โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ททท. ดัน “นครพนม” ขึ้นเมืองน่าเที่ยว ชูจุดขายงานประเพณี สินค้าท่องเที่ยวสายมูเตลู เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดสนุก กระตุ้นการใช้จ่ายภูมิภาค

BTimes

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 03.32 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวว่า ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งกระตุ้นการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่และฟื้นตัวด้านค่าใช้จ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยว ด้วยการเพิ่มค่าใช้จ่ายผ่านกิจกรรม เทศกาล งานประเพณี และสินค้าท่องเที่ยวสายศรัทธาความเชื่อ ซึ่งในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ครั้งที่ 2/2568 ณ หอประชุมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม จังหวัดนครพนม ภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงอนุภูมิภาคและจุดหมายการพักผ่อนริมโขง” โดยลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดสนุก (จังหวัดนครพนม สกลนคร และมุกดาหาร) จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ ททท. ได้นำเสนอเมืองน่าเที่ยวศักยภาพ “นครพนม” ซึ่งมีความโดดเด่นด้านประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ สนามบิน โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น

โดย ททท. เร่งส่งเสริมการตลาดในพื้นที่ผ่านการ Joint Promotion โดยให้ผู้ประกอบการโรงแรมจัดแพ็กเกจห้องพักร่วมกับกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชนเพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว เสนอขายกิจกรรมกระตุ้นการพักค้างควบคู่กับงานประเพณี อาทิ กิจกรรมตักบาตรเช้า เวียนเทียน ล้อมวงกินพาแลง เป็นต้น มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Y ที่มีความสนใจท่องเที่ยวสายศรัทธา (สายมูเตลู) เนื่องจากเป็นช่วงวัยแห่งความหวัง มีกำลังในการใช้จ่ายพร้อมส่งต่อเรื่องราวการเดินทางแชร์ต่อให้บุคคลใกล้ชิด นอกจากนี้ ในช่วงเดือนตุลาคมซึ่งตรงกับเทศกาลออกพรรษาถือเป็นช่วงไฮไลต์ของพื้นที่นครพนมและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างสกลนครและมุกดาหาร โดย ททท. ได้ชูจุดขายไฮไลต์งานประเพณีและการท่องเที่ยวสายศรัทธา ได้แก่ ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จังหวัดสกลนคร งานบวงสรวงบูชาองค์พญาศรีสัตตนาคราชซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี เป็นต้น พร้อมผลักดันประเพณีไหลเรือไฟสู่ระดับนานาชาติ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพในอนาคตตลอดจนต่อยอดต้นทุนวัฒนธรรมสู่สากล

ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดการท่องเที่ยวชายแดนในจังหวัดนครพนม โดยเน้นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและธรรมชาติระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ใช้ทุนทางวัฒนธรรมในการสร้างประสบการณ์ทางการท่องเที่ยว อาทิ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม–คำม่วน) เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว เพิ่มวันพักแรมในพื้นที่ ตลอดจนดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวลาว และนักท่องเที่ยวเวียดนาม เป็นต้น

ทั้งนี้ จากสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในปี 2567 พบว่า จังหวัดนครพนมมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งสิ้น 2,221,803 คน-ครั้ง แบ่งเป็นจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2,041,424 คน-ครั้ง และ ผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 180,379 คน-ครั้ง ขณะที่มีจำนวนรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 4,093.39 ล้านบาท โดยมาจากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 3,702.42 ล้านบาท ผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 390.97 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปอยู่ที่ 1,842.37 บาทต่อคน อัตราเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 73.05 และในปี 2568 ตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2568 พบว่า มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งสิ้น 611,971 คน-ครั้ง ( +4.66%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...