โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"มิลค์พลัส แอนด์ มอร์" น้ำหัวปลีเพิ่มน้ำนมแม่ ต่อยอดผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ บุกตลาดเด็ก

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 17 พ.ค. 2562 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2562 เวลา 10.23 น.

บริษัท มิลค์พลัส แอนด์ มอร์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำหัวปลี ใช้อินผลัมแทนความหวานของน้ำตาล บุกตลาดคุณแม่ที่มีปัญหาน้ำนมไม่พอ กระแสตอบรับดีเกินคาด ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “อาหารเด็กชนิดผง” แบรนด์ ทวิงค์เกิล สตาร์ ชูกรรมวิธีการผลิตด้วยระบบฟรีซดรายเจ้าแรกในไทย เตรียมขึ้นแท่นเจ้าตลาดผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มพร้อมดูแลแม่และเด็กแบบครบวงจร

คุณศราณี วิสุทธิผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลค์พลัส แอนด์ มอร์ จำกัด กล่าว่า ปัจจุบันคุณแม่มือใหม่ คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกคนแรก มักประสบปัญหาเรื่องน้ำนมไม่เพียงพอ ซึ่งในอดีตตนเองก็เคยเจอปัญหานี้ และเคยลองทานผักสมุนไพรพื้นบ้านโดยเฉพาะ “หัวปลี” แต่กว่าจะเห็นผลต้องรับประทานในปริมาณมาก จึงเกิดความคิดที่จะนำ “หัวปลี” มาแปรรูปเป็นน้ำดื่มง่าย

เนื่องจากในท้องตลาดมีน้ำหัวปลีจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อ คุณศราณีจึงสร้างความแตกต่างเพื่อการแข่งขัน โดยเธอไปเรียนคอร์สโภชนาการอาหารที่มหาวิทยาลัยมหิดล 3 เดือน เพื่อนำมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์น้ำหัวปลีให้ได้คุณค่าทางโภชนาการสูงสุด กระทั่งกลายเป็นน้ำหัวปลี ที่ใช้อินทผลัมแทนน้ำตาล ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานของคุณแม่ มี 4 รสชาติ ได้แก่ รสดั้งเดิม ขิง พุทราจีน และมะขาม

สำหรับวัตถุดิบทุกอย่างจะมาจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า ซื้อวัตถุดิบจากชาวบ้านที่ปราศจากสารเคมีตกค้าง เน้นที่ความเข้มข้น เก็บรักษาได้นาน รับประทานง่าย ภายใต้การผลิตที่ได้มาตรฐานสากล อาทิ อย. ฮาลาล และ GMP ด้วยกระบวนการผลิตในระบบสเตอร์ริไรส์ สามารถเก็บได้นาน 1 ปีโดยไม่ต้องแช่เย็น

น้ำหัวปลี แบรนด์ Milk Plus & More วางตลาดเมื่อปี 2559 ในช่วงแรกของการทำการตลาด นักธุรกิจสาว กล่าวว่า ขายผ่านช่องทางออนไลน์และส่งให้ตามร้านค้าเพื่อสุขภาพ เพราะนอกจากจะคุณแม่มือใหม่จะรับประทานได้แล้วคนทั่วไปก็สามารถรับประทานได้ เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นกัน

“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมายอดขายเติบโตขึ้นตลอด คาดว่าในปีนี้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จะบุกตลาดออนไลน์ ออฟไลน์ วางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัล แผนกเด็กอ่อน นอกจากนี้ยังวางขายที่ร้านจำหน่ายสินค้าเด็กทั่วประเทศ พร้อมบุกตลาดต่างประเทศแถบเอเชีย ได้แก่ พม่า ลาว สิงคโปร์”

สำหรับกลุ่มลูกค้า น้ำหัวปลี Milk Plus & More เป็นกลุ่มคุณแม่ที่ค่อนข้างมีกำลังซื้อสูง เพราะเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม โดยรสมะขามและรสดั้งเดิมจะขายดีที่สุด เพราะสามารถดื่มได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงหลังคลอด

นอกจากน้ำหัวปลี Milk Plus & More ยังมีผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนมคุณแม่จากสมุนไพรแบบเม็ด  “Ginger Blend” (จินเจอร์ เบลนด์) รวบรวมสมุนไพรและวิตามินแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็น เช่น ขิง พริกไทยดำ ลูกซัด ขมิ้นชัน ใบกะเพรา ดอกคำฝอย ดีเอชเอ วิตามินบีรวม และตังกุย ช่วยเร่งการผลิตน้ำนมและบำรุงน้ำนม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คุณแม่หลังคลอดที่ไม่สามารถดื่มน้ำหัวปลีเพื่อเพิ่มน้ำนมได้

ล่าสุดในปีนี้ Milk Plus & More เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “อาหารเด็กชนิดผง” ผลิตด้วยระบบฟรีซ ดราย ที่ยังคงคุณค่าสารอาหารและวิตามินไว้อย่างครบถ้วน 6 รสชาติถูกปากเด็กเล็กกับแบรนด์ที่ชื่อว่า “Twinkle Star” (ทวิงค์เกิล สตาร์) และยังถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ผลิตอาหารเด็กอ่อนอายุ 6 เดือนขึ้นไปด้วยระบบฟรีซดราย

“อาหารเด็กอ่อนทวิงค์เกิล สตาร์ ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ที่มีเวลาน้อยในการทำอาหาร ด้วยนวัตกรรมฟรีซดราย เป็นกระบวนการผลิตที่ยังคงคุณค่าสารอาหารและวิตามินต่างๆ มี  6 รสชาติ  อาทิ ตับ เนื้อไก่ ฟักทอง กล้วยน้ำว้า ป๋วยเล้งและข้าวโพด ปราศจากสารปรุงแต่ง เป็นรสชาติดั้งเดิมจากธรรมชาติแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นตับและเนื้อไก่จะใส่เกลือไอโอดีน เพื่อเพิ่มรสชาติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

สำหรับเส้นทางในอนาคตของผลิตภัณฑ์สำหรับคุณแม่และลูกน้อย ของคุณศราณี เธอยังจะพัฒนาต่อยอดไม่สิ้นสุด ซึ่งขอวางตำแหน่งเป็นผู้ประกอบการที่อยู่เคียงข้างการเจริญเติบโตทุกช่วงวัยของเด็กตั้งแต่แรกเกิด

สนใจติดต่อ 099-4745565 Facebook : Milkplusandmore, IG : milkplusandmore, Line ID : @milkplusandmore

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...