โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ด่านกัมพูชาไม่เปิดหลังไทยผ่อนปรนยื่นเสนอเปิดเวลาเดิม6โมงถึง4ทุ่มทุกแห่ง ขณะท่าเรือส่งออกคลองใหญ่แน่นรถตู้คอนเทรนเนอร์รอ 2-3 วันส่งเข้ากัมพูชา

สยามรัฐ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 08.41 น.

ด่านกัมพูชาไม่เปิดหลังไทยผ่อนปรนยื่นเสนอเปิดเวลาเดิม6โมงถึง4ทุ่มทุกแห่ง ขณะท่าเรือส่งออกคลองใหญ่แน่นรถตู้คอนเทรนเนอร์รอ 2-3 วันส่งเข้ากัมพูชา อ.คลองใหญ่ จ.ตราด/เวลา 08.00 น.วันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ทีทจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ทหารนาวิกโยธินที่ 182 หาดเล็ก ได้ทำการเปิดด่านตามคำสั่งของกองกำลังป้องกันจันทบุรี-ตราด ที่ผ่อนผันให้รถยนต์บรรทุกสินค้ามและรถตู้คอนเทรนเนอร์สามารถส่งเข้าไปยังฝั่งกัมพูชาได้ แต่ฝั่งกัมพชาที่ด่านถาวรบ้านจามเยี่ยม อ.มณฑลเสมา จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชายังไม่อนุญาตให้รถยนต์บรรทุกสินค้าเข้าไปยังฝั่งกัมพูชา เนื่องจากต้องรอคำสั่งจากรัฐบาลกลางก่อนว่าจะมีนโยบายอย่างไร

ผู้ประกอบการค้าชายแดนกัมพูชารายหนึ่งกล่าวว่า แม้ทางฝั่งไทยจะผ่อนปรนแล้ว แต่ทางฝั่งกัมพูชาต้องการให้เปิดในเวลาเดิมคือ 06.00-22.00 น.และเปิดพร้อมกันทั้งหมดตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งการออกเงื่อนไขลักษณะนี้ไม่ส่งผลดีต่อการค้าขายระหว่าง 2 ประเทศและผู้ประกอบการค้าด้วยกัน ทำให้การค้าขายชายแดนที่ตลาดหาดเช็คยังซบเซาต่อไป ตอนนี้ร้านค้าขายปิดเพิ่มขึ้น ทั้งร้านกาแฟดับอย่างอเมซอนก็ต้องปิด รถโดยสารหาดเล็กตราดก็หยุดเที่ยวเดินทางแล้ว และที่ส่วนบริการศุลกากร ด่านศุลกากรคลองใหญ่ ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราดที่รถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ต้องมาทำเอกสารส่งออกก็มีรถบรรทุกจำนวนกว่า 30 คันรอการทำเอกสารส่งออกอยู่ ทำให้คนขับรถบรรทุกต้องอคอยทั้งเอกสารและรอคิวการลงเรือขนส่ง ซึ่งต้องใช้เวลานาน 1-2 วัน เป็น 2-3 วัน ทำให้เสียรายได้ไปมาก นายภานุพงษ์ ชอบอุดม คนขับรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ส่งสินค้าจากแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า การปิดด่านและผ่อนปรนด่านชั่วคราวเป็นเริ่องดี แต่การขนส่งสินค้าทางบกขณะนี้ฝั่งกัมพูชายังไมรอนุญาตให้เข้าไป แต่สามารถขนส่งทางน้ำแห่งเดียวคือที่อำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด แม้จะสามารถส่งจากที่อื่านๆได้

แต่ราคาค่าขนส่งจะแพงกว่า ผู้ประกอบการขนส่งจึงนิยมมาทางนี้ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ต้องเสียเวลารอคอยลงเรือขนส่งที่ท่าเรือนานกว่าเดิม จาก 1-2 วันที่เข้าไปทางบกและกลับมาได้ภายใน 6-7 ชม.และกลับบริษัทได้ใน 1-2 วัน กลับต้องเสียเวลาเพิ่มเป็น 2-3 วัน ทำให้ต้องเสียหายได้จากเปอร์เซนต์ที่นายจ้างจะหักให้ 10 %ต่อเที่ยว ส่งผลรายได้หายไปครึ่งหนึ่ง ขณะที่บริเวณทางเข้าท่าเรือส.กฤตวรรณ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด คราคร่ำไปด้วยรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์กว่า 100 คัน ที่รอการนำตู้คอนเทรนเนอร์ลงจากรถยนต์บรรทุกเพื่อลงเรือขนส่งสินค้า ซึ่งแต่ละลกสามารถบรรทุกได้ 16-24 ตู้/ลำ จากจำนวน 7 ลำที่มี ทำให้ไม่สามารถรองรับตู้คอนเทรนเนอร์ที่มีกว่า 100 ตู้ได้ นายปิยะวุฒิ ประสิทธิเวช ลูกชายนางสำราญ ประสิทธิเวช เจ้าของท่าเรือ กล่าวว่า รถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ที่มีมากกว่า 120-150 ตู้เข้ามาส่งสินค้าลงเรือขนส่งที่มี 7 ลำ เพื่อลำเลียงไปขึ้นที่ท่าเรือสีหนุวิล ในจังหวัดกัมโปงโสม

ซึ่งใช้เวลา 1 วัน และกลับอีกเกือบ 1 วัน ซึ่งช่วงนี้มีลมพายุ ทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าทางทะเลได้เร็วเหมือนก่อน และรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ก็เพิ่มขึ้นในระยะนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาการสั่งซื้อสินค้าผ่านแดนจากต่างประเทศเพื่อส่งไปยังกัมพูชามีมากและหยุดส่งไประยะหนึ่ง ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งดำเนินการให้เร็ว ทำให้การขนส่งสินค้าต้องแออัดไปในระยะนี้ และสินค้าส่วนใหญ่ก็มาจากประเทศจีนเป็นหลัก ของไทยก็มีบ้าง แต่ยังไม่มากนัก ด้านนายนิโรต นิรังกูร หัวหน้าชุด ด่านศุลกากรคลองใหญ่ เปิดเผยว่า หลังจากมีการผ่อนปรนให้สินค้าส่งไปยังกัมพูชาได้

โดยใช้ทางน้ำทำให้มีรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์จากทั่วประเทศมาส่งสินค้าที่ท่าเรือในอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งเป็นท่าเรือเดียวที่มีเจ้าหน้าที่ศุลกากรคลองใหญ่อนุญาตอยู่ แต่หากท่าเรือชลาลัย หรือท่าเรืออื่นๆจะดำเนินการต้องขออนุญาตเป็นครั้งคราวไป ซึ่งปัจจุบันรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ต้องเข้าไปที่ส่วนบริการ ด่านศุลกากรคลองใหญ่ เพื่อทำเอกสารส่งออกและเอกซเรย์ผ่านเครื่องก่อนจึงนำสินค้ามาส่งที่ท่าเรือได้ ซึ่งไดัเปิดมาแล้ว 7 วัน พบว่า มีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 10 ล้านบาท/วัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากฝั่งกัมพูชายังไม่อนุญาตให้รถยนต์บรรทุกสินค้าเข้าไปยังกัมพูชาในช่วงนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...