โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : วันรหัสผ่านโลก ตั้งรหัสผ่านอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่โดนแฮก !

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 20.00 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 13.00 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

รู้หรือไม่ ? รหัสผ่านไม่รัดกุม อาจทำให้ข้อมูลสำคัญของเรารั่วไหลได้ภายในพริบตา “วันรหัสผ่านโลก” จึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย

รหัสผ่าน (Password) คือด่านแรกของความปลอดภัยในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีโซเชียลมีเดีย อีเมล หรือแอปพลิเคชันด้านการเงินต่าง ๆ ล้วนต้องอาศัยรหัสผ่านในการยืนยันตัวตนและปกป้องข้อมูลสำคัญของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการกำหนดให้ วันพฤหัสบดีแรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันรหัสผ่านโลก” (World Password Day) ซึ่งในปี 2568 นี้ ตรงกับ วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม

เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการตั้งรหัสผ่านที่รัดกุม ปลอดภัย และหมั่นปรับปรุงให้ทันต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

5 ข้อห้ามทำ ! ถ้าไม่อยากโดนแฮก
1. ไม่ตั้งรหัสผ่านง่ายเกินไป เช่น การพิมพ์ไล่ตามแป้นพิมพ์ 123456 ใช้คำหรือประโยคง่าย ๆ เช่น password
2. ไม่ใช้ขอมูลส่วนตัวตั้งรหัสผ่าน
3. ไม่ตั้งรหัสผ่านเหมือนกันทุกบัญชี
4. ไม่กด “จำรหัสผ่าน” ในเครื่องที่มีคนอื่นใช้งานร่วมด้วย
5. ไม่บอกรหัสผ่านให้คนอื่นรู้

จากฐานข้อมูลการวิจัยของ NordPass พบว่า 10 อันดับรหัสผ่านยอดแย่ในประเทศไทยที่แฮกเกอร์สามารถแฮกได้ ใช้ระยะเวลาน้อยกว่า 1 วินาที ได้แก่

อันดับ รหัสผ่าน จำนวนครั้งที่มีการใช้รหัสผ่าน (ครั้ง) 1 123456 13,566 2 123456789 11,952 3 qwerty123 6,728 4 12345678 6,651 5 qwerty1 6,130 6 12345 4,228 7 1234567890 3,443 8 password 1,695 9 1234567 1,489 10 Qwerty1! 1,157 ข้อมูล ณ วันที่ 29 เมษายน 2568 https://nordpass.com/most-common-passwords-list

รหัสผ่าน ควรประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่
1. ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่
2. ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เล็ก
3. ตัวเลข
4. สัญลักษณ์พิเศษ
ทั้ง 4 องค์ประกอบนี้ ควรคละอยู่ในรหัสผ่าน และรหัสผ่านควรมีความยาวรวม 12 ตัวขึ้นไป

แล้วจะตั้งรหัสผ่านอย่างไรให้ปลอดภัย ?

7 ทริก ตั้งรหัสผ่านให้ลอดภัย ห่างไกลแฮกเกอร์ !
1. รหัสดี มีเอกลักษณ์
หากต้องการใช้ข้อมูลส่วนตัวมาตั้งรหัสผ่าน สามารถทำได้ แต่ต้องแต่งเติมให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีแค่เราเท่านั้นที่รู้ เช่น
– ตั้งรหัสผ่านโดยใช้ชื่อผสมกับเบอร์โทรศัพท์
– เปลี่ยนตัวอักษรเป็นสัญลักษณ์

2. อักษรซ่อนรหัสลับ
cyfence.com แนะนำการตั้งรหัสผ่านจากค่า หรือตัวอักษรเพียง 2-3 ตัว โดยวางมือที่ปุ่ม QWERTY Keyboard จากนั้นลากเส้นเป็นตัวอักษร สามารถเพิ่มความซับซ้อนได้ด้วยการคละตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก สลับกัน

