โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่งต่อความมั่นใจ ให้เรื่องกีกี้พูดคุยกันได้กับ 4 สาวผู้สร้างแรงบันดาลใจตัวแทนผู้หญิง ที่กล้าท้าทายมุมมองเกี่ยวกับกีกี้ของคนในสังคม

Mirror Thailand

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 10.33 น.
ภาพไฮไลต์

หลายคนน่าจะรู้สึก ว่าทำไมอวัยวะที่ให้กำเนิดมนุษย์กลับเป็นอวัยวะที่คนส่วนใหญ่อายที่จะพูดถึง ทั้งที่มันคืออวัยวะที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาวะผู้หญิง ถึงเวลาที่จะปฏิวัติความคิดให้เรื่อง ‘กีกี้’ เป็นท็อปปิกสามัญประจำบ้านและส่งเสริมให้ผู้หญิงหันมาดูแลสุขภาพกีกี้ของตัวเองเป็นประจำ เพราะทุก ‘กีกี้’ ของแต่ละคนมีคาแรคเตอร์หนึ่งเดียวในโลกและมีเรื่องราวของตัวเองที่ไม่ซ้ำใคร

จึงเป็นที่มาของแคมเปญ‘KIKI VOICE FOR CHANGE AWARDS Presented by KIKI Academy รางวัลแด่ทุก ‘กีกี้’ และ ‘ชี’ ทุกคน’ ที่อยากมอบรางวัลนี้ให้กับสาวๆ แห่งยุคที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างมายด์เซตเพื่อเปลี่ยนมุมมองต่อ ‘กีกี้’ ในรูปแบบใหม่ โดยแบ่งรางวัลออกเป็น 4 สาขา ดังนี้

  • Be Confident ตัวแม่แห่งยุคผู้มีความมั่นใจ กล้าเป็นตัวเอง มอบให้กับ ต้นหอม - ศกุนตลา เทียนไพโรจน์
  • Be Brave สาวนักสู้ ผู้กล้าคิด กล้าลงมือทำ มอบให้กับ น้ำตาล - ชลิตา ส่วนเสน่ห์
  • Be Smart นักสร้างการเปลี่ยนแปลง ก้าวข้ามอุปสรรค และทำให้ฝันเป็นจริง มอบให้กับ เหวิน - ชวิศา เฉิน
  • Be Inspired สาวนักจุดประกายเพื่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม มอบให้กับ มารีญา พูลเลิศลาภ

เสียงและเรื่องราวของ ‘กีกี้’ จากพวกเธอนั้นจะพาเราไปสำรวจไล่ลงมาตั้งแต่ความคิดไปจนถึงในทางปฏิบัติ เพื่อช่วย ‘ส่งต่อความมั่นใจ ให้เรื่องกีกี้พูดคุยกันได้’ ให้แก่สาวๆ ทุกคน มาเริ่มกันที่สาขาแรก

“ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนโดยเฉพาะคนในวงการบันเทิงที่รู้สึกอายที่จะไปขึ้นขาหยั่งตรวจภายในกับคุณหมอ แต่หอมอยากจะบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณอยากทำหรือไม่อยาก แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องทำ”

ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์

Be Confident ตัวแม่แห่งยุคผู้มีความมั่นใจ กล้าเป็นตัวเอง

ต้นแบบในด้านความมั่นใจที่ใครหลายคนยกให้เธอเป็นตัวแม่ ต้นหอม - ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ แต่กว่าที่ภาพผู้หญิงมั่นใจในวันนี้ของเธอจะกลายเป็นที่จดจำของคนทั้งประเทศ เธอก็ผ่านการใช้ชีวิตมาหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการทำความเข้าใจกับ ‘กีกี้’ ของตัวเองที่มีความอ่อนไหวเฉพาะตัว โดยความมั่นใจของเธอนั้นเกิดจากการเรียนรู้ข้อมูลด้วยตัวเองและการขอคำปรึกษาจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ลบล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ไม่ถูกต้องทั้งของตัวเองและคนในสังคม สร้างความมั่นใจให้กับ ‘กีกี้’ ของตัวเองไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม

