โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาสมุทรร้อนขึ้นแต่ ‘ระเหย’ น้อยลง ซึ่งอาจสร้างผลกระทบหนักต่อสภาพอากาศโลก

Environman

เผยแพร่ 27 ก.พ. 2568 เวลา 01.00 น.

มหาสมุทรร้อนขึ้นแต่ ‘ระเหย’ น้อยลง ซึ่งอาจสร้างผลกระทบหนักต่อสภาพอากาศโลก

พ่อบ้านแม่บ้านทุกคนคงเข้าใจดีว่าจะมี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ผ้าแห้งนั่นคือ ความชื้น แสงแดด และลม ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการระเหยของน้ำที่อยู่ในเสื้อผ้า เช่นเดียวกันวัฏจักรน้ำของโลกก็พึ่งพาปัจจัยเหล่านี้ที่ทำให้มหาสมุทรระเหยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศ จากนั้นตกลงมาเป็นฝน

นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาอย่างน้อย 45 ปีแล้ว และในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีการระเหยของน้ำเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเป็นปกติ ปรากฏการณ์นี้ช่วยเพิ่มปริมาณฝนให้กับโลกซึ่งคอยเติมความชุ่มฉ่ำให้กับหลายพื้นที่

อย่างไรก็ตามในการตรวจวัดมหาสมุทร 2 ครั้งใหม่ที่เป็นอิสระต่อกันเผยให้เห็นว่าน้ำทะเลสีฟ้าของเรามีอัตรการระเหยลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้พื้นที่บางแห่งที่พึ่งพาปริมาณน้ำฝนต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นตั้งแต่ปี 2008

“นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา(ปี 2008) มหาสมุทร 2 ใน 3 ของโลกประสบกับการระเหยที่ลดลง ทำให้อัตรการระเหยของน้ำทั่วโลกลดลงเล็กน้อยระหว่างปี 2008 ถึง 2017 ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่เราคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น” ดร. Ma Ning จากสถาบันวิทยาศาสตร์จีน กล่าว

ตามรายงานล่าสุดที่เผยแพร่บนวารสาร Geophysical Research Letters ทีมวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลฟลักซ์ความร้อนของมหาสมุทรแบบเจาะลึกจากดาวเทียมเพื่อประเมินอัตราการระเหยในระยะยาว เนื่องจากในช่วงต้นทศวรรษปี 2000 นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศเกิดการถกเถียงเรื่องหนึ่งขึ้นมา

พวกเขาเถียงกันว่า ‘แสงที่ส่องโลกกำลังหรี่ลงหรือไม่?’ กล่าวคือโลกกำลังเกิดปรากฏการณ์ที่เมฆและหมอกควันเกิดมากขึ้นแล้วทำให้แสงแดดส่องลงมาน้อยลง ซึ่งทำให้เกิดการระเหยน้อยลงหรือไม่? ทว่างานวิจัยใหม่นี้ชี้ว่าโลกมีการระเหยลดลง แต่ไม่ได้มาจากแสงที่หรี่ลง แต่เกิดจากอีกสาเหตุนั่นคือ ‘ลมน้อยลง’ อันเป็นผลมาจากหมุนเวียนของบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

“การเปลี่ยนแปลงความเร็วลมอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบสภาพอากาศโลกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา” ดร. Ma กล่าว “การระเหยของมหาสมุทรที่ลดลงในช่วงไม่นานนี้ไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานของวัฏจักรอุทกวิทยาที่อ่อนแอลง(แสงน้อยลง) แต่อาจสะท้อนถึงการแกว่งตัวของสภาพอากาศตามธรรมชาติแทน”

ตามความเห็นของนักวิทยาศาสตร์แล้ว แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นทั่วโลก แต่กลับเกิดขึ้น ‘อย่างหนัก’ กับมหาสมุทร 2 ใน 3 ส่วนของโลกโดยเฉพาะในช่วงละเติจูดระหว่าง 60°N และ 60°S แนวโน้มการระเหยที่ลดลงเหล่านี้ต่างเน้นย้ำถึงความซับซ้อนของระบบภูมิอากาศโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะเข้าใจมันได้มากยิ่งขึ้น

ที่มา

https://agupubs.onlinelibrary.wiley.com/…/2024GL114256

https://phys.org/…/2025-02-scientists-unexpected…

https://www.iflscience.com/the-oceans-are-getting-hotter…

https://www.technologynetworks.com/…/despite-rising….

Photo: NASA

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...