3. สลับโหมดแป้นพิมพ์
ตั้งรหัสผ่านโดยพิมพ์ประโยคภาษาไทยด้วยโหมดคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษ แต่ไม่ควรใช้คำทั่วไปที่มีในพจนานุกรม เพราะแฮกเกอร์อาจใช้โปรแกรมเดารหัสผ่านโดยเปรียบเทียบจากฐานข้อมูลคำศัพท์ได้

4. กระหยิ่มใจ ใช้บทเพลง
ตั้งรหัสผ่านด้วยตัวอักษรแรกของท่อนเนื้อเพลงที่ชอบและจำได้ง่าย เช่น
พ.ศ. 2504 ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม
แปลงเป็นภาษาคาราโอเกะจะได้เป็น : Por Sor 2504 Phu Yai Lee Tee Klong Pra Chum
เลือกเฉพาะตัวอักษรแรก จะได้เป็น : ps2504PYLTKPCH

5. เพ่งรหัส เสริมเรื่องราว
เทคนี้แนะนำโดยนักวิศวคอมพิวเตอร์ จาก Carnegie Mellon University ให้ลองคิดชุดคำเป็นเรื่องราว “ใคร ทำอะไร ที่ไหน” อาจไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่เราสามารถจำได้ จากนั้นแปลงเป็นรหัส เช่น
Mr.Sure reading news at home
ใคร = MS
ทำอะไร = read1ng
ที่ไหน = @home
รวมเป็นรหัสผ่าน MSread1ng@home

6. เสริมกล่าว ชื่อแพลตฟอร์ม
ไม่ควรตั้งรหัสผ่านเดียวกันในทุกแพลตฟอร์ม เพราะหากแฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าได้เพียง 1 แพลตฟอร์ม ก็จะสามารถลามไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้ โดยหากมีหลายรหัสผ่านสำหรับหลายแพลตฟอร์มก็คงจำยาก อาจใช้การขึ้นหัวหรือปิดท้ายรหัสด้วยชื่อแพลตฟอร์มนั้น ๆ เช่น xxxxxxFB

7. พร้อมปรับ ตามวันที่
อาจให้ วัน เดือน ปี ที่ตั้งรหัสผ่านครั้งล่าสุดเข้าไปอยู่ในรหัสผ่านด้วย

แต่ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวกระโดดแค่ “รหัสผ่าน” อาจยังไม่เพียงพอ ! 2FA หรือ two-factor authenticationจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะใช้ยืนยันตัวตนได้ว่า ผู้ที่ทำลังใช้บริการอยู่นั้น เป็นเจ้าของบัญชีจริง ๆ

2FA คือ การยืนยันว่าตนเองว่าคือผู้ใช้บริการจริง โดยการแสดงว่าตนครอบครองสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน (authenticators) ที่มีปัจจัยของการยืนยันตัวตน (authentication factor) จำนวน 2 ปัจจัยที่แตกต่างกัน

ปัจจัยของการยืนยันตัวตนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. สิ่งที่คุณรู้ (something you know) คือ ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นที่ทราบ
เช่น username-password หรือ PIN code
2. สิ่งที่คุณมี (something you have) คือ สิ่งของที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นครอบครอง
เช่น Sim card โทรศัพท์ อุปกรณ์เฉพาะที่ใช้ในการสร้าง one-time-password (OTP device)
3. สิ่งที่คุณเป็น (something you are) คือ ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ของผู้ใช้บริการ
เช่น ใบหน้า และลายนิ้วมือ

ปัจจุบัน 2FA ส่วนมากมักเลือกใช้ปัจจัยของการยืนยันตัวตนประเภทสิ่งที่คุณรู้ (something you know) คู่กับปัจจัยของการยืนยันตัวตนประเภทสิ่งที่คุณมี (something you have)

ตัวอย่างที่คุ้นเคย เช่น การฝากเงินผ่านตู้ ATM ธนาคารจะให้ผู้ใช้บริการ จะต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยหมายเลขบัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณรู้ (something you know) เพื่อรับรหัส OTP (something you have) เสมอ