“เราศึกษาหาความรู้มากขึ้น พอรู้ว่าอะไรคือปัญหาก็แก้ไขได้ถูกต้อง และทำให้การดูแลกีกี้ง่ายขึ้นมาก”

สำหรับความมั่นใจในที่นี้ยังรวมไปถึงการเตรียมความพร้อมให้กับ ‘กีกี้’ ก่อนพาไปเจอผู้คน ซึ่งต้องดูแลอวัยวะนี้กันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พอถึงเวลาลงสนามจริง ‘กีกี้’ ของเราจะเป็น ‘กีกี้’ ที่เตรียมตัวมาอย่างดีและพร้อมสำหรับแมตช์สำคัญ

โดยอคติที่เคยมีกับ ‘กีกี้’ ของผู้หญิงในอดีตสร้างความอับอายด้วยการบูลลี่สิ่งที่เป็นเรื่องธรรมชาติทางสรีรศาสตร์ ต่างๆ เช่น จิ๋มตด การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องช่วยให้ผู้หญิงกล้าที่จะพูดคุยเรื่องนี้ด้วยกันเองหรือไม่อายที่จะเข้าไปปรึกษาปัญหาต่างๆ กับแพทย์ ทำให้ผู้หญิงเริ่มหันมาใส่ใจและดูแล ‘กีกี้’ กันมากขึ้น โดยต้นหอมเน้นย้ำให้ผู้หญิงหมั่นตรวจภายในเป็นประจำเพื่อจับความผิดปกติได้ทันก่อนสายเกินแก้

“ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนโดยเฉพาะคนในวงการบันเทิงที่รู้สึกอายที่จะไปขึ้นขาหยั่งตรวจภายในกับคุณหมอ แต่หอมอยากจะบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณอยากทำหรือไม่อยาก แต่เป็นสิ่งที่คุณต้องทำเพราะมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งอันดับต้นๆ ของผู้หญิง ถึงแม้คุณดูแลสุขภาพให้เฮลตี้แค่ไหน แต่ก็ไม่แปลว่าคุณจะไม่เป็นโรคนี้ การตรวจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ผู้หญิงต้องทำเพื่อป้องกันไว้ก่อน”

ต้นหอม กล่าวทิ้งท้ายว่ารางวัลในสาขา Be Confident ที่เธอได้รับนั้นเสมือนผลลัพธ์ของประสบการณ์ที่ได้สั่งสมเรียนรู้มาตลอดชีวิต

“สิ่งนี้เกิดมาเพื่อชั้นเท่านั้นและรู้สึกว่าภูมิใจมากที่สิ่งที่ชั้นเป็นตั้งแต่เด็กจนโต นั้นทําให้ชั้นได้รับรางวัลนี้และรางวัลนี้เป็นรางวัลที่เหมาะสมกับชั้นที่สุด”

“ถ้าเราพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ให้กันและกันก็จะได้เห็นว่าสิ่งที่เรากลัวหรือสิ่งที่เป็น ไม่ได้เกิดกับเราคนเดียวนะ นี่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องปกติที่สามารถพูดคุยกับเพื่อนได้”

น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์

Be Brave สาวนักสู้ ผู้กล้าคิด กล้าลงมือทำ

เส้นทางชีวิตและการคว้ามงนางงามของ น้ำตาล - ชลิตา ส่วนเสน่ห์ เรียกได้ว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เรื่องราวของเธอจึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนมากมาย เลือดนักสู้ในตัวเธอทำให้กล้าใช้ชีวิตและกล้าคิด กล้าทำในแบบของตัวเอง นี่จึงทำให้เธอได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดจากการเรียนรู้โดยเฉพาะความผิดพลาดที่เป็นบทเรียนทำให้เธอเติบโตขึ้น

