โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ส่องปรากฏการณ์บนท้องฟ้า ‘ฤดูกาลทางดาราศาสตร์’

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.47 น. • เดลินิวส์
ชวนส่องปรากฏการณ์ท้องฟ้าไฮไลท์ช่วงครึ่งปีหลัง “ฤดูกาลทางดาราศาสตร์” หนึ่งในปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ชวนติดตามของปีนี้ และปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับดวงจันทร์ที่ไม่ควรพลาด

ฤดูกาลที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน แต่ละฤดูกาลบอกเล่าเรื่องราวธรรมชาติมีมนต์เสน่ห์ต่างกัน “ฤดูกาล” บนโลกเกิดจากแกนโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับแนวตั้งฉากกับระนาบโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกได้รับแสงอาทิตย์ในปริมาณไม่เท่ากัน ส่งผลให้มีอุณหภูมิ รวมถึงระยะเวลากลางวันและกลางคืนต่างกัน

จะสังเกตเห็นว่า ฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วและตกช้า ต่างกับ ฤดูหนาว เวลากลางคืนจะยาวนานกว่ากลางวัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว ทำให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ ทั้งนี้นำเรื่องน่ารู้ “ฤดูกาลทางดาราศาสตร์” หนึ่งใน10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ชวนติดตามในปีนี้ที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)ชวนสังเกตการณ์ ทั้งชวนส่องปรากฏการณ์ท้องฟ้าไฮไลท์ช่วงครึ่งปีหลัง

ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ สดร.ให้ความรู้ฤดูกาลทางดาราศาสตร์ โดยที่เพิ่งผ่านไป “วันครีษมายัน” (Summer Solstice) วันที่ดวงอาทิตย์เฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ผู้ที่อยู่ซีกโลกเหนือจะอยู่ในช่วงฤดูร้อนและวันดังกล่าวเป็นวันที่มี “กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี” ขณะที่ซีกโลกใต้จะอยู่ในช่วงฤดูหนาว และเป็นวันที่ “กลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี” ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์

“ ในอดีตอย่างเรื่องเวลา เราจะรู้อย่างไรว่าเป็นเวลาใด เดือนไหน หรืออยู่ในช่วงใดของปี มนุษย์นั้นมีความพยายามใช้ทักษะการสังเกตการณ์ โดยกระบวนการสังเกตการณ์เป็นทักษะเริ่มต้น เป็นกระบวนการหนึ่งทางวิทยาศาสตร์ อย่างเช่น เสี้ยวสว่างของดวงจันทร์ตั้งแต่เสี้ยวบางสุดทางทิศตะวันตก สว่างไปเรื่อย ๆ จนเต็มดวง 15 ค่ำ และใช้เวลาอีก 15 วัน จากนั้นเสี้ยวสว่างของดวงจันทร์จะเริ่มบางลงเรื่อยๆ เข้าสู่ข้างแรม เข้าสู่เดือนมืดอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 29.5 วันหรือเฉลี่ยน 30 วันซึ่งก็คือหนึ่งเดือน ฯลฯ และหากเฝ้าดูการขึ้น ตกของดวงอาทิตย์ จะพบว่า ดวงอาทิตย์เปลี่ยนตำแหน่งขึ้นและตกทุกวัน"

ในหนึ่งปีมีการเคลื่อนที่ปัดไปทางเหนือบ้าง ปัดไปทางใต้บ้าง และการที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ปัดเหนือ ปัดใต้ลักษณะนี้ก็นำมาใช้สังเกตการณ์ โดยหากปัดเหนือมากสุดจะเป็นอย่างไร หรือถ้าปัดใต้มากสุด จะเป็นอย่างไรหรือเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกพอดี ตกทางทิศตะวันตกพอดี ฯลฯ ต่างนำมาสังเกตการเปลี่ยนแปลง

“ วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ปัดเหนือมากสุด วันนั้นดวงอาทิตย์จะมีเวลาอยู่บนทองฟ้านานที่สุดในรอบปี ส่วนถ้าดวงอาทิตย์ปัดใต้พบว่าเวลากลางวันสั้น การสังเกตการณ์เหล่านี้สอดคล้องกับการเกิดฤดูกาลและเมื่อเริ่มมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นก็สามารถนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายถึงฤดูกาลที่เกิดขึ้นบนโลก”

จากที่กล่าว ฤดูกาลบนโลกเกิดจากแกนโลกเราเอียง หากแกนโลกไม่เอียงก็ไม่เกิดฤดูกาล และพอดีว่าแกนโลกเอียง 23.5 องศาจึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดฤดูกาล โดยทางดาราศาสต์แบ่งฤดูกาลออกเป็น 4 ฤดูกาลทางดาราศาสตร์ โดยกำหนดจากตำแหน่งการขึ้นตกของดวงอาทิตย์ในรอบหนึ่งปี

วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) วันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ประเทศทางซีกโลกเหนือจะเป็น ฤดูใบไม้ผล ขณะที่ประเทศทางซีกโลกใต้เป็น ฤดูใบไม้ร่วง วันครีษมายัน (Summer Solstice) ดันที่อธิบายไป และหากนับต่อไปอีกสามเดือน วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกและตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดีส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืนประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนทางซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ และอีกสามเดือนต่อมาวันเหมายัน (Winter Solstice) ดวงอาทิตย์เฉียงไปทางใต้มากที่สุด ประเทศทางซีกโลกเหนือจะเข้าสู่ฤดูหนาว ทางซีกโลกใต้จะเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูร้อน

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อศึกษามากขึ้นพบว่าแต่ละละติจูดยังมีเรื่องของ อุณหภูมิที่แตกต่างกัน เขตร้อน เขตอบอุ่น หรือเขตหนาว แบ่งตามตำแหน่งละติจูดบนโลก ฯลฯ ในการศึกษาก็เพื่อปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ และการนำธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ คุณศุภฤกษ์อธิบายอีกว่า ธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่เรื่องของฤดูกาล ในเรื่อง Climate Change ก็ต้องให้ความสำคัญ ทั้งนี้การเปลี่ยนตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในรอบปี ฤดูกาลที่เกิดขึ้นสามารถนำความรู้เหล่านี้มา กำหนดทิศทางที่อยู่อาศัย อย่างเช่น ลมมาจากทิศเหนือ อากาศหนาวมาจากทิศเหนือ หมายถึงจะเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว

ถ้าลมมาจากทางใต้ เป็นหน้าร้อน ในเรื่องทิศทางลมจึงสามารถนำมาใช้กำหนดตำแหน่งที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัวต่างๆ อย่างเช่น การวางตำแหน่งประตู หน้าต่าง เพื่อให้ลมพัดผ่าน ช่วยระบายอากาศความร้อนภายในตัวอาคารบ้านเรือน เป็นอีส่วนหนึ่งที่สามารถนำความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องฤดูกาล การเปลี่ยนตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในรอบปี มาใช้กำหนดความเหมาะสมตำแหน่งทิศทางที่อยู่อาศัย

สำหรับ ปรากฏการณ์ท้องฟ้านช่วงเวลานี้ ในช่วงฤดูฝนอาจไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ที่จะสังเกตการณ์ เพราะท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆฝน ไม่แจ่มใส ทั้งมีอิทธิพลของมรสุม โดยฤดูกาลของประเทศไทยได้รับอิธิพลจากลมมรสุมที่พัดผ่านเข้ามาทำให้มีฤดูฝน ส่วนประเทศอื่นๆที่อยู่สูงขึ้นไป ส่วนใหญ่มีสองฤดูคือร้อนกับหนาว

“ช่วงเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคมของปีนี้ สำหรับปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์คงไม่มีอะไรสักเท่าไหร่ แต่ในเดือนกันยายน นับแต่คืนวันที่ 7 ต่อเนื่องคืนวันที่ 8 จะมีปรากฏการณ์ที่น่าติดตามเฝ้าสังเกตการณ์ ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับดวงจันทร์ ที่ไม่ควรพลาด จันทรุปราคาเต็มดวง ดวงจันทร์ปรากฏเป็นสีแดงอิฐ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าตลอดปรากฏการณ์”

อีกทั้งเดือนพฤศจิกายน ช่วงวันลอยกระทง จะมีปรากฏการณ์ ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี (Super Full Moon) และปิดท้ายในเดือนธันวาคมจะมี ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ ส่วนก่อนหน้าฝนดาวตกเจมินิดส์ก็มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ “ฝนดาวตกวันแม่” แต่ด้วยที่มีขึ้นตรงกับช่วงฤดูฝนในบ้านเรา อาจเป็นอุปสรรค์ต่อการสังเกตการณ์

ส่วนประเทศที่ไม่มีอุปสรรค์ในเรื่องมรสุม ท้องฟ้าใสเคลียร์มีโอกาสชมความสวยงามได้มาก อย่างประเทศที่อยู่ทางซีกโลกเหนือมีโอกาสสังเกตการณ์ได้ดี สำหรับปรากฏการณ์จันทรุปราคาแม้จะมีโอกาสสังเกตการณ์ได้บ่อย แต่อย่างไรแล้วขึ้นอยู่กับว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงเวลาที่จะสังเกตเห็นได้หรือไม่ และสำหรับครั้งที่จะมาถึงสามารถสังเกตเห็นได้ถือเป็นไฮไลท์

ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่ต้องไม่พลาดชม

พงษ์พรรณ บุญเลิศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...