โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตม.จับแก็งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ใช้ไทยเป็นฐาน พร้อมของกลาง30ล้านบาท

JS100

อัพเดต 15 ส.ค. 2562 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2562 เวลา 09.02 น. • JS100:จส.100
ตม.จับแก็งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวัน ใช้ไทยเป็นฐาน พร้อมของกลาง30ล้านบาท

การจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวันที่ใช้ไทยเป็นฐาน ข่มขู่เรียกเงินคนชาติเดียวกันมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่าได้รับการประสานงานจากตำรวจไต้หวันว่ามีกลุ่มคนร้ายชาวไต้หวันได้ตั้งศูนย์โทรศัพท์ Call Center ในประเทศไทยผ่านระบบโทรศัพท์ทางอินเทอร์เน็ต และหลอกลวงเหยื่อชาวไต้หวันโดยปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสุขภาพหลอกเหยื่อซึ่งเป็นชาวไต้หวันว่าบัตรประกันสุขภาพของเหยื่อถูกขโมยไป จากนั้นได้ทำทีโอนสายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าจะมาดูแลในเรื่องนี้ให้ โดยใช้หนังสือราชการปลอมส่งให้เหยื่อดู ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของไต้หวัน ให้กับคนร้ายโดยเบื้องต้นคนร้ายกลุ่มนี้ได้ทำการหลอกลวงมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์แล้วที่ไต้หวันกว่า 21 รายรวมความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท

สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันให้ความสำคัญมากโดยใช้ระยะเวลาในการสืบสวนติดตามเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากคนร้ายมีความสามารถในการหลบซ่อนและหลอกลวงเหยื่อจำนวนมากมีความเสียหายมูลค่าสูง

เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการสืบสวนจนสามารถควบคุมตัวคนร้ายชาวไต้หวันจำนวน 13 คน ได้ที่บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ภายในตำบลเสม็ด อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี ซึ่งใช้เป็นศูนย์ Call Center พบของกลางที่เป็นอุปกรณ์ใช้ในการกระทำความผิดเช่นโทรศัพท์มือถือ 44 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 10 เครื่อง เครื่องตรวจสัญญาณอินเตอร์เน็ต 17 เครื่อง หนังสือจิตวิทยาขั้นสูงในการก่ออาชญากรรมฉบับภาษาจีนจำนวน 1 เล่ม  ซึ่งทั้ง 13 คน ถือเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม โดยในวันนี้ ไต้หวันได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันจำนวน 5 นายเข้ามาเพื่อประสานงานขอตรวจสอบพยานหลักฐานที่ตรวจยึดไว้ซึ่งจะต้องขยายผลประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัวไว้ที่ห้องกับ สตม.ก่อนที่จะผลักดันส่งกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศต้นทางต่อไป

 

 ผู้สื่อข่าว ปิยะธิดา เพชรดี 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...