“ถ้าเราไม่กล้าออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง ก็จะไม่ทำให้กล้าลงมือทำหรือคิดอะไรใหม่ๆ ไม่เกิดการพัฒนา ซึ่งเป็นการย่ำอยู่กับที่และไม่เกิดการเติบโต ชีวิตของเราสั้นมากถ้าไม่ลองออกจากกรอบได้ทดลองทำหลายๆ อย่าง ถ้าลองแล้วไม่ใช่ก็เรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาดแล้วเดินหน้าต่อไป”

สองความท้าทายสำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนให้กับเธอก็คือ การประกวดมิสยูนิเวิร์สและการรับมือกับดราม่าที่มาจากคาแรคเตอร์การเป็นคนแรงๆ พูดตรง จนโดนคอมเมนต์ว่าเป็น ‘นางงามปากจัด’ ซึ่งเธอก็สามารถก้าวข้ามผ่านมาได้พร้อมกับบทเรียนที่สอนให้กับการทำงานในวงการบันเทิงต่อไป โดยที่เก็บความเป็นคนกล้าพูด กล้าแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับรับเอาคำติชมที่หวังดีไปปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

“ถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องแต่คนไม่ชอบก็ต้องปล่อยเขา แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เราทำไม่ถูกก็ต้องปรับปรุงตัวเอง คนเราไม่ได้เพอร์เฟคและทำถูกต้องในทุกเรื่องเสมอไป บางทีการผิดพลาดบ้างก็จะทำให้เราเติบโตและพัฒนาตัวเอง”

ความกล้าของ น้ำตาล นอกจากการแสดงออกยังรวมถึงการกล้าพูดคุยเรื่อง ‘กีกี้’ อย่างเปิดเผยกับคนรอบตัว เพราะเธอมองว่าเรื่องร่างกายผู้หญิงนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ ความกล้านี้อาจเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามกับความเชื่อเดิมๆ หรือ ความกล้าในการพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะเมื่อผู้หญิงปิดกั้นไม่อยากพูดถึงก็อาจทำให้ปัญหาเล็กๆ ลุกลามจนสายเกินแก้และส่งผลกับสุขภาพของตัวเอง

“ถ้าเราพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ให้กันและกันก็จะได้เห็นว่าสิ่งที่เรากลัวหรือสิ่งที่เป็น ไม่ได้เกิดกับเราคนเดียวนะ นี่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องปกติที่สามารถพูดคุยกับเพื่อนได้ หรือถ้าเรื่องไหนที่ไม่มีความรู้ก็จะได้ศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมไปถึงการกล้าปรึกษากับคุณหมอโดยไม่อาย ช่วยทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและรวดเร็ว”

น้ำตาลบอกว่า เคล็ดลับการดูแลสุขภาพกีกี้ของเธอเริ่มต้นจากการใส่ใจเรื่องความสะอาดและหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและอารมณ์ที่เป็นผลจากฮอร์โมน เมื่อใดที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นอยากให้ผู้หญิงกล้าเปิดใจคุยเรื่อง ‘กีกี้’ และกล้าตรวจภายในกันมากขึ้น

สำหรับรางวัลในสาขา Be Brave นี้น้ำตาลบอกว่ารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ผู้หญิงหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของกีกี้ตัวเอง

“อยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจตัวเองและกล้าที่จะได้ลองผิดลองถูก กล้าที่จะหาข้อมูล ไม่ปกปิดปัญหา กล้าพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น”

“ผู้หญิงเราโดนห้ามไม่ให้พูดเรื่องกีกี้ รวมถึงเรื่องเพศก็เป็นเรื่องที่น่าอายที่ไม่ถูกนำมาสอนหรือพูดคุยกันได้ การโดนกดทับด้วยความคิดแบบนี้ ทำให้หลายคนรวมถึงเหวินเองก็เคยไม่รู้จักกีกี้ของตัวเองด้วยซ้ำ”

