“ซีอีโอ Amazon” ชี้ AI ทำคนตกงานบางส่วน แต่สร้างโอกาสใหม่
"ซีอีโอ Amazon" ยอมรับการใช้ Generative AI จะทำให้บางตำแหน่งถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี พร้อมคาดจำนวนพนักงานลดลงในอีกไม่กี่ปี ขณะเดียวกันบริษัทเดินหน้าจ้างงานสาย AI-หุ่นยนต์ต่อเนื่อง
วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าแอนดี แจสซี (Andy Jassy) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Amazon เปิดเผยว่าการนำปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) มาใช้ในวงกว้างอย่างรวดเร็ว จะทำให้ในอนาคตบริษัทต้องการพนักงานน้อยลงสำหรับงานบางประเภทที่สามารถให้คอมพิวเตอร์ทำแทนได้
แจสซีกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ว่า“เหมือนกับทุกการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี จะมีคนจำนวนน้อยลงที่ทำงานบางอย่าง ซึ่งเทคโนโลยีเริ่มเข้ามาทำแทนได้ …แต่มันก็จะมีงานอื่น ๆ เกิดขึ้นมาแทน”
แม้ว่าการใช้ AI จะลดความจำเป็นในบางตำแหน่งงาน แต่แจสซียืนยันว่า Amazon จะยังคงเปิดรับพนักงานในด้าน AI, หุ่นยนต์ และสายงานอื่น ๆ ต่อไป
เมื่อต้นเดือนนี้ แจสซีเคยยอมรับว่า เขาคาดว่าจำนวนพนักงานของบริษัทจะลดลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจาก Amazon เริ่มนำ Generative AI และซอฟต์แวร์อัจฉริยะมาใช้มากขึ้น เขาได้ส่งบันทึกข้อความถึงพนักงาน ระบุว่า “เป็นเรื่องยากที่จะรู้แน่ชัดว่าผลสุทธิจะเป็นอย่างไรในระยะยาว” แต่ยอมรับว่าบุคลากรในส่วนงานด้านธุรกิจจะลดลง เนื่องจากบริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้จากเทคโนโลยี
ข้อความในลักษณะเดียวกันนี้กำลังแพร่กระจายไปทั่วอุตสาหกรรมเทคโนโลยี มาร์ค เบนิโอฟฟ์ (Marc Benioff) ซีอีโอของ Salesforce กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า AI สามารถทำงานในบริษัทได้ถึง 30% ถึง 50% ขณะที่บริษัทอื่น ๆ เช่น Shopify และ Microsoft ก็สนับสนุนให้พนักงานนำ AI มาใช้ในการทำงานประจำวัน ซีอีโอของ Klarna กล่าวในเดือนพฤษภาคมว่า บริษัทสามารถลดจำนวนพนักงานลงได้ประมาณ 40% ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนใน AI และจากการลดคนตามธรรมชาติ
แจสซีกล่าวเพิ่มเติมว่า AI จะช่วยให้พนักงานหลุดพ้นจากงานซ้ำซากน่าเบื่อ และทำให้ทุกงานของเราน่าสนใจขึ้น พร้อมกับช่วยให้พนักงานสามารถคิดค้นบริการใหม่ ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ Amazon และบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ต่างก็มีการลดจำนวนพนักงานผ่านการปลดพนักงานต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ต้นปี 2565 Amazon ได้ลดพนักงานไปแล้วกว่า 27,000 คน และยังมีการปลดพนักงานเฉพาะกลุ่มในฝ่ายค้าปลีกและอุปกรณ์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ราคาหุ้น Amazon ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ต่ำกว่าดัชนี Nasdaq ซึ่งปรับตัวขึ้น 5.5% หุ้น Amazon อยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ประมาณ 10% ขณะที่หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ อย่าง Meta, Microsoft และ Nvidia ต่างซื้อขายอยู่ใกล้หรือที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
อ้างอิง : cnbc.com