โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หดหู่! 4 ขวบโดนไอ้หื่นขยี้กามจน ‘น้องสาว’ฉีก งงมากทำไมตำรวจปล่อย ‘คนร้าย’ลอยนวล

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.44 น. • เดลินิวส์
ช็อกทั้งปราจีนบุรี! เด็กหญิง 4 ขวบถูกกระทำย่ำยีจนอวัยวะเพศฉีกขาดและติดเชื้อ! ความจริงถูกเปิดเผยจากพยานปากสำคัญ 8 ขวบที่แอบเห็นเหตุการณ์! แถมช็อกหนักมากตำรวจปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยหนีแถมบอกให้ไปอยู่ที่อื่นก่อน หวั่นจะถูกทำร้าย

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 4 ขวบรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านสร้าง หลังลูกสาวถูกกระทำชำเราจนอวัยวะเพศฉีกขาดและติดเชื้อเป็นหนอง แพทย์ต้องเร่งส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ด้านญาติหวั่นคดีไม่คืบ เหตุผู้ก่อเหตุหลบหนี จึงร้องเรียนสื่อมวลชนให้ช่วยติดตาม

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของทีมข่าว พบว่าบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกสูง มีสังกะสีตีล้อมรอบ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 9 ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ภายในบ้านพบห้องโถงโล่ง มีเตียงขนาด 4 ฟุต สูงประมาณ 5 ซม. ตั้งอยู่กลางห้อง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานภายในบ้าน พร้อมสอบปากคำเด็กชายวัย 8 ขวบ ผู้เห็นเหตุการณ์สำคัญ ซึ่งเป็นผู้ที่เล่ารายละเอียดสุดสะเทือนใจให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า ในวันเกิดเหตุตนเองนั่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้าน ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กหญิงวัย 4 ขวบดังมาจากด้านบน จึงแอบขึ้นไปส่องดูผ่านรูสังกะสี และพบว่า นายมานิต ได้ใช้น้ำลายลูบบริเวณอวัยวะเพศของเด็กหญิง ก่อนจะมีการสอดใส่อวัยวะเพศ ขณะที่เด็กหญิงวัย 4 ขวบกำลังนอนดูโทรศัพท์อยู่ ซึ่งเด็กชาย 8 ขวบแอบดูจนกระทั่งนายมานิตก่อเหตุเสร็จและเดินลงมาด้านล่าง

นางเอ อายุ 45 ปี ผู้เป็นย่าของเด็กหญิงผู้เสียหาย ได้เปิดเผยคลิปเสียงของหลานสาวขณะยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยเด็กหญิงวัย 4 ขวบได้กระซิบบอกย่าว่าถูกนายมานิตกระทำมาแล้วถึง 3 ครั้ง และในขณะที่ถูกกระทำมีเด็กอีก 2 คนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

นางเอ เล่าว่า เมื่อวันที่ 5-6 มิถุนายน หลานสาวบ่นว่าเจ็บ คิดว่าคงฉี่แล้วไม่ล้าง หรือคัน จนกระทั่งกลับจากกรุงเทพฯ ในวันอาทิตย์ หลานก็ยังร้องเจ็บและไม่อยากฉี่ แต่ก็ไปโรงเรียนปกติ จนล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลานร้องไห้หนักมาก จึงถามและให้น้องถ่างขาดู ก็พบว่าร่องรอยบวมและมีน้ำไหลออกมา จึงถามว่าใครทำ แต่น้องบอกว่าไม่มีใครทำ ตัวเองเกาเอง จนกระทั่งแม่ของเด็กกลับมาในวันอาทิตย์เช้า จึงพาหลานไปหาหมอ

หมอสรุปเบื้องต้นว่าอาจติดเชื้อหรือถูกละเมิดทางเพศ และแนะนำให้ส่งตัวไปโรงพยาบาลเจ้าพระยาฯ และได้แจ้งความในวันเดียวกัน หลังผลตรวจออกมาช่วงบ่ายโมง แพทย์ระบุว่า ถูกละเมิดทางเพศ ย่าจึงแอบถามหลานอีกครั้ง น้องจึงยอมบอกว่ากลัวแม่จะไปตีเขาและตีหนู น้องบอกว่านายมานิตทำมา 3 ครั้งแล้ว ย่าเผยว่าไม่เคยคุยกับนายมานิต เพราะเป็นแฟนใหม่ของน้า และตอนนี้เขาก็หนีไปแล้วตั้งแต่บ่ายวันเกิดเหตุ

นายบี อายุ 23 ปี ลูกชายของภรรยาใหม่ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า หลังจากแจ้งความ ตำรวจได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุไปสอบถามเมื่อเย็นวันอาทิตย์ แล้วก็ปล่อยตัวออกมา ก่อนที่ในวันจันทร์เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาที่บ้านและบอกให้ผู้ก่อเหตุไปอยู่ที่อื่นก่อน โดยให้เหตุผลว่า "เดี๋ยวจะมีคนมาทำร้ายเขา" นายบี สงสัยว่าทำไมตำรวจถึงปล่อยตัวไปก่อนที่จะมีหมายจับ และผู้ก่อเหตุก็ไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นคนทำ

นายบี เผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นแฟนกับแม่ตนมาเกือบปีแล้ว เป็นคนเงียบๆ นิ่งๆ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่ตนคิดว่าน่าจะเป็นเขาลงมือ เพราะมีเขาคนเดียวที่อยู่บนบ้าน และเขาสนิทกับเด็กผู้เสียหายมาก ที่น่าตกใจคือ นายบี ระบุว่า เด็กในพื้นที่ที่โดนทั้งหมดมี 3 คน ตนอยากถามผู้ก่อเหตุว่าทำไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เด็กก็เป็นหลาน

ล่าสุด พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คดีนี้ได้ผลตรวจร่างกายของเด็กผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อย และได้ดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับภายในเที่ยงวันนี้ (17 มิ.ย.)

จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น พบว่ามีผู้เสียหายและถูกกระทำมากกว่า 1 คน โดยเจ้าหน้าที่จะรอให้ผู้เสียหายรายอื่นไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และจะเพิ่มข้อกล่าวหาต่อไป พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ ให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ภายในเร็ววันนี้แน่นอน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ประกบตัวผู้ก่อเหตุอยู่แล้ว

เบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์ชอบเด็กเล็กอย่างมาก โดยจะใช้โทรศัพท์หรือขนมเพื่อหลอกล่อให้เด็กมาที่บ้านก่อนก่อเหตุลงมือ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและคาดว่าจะแจ้งข้อหากับนายมานิต ผู้ก่อเหตุในข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...