เหวิน ชวิศา เฉิน

Be Smart นักสร้างการเปลี่ยนแปลง ก้าวข้ามอุปสรรค และทำให้ฝันเป็นจริง

ร่างกายของผู้หญิงมีความละเอียดซับซ้อน การมีผู้ประกอบการผู้หญิงแบบ เหวิน - ชวิศา เฉิน ที่เข้าใจสรีระและระบบการทำงานภายในของผู้หญิงด้วยกันเองจะทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะตัวและแก้ pain point ที่ผู้หญิงต้องประสบพบเจออยู่ในทุกเดือน เช่น ผ้าอนามัย

รางวัลในสาขานี้จึงตกเป็นของ เหวิน ชวิศา นักเพศวิทยาและเจ้าของแบรนด์ผ้าอนามัยออร์แกนิก Wendays ที่เริ่มต้นด้วยการหาโซลูชันของตัวเองที่แพ้ผ้าอนามัยทั่วไปที่มีขายในท้องตลาด สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้หญิงหลายคนมีความมั่นใจและสบายตัวกับวันนั้นของเดือนมากขึ้น

คุณเหวินมองว่าสุขภาพของกีกี้ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่เป็นองค์รวมของผู้หญิงทุกคนทั้งร่างกายและจิตใจ

“ผู้หญิงเราโดนห้ามไม่ให้พูดเรื่องกีกี้ รวมถึงเรื่องเพศก็เป็นเรื่องที่น่าอายที่ไม่ถูกนำมาสอนหรือพูดคุยกันได้ การโดนกดทับด้วยความคิดแบบนี้ทำให้หลายคนรวมถึงเหวินเองก็เคยไม่รู้จักกีกี้ของตัวเองด้วยซ้ำ”

คลาสการเรียนการสอนเพื่อเป็นนักเพศวิทยาที่คุณเหวินได้เรียน มีการแนะนำให้ผู้หญิงใช้กระจกส่องดู ‘กีกี้’ ของตัวเองเหมือนที่เราส่องกระจกดูอวัยวะอื่นๆ ของร่างกายตัวเองอย่างเป็นปกติเพื่อสังเกตสีและรูปทรง ‘กีกี้’ ที่ตัวเองมี โดยไม่นำไปเปรียบเทียบกับ ‘กีกี้’ ในมายาคติที่คนมักคิดว่า ‘กีกี้’ ที่ปกติต้องมีสีและรูปทรงแบบเดียวเท่านั้น

“ผู้หญิงหลายคนยังกลัวว่าการพูดคุยเรื่องสุขภาพของกีกี้จะโดนสังคมตัดสินและถูกมองว่าเป็นคนหมกมุ่น ซึ่งอาจโดนเหมารวมไปถึงการถูกมองว่าเป็นคนใจง่ายหรือไม่มีมารยาท การสอนแบบนี้ยิ่งทำให้เกิดการกดทับและทำให้ไม่กล้ารู้จักอวัยวะของตัวเอง”

การที่ผู้หญิงไม่เคยมองดู ‘กีกี้’ นั้นนอกจากทำให้ไม่รู้จักอวัยวะของตัวเองแล้ว ยังทำให้เกิดความไม่มั่นใจแล้วนำไปเปรียบเทียบกับ ‘กีกี้’ ที่คิดว่าเป็นมาตรฐานจนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิต ซึ่งทำให้เห็นว่าสุขภาพของ ‘กีกี้’ นั้นสามารถเชื่อมโยงกับสุขภาพจิตใจและทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ

