โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาผู้แทนสหรัฐฯ ลงมติถอดถอน ‘ทรัมป์’ กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ถูกยื่นถอดถอนถึง 2 ครั้ง

The MATTER

อัพเดต 14 ม.ค. 2564 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 06.15 น. • Brief

แม้ตำแหน่งสูงจะสูงเพียงใด แต่ถ้าทำผิดก็ไม่รอด ล่าสุด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านมติให้มีการดำเนินการไต่สวนความผิดของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ เพื่อนำไปสู่การถอดถอนออกจากตำแหน่ง หลังทำการยุยงปลุกปั่นให้เกิดจลาจลขึ้นในอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา

การดำเนินล่าสุดของสภาสหรัฐฯ ทำให้ทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ถูกยื่นถอดถอนถึง 2 ครั้ง และหลังจากนี้สภาผู้แทนฯ จะส่งญัตติการถอดถอนทรัมป์ให้กับวุฒิสภาสหรัฐฯ ต่อไป 

ญัตติการถอดถอนนี้ผ่านด้วยการโหวตจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 232 ต่อ 197 คะแนน โดยมี ส.ส. ฝ่ายรีพับบลิกันร่วมสนับสนุนการลงชื่อถอดถอนนี้ด้วย และหนึ่งในนั้นคือ ลินน์ ชีนีย์ (Liz Cheney) บุตรสาวของดิก ชีนีย์ (Dick Cheney) อดีตรองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ที่ได้ออกมาแถลงประณามทรัมป์จากการปลุกระดมประชาชน โดยเธอกล่าวว่า ไม่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใด ที่ทรยศประเทศไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ในส่วนของขั้นตอนต่อไปที่จะตัดสินว่าทรัมป์มีความผิดหรือไม่ วุฒิสภาต้องโหวตให้ได้คะแนนอย่างน้อย 2 ใน 3 ขึ้นไป หมายความว่า ต้องมี ส.ว. สังกัดรีพับบลิกันอย่างน้อย 17 คน เข้าร่วมกับตัวแทนจากเดโมแครต มติถอดถอนจึงจะผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ซึ่งหากดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากที่ผ่านมา มี ส.ว. จากรีพับบลิกันหลายคนเปิดเผยว่าจะร่วมโหวตลงโทษทรัมป์ ฐานปฏิบัติตนเป็นกบฏต่อประชาธิปไตยของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม มิตช์ แมคคอนเนลล์ (Mitch McConnell) สมาชิกวุฒิสภาอาวุโสของสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะเปิดประชุมฉุกเฉิน และกล่าวว่าจะไม่มีการเริ่มพิจารณาใดๆ จนกว่าวุฒิสภามีกำหนดกลับสู่การประชุมสมัยสามัญในวันที่ 19 มกราคม ซึ่งเกิดขึ้นเพียง 1 วันก่อนพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของโจ ไบเดน  แต่เขายืนยันว่าแม้ว่าทรัมป์จะลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว การพิจารณาคดีจะยังดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน

แม้ว่าเป้าหมายที่จะถอดถอนทรัมป์ก่อนหมดวาระ จะเป็นไปได้ยาก แต่อีกหนึ่งสิ่งที่สภาคองเกรสทำได้หลังจากนี้ คือการลงมติยับยั้งไม่ให้ทรัมป์กลับมาลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีอีก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยประกาศ 4 ปี ข้างหน้า เขาจะกลับมาทวงตำแหน่งเดิมคืน

การกระทำยุยงปลุกปั่นของโดนัลด์ ทรัมป์ต่อมวลชนในสัปดาห์ที่ผ่านมา นำมาสู่เหตุชุลมุลกลางสภาสหรัฐฯ เพื่อขัดขวางการกระบวนการรับรองโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ แม้ว่าทรัมป์จะเรียกร้องให้แสดงความคิดเห็นอย่างสันติ แต่เขากลับบอกกลุ่มผู้สนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป จนกว่าจะได้ชัยชนะ และสุนทรพจน์ดังกล่าวก็นำมาซึ่งเหตุวุ่นวาย จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย

การบุกรุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในครั้งนั้น เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบสองศตวรรษ นับตั้งแต่อังกฤษบุกโจมตีและเผาอาคารรัฐสภาในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.1814 ดังนั้น นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่หลายคนประณามว่าเป็นความพยายามในการทำลายประชาธิปไตยของสหรัฐฯ อย่างร้ายกาจ

อ้างอิงจาก

https://www.theguardian.com/international

https://www.theguardian.com/us-news/2021/jan/13/trump-impeachment-what-you-need-to-know 

https://www.cnbc.com/2021/01/13/house-to-impeach-trump-for-inciting-capitol-riot.html 

https://www.reuters.com/article/us-usa-trump/as-house-deliberates-senate-republicans-mull-starting-trump-impeachment-trial-friday-idUSKBN29I2DB?feedType=mktg&feedName=politicsNews&WT.mc_id=Partner-Google 

#Brief #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...