มหาสมุทรร้อนขึ้นแต่ ‘ระเหย’ น้อยลง ซึ่งอาจสร้างผลกระทบหนักต่อสภาพอากาศโลก
มหาสมุทรร้อนขึ้นแต่ ‘ระเหย’ น้อยลง ซึ่งอาจสร้างผลกระทบหนักต่อสภาพอากาศโลก
พ่อบ้านแม่บ้านทุกคนคงเข้าใจดีว่าจะมี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ผ้าแห้งนั่นคือ ความชื้น แสงแดด และลม ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการระเหยของน้ำที่อยู่ในเสื้อผ้า เช่นเดียวกันวัฏจักรน้ำของโลกก็พึ่งพาปัจจัยเหล่านี้ที่ทำให้มหาสมุทรระเหยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศ จากนั้นตกลงมาเป็นฝน
นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาอย่างน้อย 45 ปีแล้ว และในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีการระเหยของน้ำเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเป็นปกติ ปรากฏการณ์นี้ช่วยเพิ่มปริมาณฝนให้กับโลกซึ่งคอยเติมความชุ่มฉ่ำให้กับหลายพื้นที่
อย่างไรก็ตามในการตรวจวัดมหาสมุทร 2 ครั้งใหม่ที่เป็นอิสระต่อกันเผยให้เห็นว่าน้ำทะเลสีฟ้าของเรามีอัตรการระเหยลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้พื้นที่บางแห่งที่พึ่งพาปริมาณน้ำฝนต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นตั้งแต่ปี 2008
“นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา(ปี 2008) มหาสมุทร 2 ใน 3 ของโลกประสบกับการระเหยที่ลดลง ทำให้อัตรการระเหยของน้ำทั่วโลกลดลงเล็กน้อยระหว่างปี 2008 ถึง 2017 ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น” ดร. Ma Ning จากสถาบันวิทยาศาสตร์จีน กล่าว
ตามรายงานล่าสุดที่เผยแพร่บนวารสาร Geophysical Research Letters ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลฟลักซ์ความร้อนของมหาสมุทรแบบเจาะลึกจากดาวเทียมเพื่อประเมินอัตราการระเหยในระยะยาว เนื่องจากในช่วงต้นทศวรรษปี 2000 นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศเกิดการถกเถียงเรื่องหนึ่งขึ้นมา
พวกเขาเถียงกันว่า ‘แสงที่ส่องโลกกำลังหรี่ลงหรือไม่?’ กล่าวคือโลกกำลังเกิดปรากฏการณ์ที่เมฆและหมอกควันเกิดมากขึ้นแล้วทำให้แสงแดดส่องลงมาน้อยลง ซึ่งทำให้เกิดการระเหยน้อยลงหรือไม่? ทว่างานวิจัยใหม่นี้ชี้ว่าโลกมีการระเหยลดลง แต่ไม่ได้มาจากแสงที่หรี่ลง แต่เกิดจากอีกสาเหตุนั่นคือ ‘ลมน้อยลง’ อันเป็นผลมาจากหมุนเวียนของบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
“การเปลี่ยนแปลงความเร็วลมอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบสภาพอากาศโลกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา” ดร. Ma กล่าว “การระเหยของมหาสมุทรที่ลดลงในช่วงไม่นานนี้ไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานของวัฏจักรอุทกวิทยาที่อ่อนแอลง(แสงน้อยลง) แต่อาจสะท้อนถึงการแกว่งตัวของสภาพอากาศตามธรรมชาติแทน”
ตามความเห็นของนักวิทยาศาสตร์แล้ว แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นทั่วโลก แต่กลับเกิดขึ้น ‘อย่างหนัก’ กับมหาสมุทร 2 ใน 3 ส่วนของโลกโดยเฉพาะในช่วงละเติจูดระหว่าง 60°N และ 60°S แนวโน้มการระเหยที่ลดลงเหล่านี้ต่างเน้นย้ำถึงความซับซ้อนของระบบภูมิอากาศโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะเข้าใจมันได้มากยิ่งขึ้น
ที่มา
https://agupubs.onlinelibrary.wiley.com/…/2024GL114256
https://phys.org/…/2025-02-scientists-unexpected…
https://www.iflscience.com/the-oceans-are-getting-hotter…
https://www.technologynetworks.com/…/despite-rising….
Photo: NASA