“คนทั่วไปเข้าใจกันว่ากีกี้สีขาว สีชมพู เต่งตึงเป็น beauty standard ที่กีกี้ทุกคนควรจะเป็นเหมือนๆ กัน ซึ่งไปกระทบกับเรื่องความรักและการมีเพศสัมพันธ์ กีกี้ของแต่ละคนก็เหมือนอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายที่มีเอกลักษณ์และไม่มีใครมีเหมือนกัน 100% ความแตกต่างของกีกี้ก็มีความสวยงามในแต่ละแบบ การดูแลตัวเองจากภายในคือการรักและโอบกอดตัวเองอย่างอ่อนโยน”

ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผู้หญิงโดยเฉพาะ เธอหวังว่าเสียงของเธอจะช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเพื่อนหญิงคนอื่นๆ เปิดใจและมองเห็น ‘กีกี้’ ของตัวเองเป็นอวัยวะที่ต้องใส่ใจกันมากขึ้น โดยการทำให้คนในสังคมรู้สึกว่าเรื่อง ‘กีกี้’ เป็นเรื่องปกติ เมื่อมีปัญหาก็จะทำให้กล้าขอความช่วยเหลือเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกันอย่างถูกต้อง

สำหรับรางวัลในสาขา Be Smart ที่มอบให้กับผู้ประกอบการเพื่อผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง เธอรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ผู้หญิงกล้าและมั่นใจ โดยทำความรู้จัก ‘กีกี้’ ของตัวเองและหาข้อมูลเพื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ของ ‘กีกี้’ ที่ไม่เหมือนกัน

“กีกี้มีผลกระทบต่อชีวิตของผู้หญิง รวมถึงหลายอย่างในชีวิต ก็มีผลกระทบต่อกีกี้ของเราด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะสิ่งที่กิน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้และความรู้สึกต่อกีกี้ การดูแลกีกี้ของเราให้มีสุขภาพดีจึงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเรา”

มารีญา พูลเลิศลาภ

Be Inspired สาวนักจุดประกายเพื่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม

นางงามจากเวทีมิสยูนิเวิร์สอีกหนึ่งคนที่มีผลงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโดดเด่นในพาร์ทการทำงานเชิงสังคมที่ มารีญา พูลเลิศลาภ ต้องการกระตุ้นให้คนในสังคมหันมาใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการต่างๆ ที่เธอทำร่วมกับเครือข่ายและคนในท้องถิ่น

ถึงแม้ว่าเธอจะเกิดในครอบครัวที่มีส่วนผสมของวัฒนธรรมที่เปิดเผยจากฝั่งตะวันออกและตะวันตก แต่ มารีญา ก็ยังบอกกับเราว่าเรื่อง Sex Education และ ‘กีกี้’ ยังเป็นหัวข้อที่คนในครอบครัวไม่สามารถเปิดอกพูดคุยกันได้อย่างสบายใจเหมือนเรื่องสุขภาพด้านอื่นๆ แต่ที่ที่ทำให้มุมมองของเธอเปิดกว้างขึ้นเพราะการเรียนการสอนในโรงเรียน

“การเรียนเพศศึกษาในโรงเรียนทำให้เรากล้าตั้งคำถามในเรื่องที่สงสัยได้อย่างเปิดเผย ช่วยให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองและแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นให้กันและกัน เทียบกับโรงเรียนส่วนใหญ่ในไทยที่มีหลักสูตรและข้อมูลแน่น แต่ยังขาดการฝึกฝนให้นักเรียนซ้อมกับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่จะต้องใช้จริง”

มารีญามองว่าในไทยที่มีความเชื่อกันว่าผู้หญิงต้องเรียบร้อย และคนที่เรียบร้อยต้องไม่พูดถึงเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่กดให้หัวข้อ ‘กีกี้’ และเรื่องเพศสัมพันธ์กลายเป็นอุปสรรคให้กับคนทั่วไป การดูแลสุขภาพของกีกี้ที่ถูกต้องจะส่งผลในทางบวกกับร่างกายและจิตใจของผู้หญิงไม่ต่างจากอวัยวะอื่นๆ

“กีกี้มีผลกระทบต่อชีวิตของผู้หญิง รวมถึงหลายอย่างในชีวิตก็มีผลกระทบต่อกีกี้ของเราด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะสิ่งที่กิน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้และความรู้สึกต่อกีกี้ การดูแลกีกี้ของเราให้มีสุขภาพดีจึงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเรา”

การเข้าถึงข้อมูลความรู้และเข้าใจสรีระของตัวเองทำให้ผู้หญิงสามารถหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกให้กับตัวเองได้มากขึ้น การได้ทดลองผลิตภัณฑ์หลายๆ แบบเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของกีกี้ที่มีความละเอียดอ่อนและต้องการความเข้าใจอย่างลึกซึ้งกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงของเดือน การมีประสบการณ์การใช้งานที่หลากหลายจะยิ่งทำให้ค้นพบกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเราได้มากขึ้น

“การใช้ทุกประสาทสัมผัสสำรวจกีกี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านรูป รส กลิ่น เสียง จะทำให้เราเข้าใจและรู้จักตัวเองมากขึ้น”

นอกจากนี้ มารีญา ยังได้แชร์ประสบการณ์การพบหมอสูตินรีแพทย์ครั้งแรกของตัวเองที่ถึงแม้จะไม่ราบรื่นแต่ยิ่งช่วยตอกย้ำว่า นอกจากวิธีการดูแล ‘กีกี้’ ของแต่ละคนจะแตกต่างกัน หมอสูตินรีแพทย์ที่เหมาะกับเราก็ต้องควานหาให้เจอด้วยเช่นกัน

“หมอคนแรกที่เราเจอไม่ตรวจภายในให้เพราะบอกว่ามารีญายังไม่แต่งงาน แปลว่ายังไม่มีเพศสัมพันธ์จึงไม่ถึงเวลาที่ต้องตรวจ ประสบการณ์ครั้งแรกจึงไม่ราบรื่นนัก จนมาเจอกับหมอสูตินรีแพทย์อีกคนที่มีความเป็นมืออาชีพมาก คอยบอกทุกขั้นตอนระหว่างการตรวจ ทำให้ความกังวลใจกับการตรวจครั้งแรกผ่านไปได้ เพราะฉะนั้นถ้าเจอหมอที่ทำให้รู้สึกไม่ดีเราเปลี่ยนไปหาคนใหม่ที่ทำให้รู้สึกสบายใจกว่าได้เสมอ”

เมื่อก้าวข้ามความกลัวและความอายในช่วงแรกไปได้แล้ว ในช่วงวันวาเลนไทน์ของทุกปีจะเป็นช่วงที่ มารีญา เลือกไปหาหมอสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายในเป็นประจำ

“เมื่อเราเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้องก็จะทำให้เข้าใจระบบการทำงานและวิธีการดูแลของกีกี้ให้มีสุขภาพแข็งแรง พอเรามั่นใจกับกีกี้ของตัวเองก็อยากที่จะแชร์ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์สำหรับคนในสังคม รวมถึงความผิดพลาดของเราเองสามารถเป็นบทเรียนให้กับคนอื่นเช่นกัน”

มารีญามองว่านอกจากครอบครัวแล้วโรงเรียนถือได้ว่าเป็นสถาบันสำคัญที่จะปูพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจให้กับเด็กเพื่อนำไปปฏิบัติได้ถูกต้องในอนาคต

สำหรับรางวัลในสาขา Be Inspired นี้ที่เธอได้รับ มารีญารู้สึกดีใจที่มีการหยิบยกเรื่อง ‘กีกี้’ มาพูดคุยในเชิงบวก และเป็นการเชิญชวนให้คนในสังคมหันมาดูแลสุขภาพกีกี้ของตัวเอง รวมถึงเพื่อนหญิงกันมากขึ้น

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...