โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สสล. เร่งฟื้นฟูต้นมะขามอายุกว่า 100 ปี 200 ต้น รอบท้องสนามหลวง

สวพ.FM91

อัพเดต 14 พ.ย. 2559 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2559 เวลา 10.13 น.

นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า ปัจจุบันบริเวณท้องสนามหลวงมีต้นมะขาม จำนวน 783 ต้น แต่เนื่องจากการราดน้ำที่เหลือจากการปรุงอาหารและน้ำแข็งลงที่โคนต้น จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณโคนต้นมะขาม ซึ่งสำนักสิ่งแวดล้อมพบว่ามีต้นมะขาม จำนวน 200 ต้น ที่มีน้ำท่วมขังบริเวณโคนต้น
 
ดังนั้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ดูแลต้นมะขามรอบท้องสนามหลวงที่มีอายุกว่า 100 ปี ไม่ให้ล้มตาย สำนักสิ่งแวดล้อมจึงเร่งดำเนินการดูแลบำรุงรักษาต้นมะขาม ด้วยการนำท่อพีวีซีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้ว ยาว 50 เซนติเมตร (ฝังลงดินลึก 40 ซม.) เจาะรูตลอดแนวยาวประมาณ 5-6 แนว ฝังลงไปรอบโคนต้นมะขามต้นละ 4-6 ท่อ เพื่อช่วยระบายน้ำส่วนเกินออกจากบริเวณโคนต้นมะขาม ซึ่งน้ำส่วนเกินนี้จะไหลผ่านรูที่เจาะมารวมในท่อ จากนั้นจะใช้กระบอกสูบสูบน้ำออกทิ้ง ช่วยให้อากาศไหลเวียนบริเวณรากต้นมะขาม เพื่อช่วยให้รากมีอากาศหายใจ พร้อมใช้ตาข่ายปิดท่อพีวีซี เพื่อป้องกันเศษอาหาร หรือการทิ้งขยะอุดตันท่อ โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จทั้ง 200 ต้น ที่มีปัญหา หลังจากนั้นจะนำกระสอบทรายที่วางทับบนผิวดินบริเวณโคนต้นมะขามออก แล้วปูผิวด้วยอิฐมวลเบาชนิด “เคิร์บบล็อก” (curb block) มาปูแทนบริเวณโคนต้นมะขามที่ต่อท่ออากาศแล้ว เพื่อช่วยให้อากาศไหลเวียนสู่รากได้ดีขึ้น
 
ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวในท้ายสุดว่า นอกจากการดำเนินการดังกล่าวแล้ว สำนักสิ่งแวดล้อมขอความร่วมมือให้ประชาชาชนที่เข้ามาในพื้นที่ท้องสนามหลวง ช่วยกันดูแลรักษาต้นมะขาม ด้วยการไม่ทิ้งขยะ เศษอาหาร หรือเทน้ำใต้โคนมะขาม เพื่อให้ต้นไม้นี้เป็นสัญลักษณ์อยู่คู่กับท้องสนามหลวงตลอดไป
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...