โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

7 ข้อเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “กีวี” ในมุมมองของคนญี่ปุ่น

conomi

อัพเดต 16 เม.ย. 2568 เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2568 เวลา 09.00 น. • conomi.co

หากเราลองสังเกตกีวีที่ประเทศญี่ปุ่นดูเราอาจจะพบว่าส่วนใหญ่มักจะเป็นกีวีนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีผลิตผลบางส่วนที่มาจากบางพื้นที่ในญี่ปุ่น เช่น จังหวัดเอฮิเมะ ฟุกุโอกะ และวากายามะ เป็นต้น ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รู้ไหมคะว่ากีวีถือเป็นผลไม้ที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานมาก เพราะมีราคาถูกและมีคุณค่าสารอาหารสูง โดยเจ้าผลไม้นี้ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจค่อนข้างมาก วันนี้เราเลยจะมาเรียนรู้ถึงเกร็ดเล็ก ๆ น่ารู้เกี่ยวกับเจ้ากีวีในมุมมองของคนญี่ปุ่นกันค่ะ!

1. ส่วนเปลือกมีปริมาณเส้นใยอาหารและโพลีฟีนอลสูงกว่าเนื้อ?

รู้ไหมว่าเปลือกผลกีวีนั้นมีปริมาณเส้นใยอาหารสูงเป็น 2 เท่าของเนื้อเลยนะ! อีกทั้งยังมีโพลีฟีนอลสูงกว่าถึง 1.3 เท่า เลยด้วย แต่ทั้งนี้ จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักปอกเปลือกทิ้งไป อาจจะด้วยไม่รู้หรือหาวิธีกินไม่ได้ ดังนั้นมาทำตามวิธีนี้กันดีกว่า! เริ่มด้วยนำอลูมิเนียมฟอยล์ที่ปั้นเป็นก้อนกลมมาถูรอบพื้นผิวกีวีจากนั้นล้างด้วยน้ำจนสะอาด แล้วจึงค่อยใช้มีดหั่นกีวีตามขวาง วิธีนี้ก็จะช่วยให้สามารถนำมารับประทานแบบยังมีเปลือกได้ง่ายกว่าเดิมค่ะ!

2. แกนกลางสีขาวของกีวีมีวิตามินซีสูง

ส่วนสีขาวที่อยู่ตรงแกนกลางของกีวีพัฒนามาจากเกสรตัวเมีย ซึ่งเป็นที่เก็บสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างผลไม้ ดังนั้นที่บริเวณนี้จะมีปริมาณวิตามินซีสูง การรับประทานกีวีวันละ 2 ผลทำให้ร่างกายได้รับปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอสำหรับแต่ละวัน

3. เมล็ดกีวีมีสารโพลีฟีนอลสูงมาก

กีวี 1 ผลมีเมล็ดประมาณ 1,000 เมล็ดอัดกันแน่นอยู่รอบแกนกลางสีขาว เมล็ดกีวีมีสารโพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าเปลือกและเนื้อกีวีประมาณ 3 และ 40 เท่า ตามลำดับ

4. กีวีสีเขียวมีเอนไซม์โปรตีเอสสูงกว่ากีวีสีทอง

กีวีสีเขียว

กีวีสีเขียวมีเอนไซม์โปรติเอสที่ชื่อว่าแอคตินิดิน (Actinidin) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนและช่วยย่อยอาหารมากกว่ากีวีสีทอง

5. แช่ในน้ำอุ่นคือเคล็ดลับการเก็บกีวีให้นานขึ้น

การนำกีวีไปแช่น้ำอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียสเป็น 10 นาทีแล้วเช็ดให้แห้งก่อนเก็บไว้ในตู้เย็น จะทำให้เก็บกีวีได้นานขึ้น

6. ควรรับประทานกีวีก่อนหรือหลังอาหารดี?

เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ในกีวีช่วยยับยั้งการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด และแอคตินิดินช่วยในการย่อยอาหาร การรับประทานกีวีหลังอาหาร จึงเป็นวิธีรับประทานที่จะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด!

7. เวลาในการรับประทานกีวีที่แตกต่างกันก็มีผลดีต่อสุขภาพต่างกัน

  • รับประทานกีวีก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง: ช่วยทำให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้นเนื่องจากกีวีอุดมไปด้วยวิตามินซีและกรดอะมิโนทริปโตเฟน
  • รับประทานกีวีก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง: จะทำให้ผิวสวย เนื่องจากวิตามินซีที่มีมากในกีวีมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวและช่วยในกระบวนการเมตาบอลิซึมของผิวในขณะที่นอนหลับ
  • รับประทานกีวีในตอนเช้า: จะช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ เนื่องจากกีวีมีธาตุเหล็กในปริมาณสูง

กีวีเป็นผลไม้ที่มีราคาถูกและมีปริมาณพลังงานต่ำ ทำให้สามารถรับประทานได้วันละสองผล การรับประทานเป็นประจำนอกจากจะช่วยให้ผิวพรรณสวยงามแล้วก็ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกายด้วยค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: toyokeizai.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...