โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต.แถลงประณามรุนแรง กัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิด ละเมิดอธิปไตยไทย-ผิดอนุสัญญาฯ

Manager Online

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 20.47 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 13.07 น. • MGR Online

กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ประท้วงอย่างรุนแรงต่อกัมพูชา กรณีวางทุ่นระเบิดที่ช่องบก ทำทหารไทยบาดเจ็บ 3 นาย ชี้ละเมิดอธิปไตยไทย ขัดหลักกฎหมายสากลและอนุสัญญาห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหาร เรียกร้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามที่นายกฯ ทั้งสองฝ่ายตกลงกันในกรอบทวิภาคี

วันนี้(20 ก.ค.) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้อ่านแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องการประท้วงการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบุคคล มีใจความดังนี้

ตามที่เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 1568 กําลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 รวม 3 นาย ซึ่งทําการ ลาดตระเวนตามปกติในดินแดนของไทย บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหาร นั้น รัฐบาลไทยได้รับรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงว่า ภายหลังการตรวจสอบของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ทุ่นระเบิดที่พบ ไม่มีการใช้ หรือมีอยู่ในคลังอาวุธของไทย และเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ เมื่อประกอบกับการประมวลข้อมูล และหลักฐานสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ที่หน่วยงาน ความมั่นคงตรวจพบนําไปสู่ข้อสรุปได้ว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และเป็นการกระทําที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานที่สําคัญของกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ อีกทั้งยังเป็นการกระทําที่ละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างชัดเจน ไทยในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาฯ จะดําเนินการตามกระบวนการภายใต้อนุสัญญาฯ โดยจะยังคงหาทางแก้ปัญหากับกัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคีต่าง ๆ ที่มีอยู่ และขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชาให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามแนวชายแดนตามที่นายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันภายในกรอบทวิภาคี

นายนิกรเดชกล่าวด้วยว่า เหตุกําลังพลของไทยเหยียบกับระเบิดระหว่างการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ทําให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยหนึ่งนายข้อเท้าซ้ายขาด ปัจจุบันทหารทุกนายอาการปลอดภัยและอยู่ระหว่างการพัก รักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์จังหวัดอุบลราชธานี กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปก่อนหน้านี้ และขอให้ ทหารไทยทุกนายที่ได้รับบาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว

สําหรับประเด็นเกี่ยวกับทุ่นระเบิดในพื้นที่นั้นกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 ได้แถลงไปเมื่อวานนี้ วันที่ 19 ก.ค.2568 ภายหลังการตรวจสอบของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ยืนยันว่าทุ่นระเบิด 8 ลูกที่พบเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่และไม่มีในการใช้งานหรือมีอยู่ในคลังอาวุธของไทย

ในขณะที่วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค.2568 ได้มีการประชุมฝ่ายเลขานุการของ ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ ศบ.ทก.ซึ่งเป็นการประชุมระดับปฏิบัติเพื่อแลกเปลี่ยนและจัดเตรียมข้อมูลเพื่อนําเสนอแนวทางการดําเนินการในด้านต่างๆ ให้ที่ประชุม ศบ.ทก.ที่มีกําหนดประชุมในวันพรุ่งนี้ พิจารณาต่อไป

“ซึ่งผมได้กล่าวไปในการแถลงข่าวก่อนหน้านี้ว่าเรื่องนี้มีรายละเอียดค่อนข้างมากและมีกรอบการดําเนินการหลายกรอบ ฝ่ายไทยจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงแนวทางการดําเนินการในเรื่องนี้ต่อไป วันนี้กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ออกแถลง การณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้” นายนิกรเดช กล่าว

นายนิกรเดช กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า นี่ก็คือช่วงที่สถานการณ์มีความละเอียดอ่อน การสื่อสารในสังคมโดยเฉพาะในช่อง ทางสื่อสังคมออนไลน์อาจจะนําไปสู่ความเข้าใจผิด หรือสร้างความแตกแยกโดยไม่ได้ตั้งใจ กระทรวงการต่างประเทศขอให้สังคมเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจาก ทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคง เพื่อความสามัคคีกันของคนในชาติซึ่งเป็นสิ่งสําคัญที่สุดในยามนี้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...