สงครามตะวันออกกลางบานปลาย ราคาน้ำมันพุ่ง โอกาส PTTEP
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.22 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.19 น. • The Bangkok Insightสงครามตะวันออกกลางบานปลาย ราคาน้ำมันพุ่ง PTTEP รับอานิสงส์
การโจมตีเชิงรุกโดยสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่านเมื่อเช้าวันที่ 22 มิถุนายน 2568 นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวิกฤตตะวันออกกลาง สะท้อนว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านได้ยกระดับสู่สงครามอาวุธเต็มรูปแบบ
โดยสหรัฐ ได้มีการใช้อาวุธขั้นสูงอย่างเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 (Stealth Bombers) และขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก (Tomahawk Cruise Missiles) โจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่าน ได้แก่ โรงงานนิวเคลียร์ Fordow, โรงงาน Natanz และ Isfahan ศูนย์กลางของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
การโจมตีครั้งนี้มีนัยยะสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์พลังงานโลก เนื่องจากอิหร่านคือหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของ OPEC และจุดเสี่ยงที่โลกต้องจับตา คือ ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถือเป็นคอขวดของการขนส่งน้ำมันโลก รองรับการขนส่งน้ำมันดิบกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 20% ของการส่งออกน้ำมันโลก และ LNG อีกกว่า 10,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
บทวิเคราะห์ บล. ดาโอ ระบุว่า ความขัดแย้งครั้งนี้มีแนวโน้มยืดเยื้อและขยายวงกว้าง เนื่องจากอิหร่านอาจโต้กลับโดยตรงต่ออิสราเอล หรือโจมตีฐานทัพสหรัฐ ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กาตาร์ ซาอุฯ บาห์เรน ซึ่งมีทหารประจำการรวมกว่า 40,000-50,000 นาย ส่วนในแง่ของการลงทุน ความขัดแย้งครั้งนี้อาจเป็นตัวเร่งความผันผวนที่มีผลต่อราคาน้ำมันโลก
ทั้งนี้ ประเมินว่าความเสี่ยงที่สงครามจะยืดเยื้อและขยายวงกว้าง อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงกว่า $100/bbl ในช่วงสั้นถึงกลาง โดยเฉพาะหากอิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ หรือโจมตีฐานทัพของสหรัฐ ในภูมิภาค โดยนักวิเคราะห์ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปีนี้ไว้ที่ $70/bbl แต่ก็ชี้ชัดว่า Upside Risk ต่อราคาพลังงานมีสูงกว่าช่วงก่อนหน้านี้มาก
หุ้นกลุ่มพลังงานขยับ PTTEP เด่นสุด รับอานิสงส์ราคาน้ำมันขึ้น
ในภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูง บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP คือหนึ่งในบริษัทที่ได้ประโยชน์โดยตรง เนื่องจากรายได้หลักของบริษัทมาจากการผลิตและจำหน่ายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งอิงกับราคาตลาด
ปัจจัยบวกสำหรับ PTTEP นั้นจะมาจากราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันดิบ (Liquid ASP) ที่มีแนวโน้มปรับขึ้นตามราคาตลาดโลกทันที นอกจากนี้ กำไรของบริษัทยังมีความอ่อนไหวสูงต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน ซึ่งทุก $1 ที่เพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน เท่ากับการเติบโตของกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีโครงการผลิตหลายแห่งทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย และแอฟริกา ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้ง
บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTTEP พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 130.00 บาทต่อหุ้น เชื่อว่าเป็นหนึ่งในหุ้นพลังงานต้นน้ำที่น่าสนใจที่สุดในช่วงสงครามครั้งนี้ รวมทั้งได้เปรียบชัดเจนในฐานะ Defensive Stock ที่ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าพุ่งสูงในช่วงสงคราม
นอกเหลือจากนั้นแล้ว ก็มีหุ้นโรงกลั่นที่คาดว่าจะได้อานิสงส์เช่นกัน อาทิ TOP, SPRC, BCP
TOP: คาดว่าจะได้ประโยชน์จาก Stock Gain และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้น
SPRC: โรงกลั่นที่มีสัดส่วนการส่งออกสูง มีโอกาสได้กำไรจากราคาน้ำมันที่พุ่งแรง
BCP: มีโครงสร้างพอร์ตพลังงานที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสงครามคือความเสี่ยง แต่นี่คือโอกาสของหุ้นบางกลุ่ม แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่ในมุมมองนักลงทุน หุ้นพลังงานโดยเฉพาะ“ต้นน้ำ” กลับได้รับประโยชน์ชัดเจน และกลายเป็นตัวเลือกสำคัญในพอร์ตที่สร้างรายได้มั่นคง ปันผลสูง และมี Upside จากราคาน้ำมัน พร้อมรับมือความผันผวนที่อาจยืดเยื้อยิ่งขึ้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- อิหร่าน' บอกไม่มี! 'ทรัมป์' ประกาศ 'อิหร่าน-อิสราเอล' ตกลงหยุดยิง
- นักวิเคราะห์ชี้ 'เอเชีย' เจ็บหนัก หากอิหร่าน ปิด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' จริง
- ชาติเอเชีย แห่อพยพพลเมืองจาก 'อิสราเอล-อิหร่าน' หวั่นแนวโน้มสู้รบรุนแรง
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg