โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สาว ป.โท ลูกแม่โดม เจ้าของ “ฟาร์มรัก” เปิดบ้านหลังละ 20 ล้าน เลี้ยงไส้เดือน สร้างรายได้ เดือนละกว่า 6 หมื่น

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 19 ส.ค. 2565 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2565 เวลา 02.00 น.

คุณนีม-ณิชนันทน์ หะยีลาเต๊ะ หญิงแกร่งแห่งรั้วธรรมศาสตร์ ที่หยัดยืนร่ำเรียนหลักสูตรวิชาต่างๆ เพื่อนำความรู้มาต่อยอดประกอบอาชีพ จนในที่สุดก็คว้า ป.โท สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาได้อีก 1 ใบ ในระหว่างที่เธอศึกษาเล่าเรียนอยู่นั้น ได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานในสถานที่ต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ ประเทศญี่ปุ่น และหากใครเป็นคนในวงการเกษตรย่อมรู้ดีว่าประเทศนี้เขาจะมีความล้ำสมัยในการทำเกษตร และเขายังให้ความสำคัญในเรื่องของ “ดิน” มากๆ เพราะเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการทำเกษตร ดังนั้น สิ่งที่ช่วยฟื้นฟูดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจาก “ไส้เดือน”

คุณนีม อยู่บ้านเลขที่ 26/152 ซอย 12 หมู่บ้านคันทรีปาร์คแคลิฟอร์เนีย 16 ตำบลคลองข่อย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

“ช่วงเข้ามหาลัยหนูไม่ได้ตั้งใจเรียนด้านเกษตรหรอก เพราะจากที่รับรู้มาว่า ยิ่งทำยิ่งลำบาก มันเหนื่อย มันร้อน แต่เมื่อได้มาพบกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านได้แนะความรู้ต่างๆ และพาไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น 2 ครั้ง มันทำให้ทัศนคติของตัวเองที่เคยมองงานเกษตรในแง่ลบเปลี่ยนไป หลังจากจบออกมาไม่อยากไปทำงานที่อื่น สิ่งที่จะทำให้เราได้กลับมาอยู่กับครอบครัวก็คือ การทำฟาร์ม โดยมีเป้าหมายก็คือ ต้องการทำฟาร์มที่ปลอดภัย และไม่พึ่งสารเคมี และการทำเกษตรนั้นจะต้องมีดินที่ดี มันก็เลยเป็นที่มาของการทำฟาร์มไส้เดือน” คุณนีม บอก

คุณณิชนันทน์ หะยีลาเต๊ะ ได้นำเอาความรู้มาต่อยอด โดยตั้งธงไว้ว่าจะต้องทำฟาร์มที่ “ปลอดภัย ไม่พึ่งสารเคมี” การหันมาเลี้ยงไส้เดือนดินจึงตอบโจทย์ที่ต้องการอย่างมาก เพราะ ไส้เดือน คือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และเป็นเครื่องหมายยืนยันว่า พื้นที่นั้นๆ จะปลอดสารเคมี และสารที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ฟาร์มไส้เดือน ฟาร์มรัก ถือกำเนิดมาจากความรักของคุณนีมที่รักในครอบครัว และวิชาชีพ ทำให้มีผลงานที่มีคุณภาพออกมาสู่วงการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ในแปลงเกษตร ซึ่งผลผลิตที่ได้ก็จะไปสู่ผู้บริโภคที่รักสุขภาพด้วยเช่นกัน หากนับรวมเวลาที่ลองผิดลองถูกมา ก็ใช้เวลากว่า 1 ปี จนในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดหน้าฟาร์ม เมื่อ 7 เดือนที่ผ่านมานี้เอง

ฟาร์มไส้เดือน ฟาร์มรัก จะมีไส้เดือนอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์แอฟริกัน (African Night Crawler) หรือ AF และพันธุ์บลูเวิร์ม (Blue worm) ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์นี้จะมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน ดังนี้

พันธุ์แอฟริกัน (African Night Crawler) หรือ AF

– จะไม่ค่อยทนความร้อนเท่าไร เฉลี่ยอุณหภูมิที่เหมาะสม จะประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส

– การย่อยปุ๋ย จำนวน 100-200 ตัว จะย่อยปุ๋ยได้ 1 ขีด

– ปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย ช่วยเพิ่ม แพร่กระจายจุลินทรีย์ในดินได้ดี และมีประโยชน์ต่อพืช

– กำจัดขยะอินทรีย์

– เป็นอาหารสัตว์ นิยมนำไปใช้เป็นเหยื่อสำหรับตกปลา

พันธุ์บลูเวิร์ม (Blue worm)

– ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชีย จะทนความร้อนได้ถึง 45 องศาเซลเซียส โดยประมาณ

– ขนาดตัวเล็ก ตัวโตสุดจะเท่าไม้จิ้มฟัน และขยายพันธุ์ได้เร็ว

– ย่อยปุ๋ยได้เร็ว มีฮอร์โมนพืชสูง มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชสูง

– กำจัดขยะอินทรีย์ ผลิตปุ๋ยหมัก

– ไม่ชอบการถูกรบกวน จะทำให้กินอาหารน้อยลง

– มีกลิ่นหอมเหมือนดอกโมก

– กลิ่นหอมจาก Coelomic Fluid

– นำไปเป็นวัตถุดิบในอาหารสัตว์น้ำ

ขั้นตอนการเตรียมเบดดิ้ง

เบดดิ้ง คือ ที่อยู่อาศัย ที่ผสมพันธุ์ และอาหารของไส้เดือน โดยวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ในการเตรียมเบดดิ้งนั้น ส่วนใหญ่จะใช้มูลวัวนม เนื่องจากเป็นมูลที่มีสารอาหารที่ไส้เดือนต้องการในการเจริญเติบโตครบถ้วน แต่หากหามูลวัวนมไม่ได้ สามารถใช้มูลวัวเลี้ยงธรรมดาแทนได้

การเตรียมเบดดิ้ง

สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ แต่สำหรับวิธีของฟาร์มรักจะนำขี้วัวนมไปแช่น้ำประมาณ 3-5 วัน เพื่อลดความเป็นกรดด่าง และที่สำคัญน้ำจะช่วยให้มูลวัวนมเปื่อยยุ่ย ทำให้ไส้เดือนสามารถกินได้ง่าย หลังจากแช่เสร็จแล้วจะตักขึ้นใส่ในเข่งอีกใบ จากนั้นเปิดน้ำให้ผ่านทางสายยาง ฉีดให้น้ำไหลผ่านมูลวัวนมที่ตักขึ้น ประมาณ 5-10 นาที เพื่อชะล้างพวกยูเรียที่อาจจะเหลือตกค้างอยู่ให้ออกไป เสร็จแล้วยกออกไปผึ่งลมไว้ 1-2 วัน โดยไม่ต้องเทออกจากเข่ง ในขั้นตอนนี้จะช่วยให้จุลินทรีย์ในมูลวัวนมเกิดการย่อยได้สมบูรณ์มากขึ้น และช่วยให้ก๊าซมีเทนระเหยออกไปจนหมด ทำให้เบดดิ้งที่ได้ไม่ร้อนเหมาะแก่การอยู่ของไส้เดือน

เคล็ดลับ หลังจากผึ่งลมไว้ 1-2 วัน จะพบว่า เบดดิ้งในเข่งจะแห้ง ให้ตักเบดดิ้งออกมาใส่กะละมัง แล้วราดน้ำให้ชุ่ม ทิ้งไว้ 30-60 นาที แล้วจึงนำมาใช้งาน เมื่อตักลงในกะละมังเลี้ยง ให้ลองใช้มือบีบเบดดิ้ง หากมีน้ำซึมออกมาตามร่องนิ้ว แสดงว่า เบดดิ้ง มีความชื้นที่เหมาะสมต่อการอยู่ของไส้เดือน (ความชื้นที่เหมาะสม ประมาณ 80-85%) ซึ่งความชื้นประมาณนี้สามารถอยู่ได้ 14-20 วัน โดยไม่ต้องรดน้ำเพิ่มแล้ว

