โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผลสอบตึกสตง.ถล่มเผย"การออกแบบ-คำนวณโครงสร้าง" ไม่สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคาร

The Better

อัพเดต 09 เม.ย. 2568 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 09.55 น. • THE BETTER
คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตึกสตง.ถล่ม ระบุการออกแบบและการคำนวณโครงสร้างของอาคาร อาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคาร ยันหากมีการการออกแบบตามกฎหมาย อาคารไม่ควรเกิดพังถล่ม ขอเวลา90 วันสอบให้สิ้นสงสัย

ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีตึกสำนักงานสตง.ถล่ม จากกรณีแผ่นดินไหว ตามคำสั่ง นายนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ตามกรอบ 7 วัน โดย ได้มีการรายงานให้กับนายกรัฐมนตรีทราบถึงผลการสอบสวนดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล พบว่า การออกแบบและการคำนวณโครงสร้างของอาคาร สตง.นั้น อาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคาร

อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นผลที่ทำให้โครงสร้างอาคารฟังถล่ม เพราะต้องใช้การวิเคราะห์ขั้นสูงจากสถาบันการศึกษา 4 แห่งและกรมโยธาธิการและผังเมืองรวม 5 แห่งเพื่อเปรียบเทียบโดยใช้เวลาประมาณ 90 วัน รวมถึงประเด็นการก่อสร้างอาคาร การตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเรื่องคุณภาพวัสดุก่อสร้าง การตรวจสอบเหล็ก การตรวจสอบคอนกรีต การเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบต้องเก็บในที่เกิดเหตุปัจจุบันยังเข้าเก็บไม่ได้ต้องรอการกู้ชีพแล้วเสร็จ จึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ทั้งนี้ในรายงานดังกล่าว ระบุถึงแนวทางสอบข้อเท็จจริง โดยได้กำหนดปัจจัยที่ส่งผลต่อการพังทลายของอาคารสตง.โดยแบ่ง ออกเป็น 4 ปัจจัย

ปัจจัยแรก คือแรงสั่นสะเทือนที่กระทำต่อโครงสร้างจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พบว่า แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ขนาด 7.7 แมกนิจูดที่ประเทศเมียนม่า จากการวิเคราะห์พบว่า แรงจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจริง มีความแรงน้อยกว่าจากแผ่นดินไหวสำหรับการออกแบบที่กำหนดไว้ในกฎหมาย หากมีการการออกแบบตามกฎหมายอาคารไม่ควรเกิดพังถล่ม

ปัจจัยที่ 2 การออกแบบและการคำนวณโครงสร้างสรุปว่ากฎหมายควบคุมอาคารกำหนดวิธีคำนวณแรงแผ่นดินไหวไว้ตามลักษณะของอาคารได้แก่
1.อาคารที่มีรูปทรงสม่ำเสมอ
2.อาคารที่มีรูปทรงที่ไม่สม่ำเสมอ
-วิธีการคำนวณสำหรับอาคารที่ไม่สม่ำเสมอต้องใช้วิธีเชิงพลศาสตร์
-อาคารสตง.ที่พังถล่ม จากการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์พบว่าเป็นอาคารที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอ แต่ไม่ได้ใช้การคำนวณวิธีเชิงกลศาสตร์
-ไม่สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคาร
-แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นผลทำให้โครงสร้างอาคารฟังถล่มเพราะต้องใช้การวิเคราะห์ขั้นสูงจากสถาบันการศึกษา 4 แห่งและกรมโยธาธิการและผังเมืองรวม 5 แห่งเพื่อเปรียบเทียบโดยใช้เวลาประมาณ 90 วัน

ปัจจัยที่ 3 การก่อสร้างอาคาร
การตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง
1.สัญญาการก่อสร้างและสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม
2.เอกสารการตรวจรับพัสดุ
3.เอกสารควบคุมงาน
4 อื่นๆ

อย่างไรก็ตามการตรวจสอบที่เกิดเหตุยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เนื่องจากรอการกู้ชีพแล้วเสร็จประกอบกับอาคารพังเสียหายทั้งหลังทำให้ไม่สามารถตรวจสอบขนาดองค์กรประกอบของอาคารเปรียบเทียบกับแบบก่อสร้าง

ปัจจัยที่ 4 เรื่องคุณภาพวัสดุก่อสร้าง
การตรวจสอบเหล็ก
1.ตรวจสอบได้เฉพาะที่กองเก็บวัสดุนอกสถานที่เกิดเหตุ
2.ตรวจสอบได้เฉพาะเครื่องหมายที่เหล็กเส้นและส่วนประกอบทางเคมี
3.ตรวจสอบการรับแรงดึงต้องใช้เหล็กที่มีสภาพสมบูรณ์ที่อยู่ในชิ้นส่วนคอนกรีต
-การเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบต้องเก็บในที่เกิดเหตุปัจจุบันยังเข้าเก็บไม่ได้ต้องรอการกู้ชีพแล้วเสร็จ
-จะมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบคอนกรีต
1.การพังทลายของอาคารทั้งหลังทำให้คอนกรีตส่วนใหญ่สูญเสียคุณสมบัติการรับแรง
2.สันนิษฐานว่าคอนกรีตที่มีคุณภาพดีอยู่ชั้นล่างใต้อาคารต้องรอการเคลียร์พื้นที่จึงจะสามารถเข้าตรวจสอบได้

ข้อสรุป
-แรงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ไม่เกินตามที่กฎหมายควบคุมอาการกำหนดไว้

-มีข้อสงสัยที่รายการคำนวณของการออกแบบของอาคารสตง.ที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคารแต่ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีเหตุผลให้อาคารพังถล่มจำเป็นต้องทำการวิเคราะห์ขั้นสูงซึ่งจะมีสถาบันการศึกษา 4 แห่งและกรมโยธาธิการและผังเมืองแยกดำเนินการวิเคราะห์เพื่อนำผลมาเปรียบเทียบกันโดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 90 วัน

-การตรวจสอบการก่อสร้างว่าเป็นไปตามแบบหรือไม่สามารถตรวจสอบได้เฉพาะเอกสารเท่านั้นเนื่องจากอาคารได้พังถล่มทั้งหลังต้องรอหลังจากการเคลียร์พื้นที่จึงจะสามารถตรวจสอบโครงสร้างที่เหลืออยู่ได้

-คุณภาพวัสดุการก่อสร้างจะตรวจสอบได้เฉพาะเหล็กที่มีเครื่องหมายยี่ห้อในบริเวณที่กองเก็บซากวัสดุเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับเอกสารที่ได้ขออนุมัติและนำมาทดสอบได้เฉพาะส่วนประกอบทางเคมีซึ่งการทดสอบรับแรงดึงต้องใช้เหล็กในชิ้นส่วนคอนกรีตที่มีสภาพสมบูรณ์เท่านั้นส่วนคอนกรีตต้องรอการเคลียร์พื้นที่จึงจะสามารถเข้าไปตรวจสอบได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...