ในบางกรณี ขาชอปอาจเคยเจอ ! เช่น การชำระค่าสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ระบบจะให้กรอกเลขบัตรเครดิต และเลขหลังบัตร ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณรู้ (something you know) จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างเพื่อให้กรอกรหัสลับ OTP ที่ส่งให้ตามเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณมี (something you have) ของลูกค้าตามที่ลงทะเบียนไว้

นอกจาก 2FA ที่จะมาช่วยเรายืนยันตัวตนหลังกรอกรหัสผ่านแล้วนั้น เรายังมีน้องใหม่ที่จะทำให้รหัสผ่านหายไป และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น !

Passkey มาตรฐานใหม่ ทดแทนการยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่าน

โดยเป็นการยืนยันตัวตนด้วยระบบหลังบ้านของผู้ให้บริการซึ่งเป็นการดำเนินตามขั้นตอนทางเทคนิค ก่อนที่ผู้ใช้บริการจะยืนยันตัวตนด้วยชีวมิติ (biometric data) เช่น การสแกนนิ้ว หรือสแกนใบหน้า บนอุปกรณ์ส่วนตัวของผู้ใช้งาน

ตัวอย่างการใช้ Passkey ที่เราอาจคุ้นเคย
เช่น เมื่อเราเข้าสู่เว็บไซต์ที่เคยเป็นสมาชิก ระบบ Passkey ของเว็บไซต์นั้น ๆ จะสอบถามชื่อผู้ใช้ เมื่อดำเนินการสู่ขั้นต่อไป เว็บไซต์จะสแดง QR Code ให้เราสแกนด้วยโทรศัพท์มือถือเครื่องที่เคยลงทะเบียนไว้ อาจใช้การสแกนนิ้ว หรือสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันได้

ระบบการยืนยันตัวตนด้วย Passkey นั้น เป็นระบบที่ปลอดภัยกว่าระบบอื่น ๆ ทั้งการกรอกรหัสผ่านแล้วเสี่ยงต่อการสูญหาย โดนแฮกเกอร์หลอกให้ส่งเลข OTP อีกทั้งผู้ให้บริการก็ยังมั่นใจได้ว่า ข้อมูลรหัสผ่านนั้นจะไม่รั่วไหลหรือโดนแฮก

ปัจจุบันเริ่มมีหลายบริษัทระดับโลกเลือกใช้ Passkey ในการยืนยันตัวตนแล้ว เช่น Google Apple ที่ใช้ Passkey ในการเข้าสู่ระบบ หรือยืนยันตัวตนก่อนใช้บริการต่าง ๆ

จะเห็นได้ว่า “รหัสผ่าน” เป็นสิ่งสำคัญ เปรียบเสมือนปราการด่านแรกที่จะช่วยปกป้องข้อมูลของเราไม่ให้หลุดรั่วหรือโดนโจรกรรม เพราะ หากผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงรหัสผ่านได้ ก็เท่ากับสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของเราได้เช่นกัน เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัยทุกครั้ง

30 เมษายน 2568
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
สำนักข่าวไทย อสมท
เขียนและรวบรวม โดย นัฐภรณ์ ผลพฤกษา

ดูคลิป ชัวร์ก่อนแชร์ เพิ่มเติม

ชัวร์ก่อนแชร์ วัคซีนไซเบอร์ : “7 อ” กฎเหล็กต้องห้ามในการตั้งรหัสผ่าน

PASSKEY | ชัวร์ก่อนแชร์ PODCAST | THE CYBER MINDSET

อ้างอิง
ชัวร์ก่อนแชร์ วัคซีนไซเบอร์ : 7 ทริกตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย
https://www.youtube.com/watch?v=D0WiCH-m28A

ชัวร์ก่อนแชร์ ภัยไซเบอร์ : 5 ข้อต้องห้ามในการใช้รหัสผ่าน
https://www.youtube.com/watch?v=d3iVIXCXmhw

Top 200 Most Common Passwords
https://nordpass.com/most-common-passwords-list

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...