ขั้นตอนการเลี้ยง

แบ่งกะละมังเป็น 2 ส่วน ดังนี้

กะละมัง ใบที่ 1 ใส่ตัวไส้เดือน+ที่อยู่เก่า (ปริมาณไส้เดือน 1-1.5 ขีด) ส่วนกะละมัง ใบที่ 2 ใส่เบดดิ้ง (ประมาณ 2-3 กิโลกรัม) เมื่อใส่เบดดิ้งลงไปในกะละมังทั้งสองแล้ว ให้เกลี่ยเบดดิ้งจนทั่วกะละมัง โดยตัวเบดดิ้งจะอยู่ล้อมรอบตัวไส้เดือน ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นการช่วยลดความเสียหายหากเบดดิ้งไม่เหมาะสม โดยไส้เดือนจะมีบ้านเก่าอยู่ และไม่เลื้อยหนีออกจากกะละมัง

เคล็ดลับ ในวันแรกของการลงเลี้ยง แนะนำว่าให้นำน้ำยาล้างจาน (ไม่ผสมน้ำ) ทาขอบกะละมังเพื่อกันไม่ให้ไส้เดือนหนีออกมา

สิ่งที่น่าสนใจ และเป็นไฮไลต์ของฟาร์มแห่งนี้ คือ ใช้บ้านสองชั้นที่มีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ให้ไส้เดือนอยู่ โดยนอกจากจะเลี้ยงในกะละมังแล้ว คุณณิชนันทน์ เธอยังสร้างกระบะเลี้ยงขนาดใหญ่ให้ไส้เดือนของเธอได้อาศัยอย่างสุขสบาย ซึ่งก็ไม่ได้มีแค่กระบะเดียว เมื่อนับรวมที่อยู่ในห้องบนชั้นสองของบ้านมีเกือบ 10 กระบะ เลยทีเดียว

เมื่อนำไส้เดือนลงในภาชนะเลี้ยง ประมาณ 30-60 นาที ให้สังเกตดูว่า เบดดิ้ง เหมาะสม และไส้เดือนจะอยู่ได้หรือไม่ โดยการใช้มือเขี่ยบริเวณเบดดิ้ง หากพบว่ามีตัวไส้เดือนเริ่มทยอยย้ายไปแล้ว แสดงว่าเบดดิ้งใช้งานได้ แต่หากพบว่าไส้เดือนยังไม่ย้ายไป แปลว่าเบดดิ้งนั้นยังไม่เหมาะสม วิธีแก้ก็คือ ใช้มูลไส้เดือนคลุกผสมเพื่อปรับสภาพอีกครั้ง โดยเฉลี่ย 1 กะละมัง ต่อ 2 กำมือ และควรระวังเรื่องปริมาณการปล่อยไส้เดือนลงเลี้ยง เพราะการใส่ตัวไส้เดือนลงไปในภาชนะเลี้ยงมากเกินไป จะทำให้ไส้เดือนอึดอัด เกิดการเสียดสีกัน ทำให้มีการเจริญเติบโตได้ไม่ดี เช่นเดียวกันกับปริมาณของเบดดิ้งถ้ามากเกินไป จะทำให้การถ่ายเทของอากาศลดลง เป็นต้น

