โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดังไกลถึงต่างแดน! มะนาวกินได้ทั้งเปลือก ขมน้อยเปรี้ยวละมุน

แนวหน้า

เผยแพร่ 06 มี.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

เกษตรกรชาวตรัง ท้าพิสูจน์มะนาวสายพันธุ์ใหม่ที่ตั้งชื่อว่า “มะนาวศรีทองดำ” เป็นมะนาวอินทรีย์ที่กินได้ทั้งเปลือก ขมน้อย เปลือกบาง เปรี้ยวละมุน ได้รับมาตรฐาน GAP แถมขายราคาเดียวคือกิโลละ 50 บาทตลอดทั้งปี ปลูกแค่ 8 เดือนติดดอกออกผลเก็บกิน-เก็บขายได้ทันใจ สร้างรายได้กว่า 300,000 บาทต่อปีและขายไกลถึงต่างแดน

7 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านลำขนุน หมู่ที่ 8 ต.นาชุมเห็ด อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นายประสิทธิ์ จิตรสุวรรณ อายุ 68 ปีเกษตรกรผู้ปลูกมะนาวศรีทองดำ ซึ่งเป็นการนำมะนาวพันธุ์ตาฮิติ มาเสียบกิ่งเข้ากับส้มโอพันธุ์ปัตตาเวีย จนได้เป็นมะนาวอินทรีย์ สายพันธุ์ใหม่และตั้งชื่อว่า “มะนาวศรีทองดำ” หนึ่งเดียวใน จ.ตรัง

โดยปลูกขายมานานเกือบ 10 ปีแล้ว บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่หรือมากกว่า 2,000 ต้น ซึ่งแต่ละปีจะเก็บมะนาวได้ไม่ต่ำกว่า 7 ตันและขายราคาเดียวตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะหน้าแล้งหรือฝน คือราคากิโลกรัมละ 50 บาท และได้รับมาตรฐาน GAP ทำให้เป็นที่ต้องการของกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยส่งขายใน จ.ตรัง ภูเก็ต กรุงเทพ ส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งขายไกลถึงประเทศเวียดนามและไต้หวันด้วย

ซึ่งลักษณะเด่นของมะนาวศรีทองดำ คือสามารถกินได้ทั้งเปลือก หรือที่ชาวบ้านบางคนเรียกว่า “มะนาวแก้ขัด” เพราะรสชาติไม่เปรี้ยวโดดเหมือนมะนาวทั่วไป แต่ให้ความเปรี้ยว ความหอมมันแบบละมุนลิ้น เปลือกบาง น้ำเยอะ มีรสขมเล็กน้อย หั่นบาง ๆ จิ้มเกลือหรือน้ำผึ้ง กินเพลิน แปรรูปเป็นน้ำอัญชันมะนาวและอื่นๆ ได้วิตามินซีสูง บำรุงสายตา บำรุงหัวใจและผิวพรรณให้สดใส ซึ่งเกษตรกรท้าให้มาพิสูจน์ความมหัศจรรย์ของมะนาวที่กินได้ทั้งเปลือก แกงได้ทั้งเปลือก หนึ่งเดียวในตรัง ซึ่งหลายคนเดินทางมาพิสูจน์ จนต้องติดใจและสั่งซื้อเป็นขาประจำมาแล้วนับร้อยราย

ซึ่งเอกลักษณ์อีกอย่างคือใช้เวลาปลูกแค่ 8 เดือนก็ติดดอกออกผล ต่อต้นต่อปีไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม เรียกว่ามีลูกดก ได้น้ำหนักดี ประมาณ 15 ลูกต่อกิโล ซึ่งเกษตรกรจะเก็บมะนาวขายได้ประมาณ 150 กิโลกรัม สร้างรายได้ 7,500 บาทต่อสัปดาห์ หรือกว่า 300,000 บาทต่อปี ไม่นับรวมขายกิ่งตอนกิ่งละ 70 บาท ที่มีลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัดสั่งซื้อเข้ามาจนผลผลิตมีไม่พอขาย ส่วนปุ๋ยที่ใช้เป็นปุ๋ยหมักจุลินทรีย์และปุ๋ยคอก โดยเก็บเศษกิ่งไม้ ใบไม้และลูกมะนาวที่ร่วงหล่นโคนต้น มาทำปุ๋ยหมักเพื่อลดต้นทุนการผลิตและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เป็นที่ถูกใจกลุ่มคนรักสุขภาพ และร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ เช่น ร้านน้ำปั่น ร้านเบเกอรี่ ร้านเค้ก ร้านชากาแฟและโรงแรมต่าง ๆ สั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ก็ยังมีกลุ่มนักศึกษาและเกษตรกรจากทั่วทุกภาคของประเทศเดินทางมาศึกษาดูงานทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 30 คน แต่ เกษตรกรไม่ขายส่งให้กับพ่อค้าคนกลาง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยจะเลือกขายให้กับกลุ่มคนรักสุขภาพที่นำไปใช้เองเท่านั้น จึงมีการเลือกลูกค้าอยู่บ้าง แต่มะนาวก็ยังมีไม่พอขาย

ขณะที่นายประสิทธิ์ จิตรสุวรรณ เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวกินได้ทั้งเปลือกรายแรกใน จ.ตรัง กล่าวว่า ตนเริ่มเก็บผลผลิตตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคมก็หมดฤดูกาลเก็บเกี่ยวประมาณนี้ ซึ่งรอบหนึ่งจะทำเงินได้ไม่น้อยกว่า 300,000 บาทในพื้นที่ทั้งหมด ข้อดีคือเป็นมะนาวที่ทานได้ทั้งเปลือก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดสารปลอดภัย เพราะทำเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ ผลตอบรับดีมาก โดยมีชาวต่างชาติคือเวียดนามและไต้หวันมาขอซื้อนำไปแปรรูปเป็นมะนาววุ้นแก้วและกิ่งพันธุ์

แต่ละอาทิตย์ต้องเก็บให้ได้ 150 กิโลกรัมเพื่อส่งให้กับผู้ประกอบการกิโลกรัมละ 50 บาท โดยกิ่งตอนขายกิ่งละ 70 บาท และเปิดรับสั่งจองมาเป็นจำนวนมาก ถ้าใครต้องการกิ่งตอนต้องสั่งจองมา ซึ่งตนจะส่งให้ประมาณเดือนพฤษภาคม ซึ่งเหมาะต่อการปลูกมะนาวพอดี โดยปลูกใช้เวลาแค่ 8 เดือนจะได้รับผล เฉลี่ยต่อต้นต่อปี ต้นหนึ่งไม่น้อยกว่า 20 กิโลกรัม การันตีได้เลยเป็นมะนาวที่ทานได้ทั้งเปลือก เปลือกไม่ขม ให้รสชาติกลมกล่อมสำหรับคนรักสุขภาพ ใครไม่เชื่อท้าพิสูจน์ได้ ยินดีต้อนรับ ที่ผ่านมามีคนมาท้าพิสูจน์แล้วหลายราย แต่ส่วนใหญ่บอกโอเค สุดยอด ส่วนใครสนใจติดต่อได้ทาง เฟสบุ๊ก “มะนาวศรีทองดำ ตรัง” และที่หมายเลขโทรศัพท์ 089-2969753

.012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...