถานที่บ้านของตนเองเป็นแหล่งเรียนรู้การเพาะเห็ดเศรษฐกิจให้กับชุมชนและผู้ที่สนใจและจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันแต่ทางกลุ่มได้ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการดำเนินชีวิตโดยพยายามใช้สิ่งที่มีอยู่นำผลผลิตที่มีอยู่มาใช้รวมทั้งปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานโดยจากที่เคยรวมกลุ่มกันผลิตก็ปรับเป็นทำกันเองภายในครอบครัวและรับผลผลิตจากเพื่อนบ้านเพื่อนำไปส่งขายถือว่าได้ช่วยกันในช่วงสถานการณ์นี้
ทั้งนี้แม้ว่าจะเกิดโควิด19 ขึ้น แต่ถือว่ายังโชคดี ที่ทางกลุ่มยังมีงานทำอยู่ยังมีรายได้จากความรู้ที่ได้รับมาจากศูนย์ศึกษาฯไม่ใช่แค่เพียงช่วยครอบครัวแต่ยังสามารถได้ช่วยเพื่อนบ้านช่วยชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างพอเพียงทั้งนี้ผู้ที่สนใจเพาะเห็ดเศรษฐกิจควรมีการศึกษาหาความรู้ในเบื้องต้นก่อนและที่สำคัญต้องมีความตั้งใจในการเรียนรู้มีความมุ่งมั่นขยันอดทนและยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิตจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เฉกเช่นคุณวีณาจินะใจ