ขั้นตอนการเก็บ การจำหน่าย

หลังจากเลี้ยงไปประมาณ 1-3 วัน จะพบว่า เริ่มมีมูลไส้เดือนบริเวณผิวหน้าด้านบนของเบดดิ้ง จากนั้นประมาณ 10 วัน ผิวหน้าจะเริ่มเปลี่ยนเป็นเกล็ดคล้ายๆ เม็ดช็อกโกแลตที่โรยน้ำปั่น ผิวสัมผัสโดยรวมจะมีความร่วนไม่ติดก้นกะละมัง เมื่อลองจับดูหากรู้สึกว่ามีความร่วน ประมาณ 90% ก็สามารถนำมาร่อนได้เลย โดยจะค่อยๆ แบ่งร่อนทีละน้อยเพื่อไม่ให้เกิดความอัดแน่นเกินไป อาจจะทำให้ปุ๋ยอุดตามรูตะแกรงร่อน และตัวของไส้เดือนจะได้รับความบอบช้ำ

ช่องทางการทำตลาด และราคาสินค้า

เจ้าของฟาร์มรัก ถือว่ายังเป็นเด็กวัยรุ่น และเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ดังนั้น การทำตลาดจึงมีการนำเทคโนโลยีสื่อออนไลน์เข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ การซื้อขายจึงทำผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ไม่มีหน้าร้านให้เกิดความยุ่งยาก ส่วนราคาการจำหน่าย มีดังนี้

  • ปุ๋ยมูลไส้เดือน บรรจุในถุงพลาสติกซีลปากถุงอย่างดี จำหน่าย 3 กิโลกรัม 100 บาท ถ้าซื้อตั้งแต่ 30 กิโลกรัมขึ้นไป ลดเหลือกิโลกรัมละ 20 บาท หรือซื้อตั้งแต่ 100 กิโลกรัม จะลดเหลือ กิโลกรัมละ 15 บาท 1,000 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 10 บาท
  • น้ำหมักมูลไส้เดือน คือ การนำเอาปุ๋ยมูลไส้เดือน 5 กิโลกรัม+น้ำ+กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม ใส่ในถัง 100 ลิตร ทิ้งไว้ 14 วัน ก็จะได้เป็นน้ำหมักมูลไส้เดือน (จำหน่าย ขวดละ 39 บาท 3 ขวด 100 )
  • ตัวพ่อแม่พันธุ์ บรรจุใส่ถุงซับสีเขียวพร้อมส่ง

– สายพันธุ์แอฟริกัน (African Night Crawler) หรือ AF ขีดละ 60 บาท ครึ่งกิโลกรัม 300 บาท และ 1 กิโลกรัม 500 บาท

– สายพันธุ์บลูเวิร์ม (Blue worm) ขีดละ 350 บาท ครึ่งกิโลกรัม 1,800 บาท และ 1 กิโลกรัม 3,500 บาท

จากหลายเดือนที่ผ่านมา หลายๆ คน หลายๆ อาชีพ ส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้ขาดรายได้ จนเกิดความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า หากแต่ที่ฟาร์มรักแห่งนี้ยังคงดำเนินกิจการไปได้อย่างปกติ ซึ่งยอดรวมแล้วสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปกว่า 50,000-60,000 บาท ต่อเดือนเลยทีเดียว

การประกอบอาชีพ ซึ่งยุคนี้ไม่ได้แค่เป็นการสร้างรายได้ให้กับตัวเองและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังสร้างความสุขให้กับผู้ทำอีกด้วย จะเห็นได้ชัดเจนกับน้องสาวคนเก่งของเราคนนี้ ที่เคยมองว่า การทำเกษตรเป็นงานที่ต้องตากแดดตัวดำ ทำงานหนัก แต่ทุกวันนี้ความคิดของเธอเปลี่ยนไป เธอมีความสุขกับงาน และได้อยู่กับครอบครัวอย่างที่ตั้งใจ ถือว่าเป็นวัยรุ่นที่สร้างตัวได้เร็ว และประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

สำหรับท่านใด ต้องการเดินทางมาดูบ้านไส้เดือน หลังละ 20 ล้านบาท ของคุณนีม หรือสนใจสินค้า สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ คุณนีม-ณิชนันทน์ หะยีลาเต๊ะ เพจ ฟาร์มรัก Farm rak หรือโทร. 091-756-7871, 088-878-9891


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ.2563

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ - Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...