โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยอดใช้ดีเซล 5 เดือนแรกปีนี้ลดลง ฉายภาพเศรษฐกิจไทย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 12.27 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 05.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 9 ก.ค. – กรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.68 ) ยอดใช้ดีเซลลดลง ฉายภาพเศรษฐกิจไทย ส่วนการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอตัวลงมาจากยอดใช้อีวีและการเดินทางระบบรางพุ่งขึ้น

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 158.44 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยที่น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 และการใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 ขณะที่กลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 การใช้ LPG ลดลงร้อยละ 2.3 น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการลดลงร้อยละ 1.5 และ NGV ลดลงร้อยละ 16.1 ทั้งนี้ แบ่งเป็นน้ำมันแต่ละประเภทดังนี้ การใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ณ สถานีบริการ เฉลี่ยอยู่ที่ 68.53 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 1.3 เป็นผลจากมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวและการลงทุนภาคเอกชนลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ในช่วงไตรมาสแรกภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจะขยายตัวร้อยละ 0.6 จากไตรมาสก่อน (QoQ) ตามการขยายตัวของการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าเป็นสำคัญ สำหรับดีเซลหมุนเร็ว บี20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.03 ล้านลิตร/วัน ขณะที่ดีเซลพื้นฐานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.20 ล้านลิตร/วัน ทั้งนี้ ภาพรวมปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลอยู่ที่ 70.73 ล้านลิตร/วัน

นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับดัชนีการขนส่งสินค้า (Shipment Index) เฉลี่ยเดือนมกราคม-เมษายน ที่หดตัวลงร้อยละ 1.0 เป็นผลจากปริมาณฝนรวมทั้งประเทศสูงกว่าค่าปกติ รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้าและความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้การส่งออกยังคงขยายตัวจากการเร่งส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกาเนื่องจากแรงกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย

การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่ 31.85 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.22 ล้านลิตร/วัน เนื่องจาก มีส่วนต่างราคาสูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 0.37 บาท/ลิตร (ราคาเฉลี่ยเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2568) จึงทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้แก๊สโซฮอล์ 95 สูงขึ้น ขณะที่การใช้แก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 6.69 ล้านลิตร/วัน แก๊สโซฮอล์ อี20 ลดลงมาอยู่ที่ 5.15 ล้านลิตร/วัน เบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 0.39 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ อี85 ลดลงมาอยู่ที่ 0.06 ล้านลิตร/วัน พบว่าการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเริ่มเห็นสัญญาณของการชะลอตัวลงโดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย อาทิ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV HEV และ PHEV) มีสัดส่วนร้อยละ 6.3 ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน 7 คน1 รวมถึงการใช้งานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีการขยายตัวของผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องคิดเป็นร้อยละ 3.62 เทียบกับปีก่อน

การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 18.06 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน โดยจำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งคนไทยและต่างชาติขยายตัวร้อยละ 2.05 รวมไปถึงการขยายตัวของบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ ในขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสะสม 5 เดือนแรกของปี 2568 มีจำนวน 14.36 ล้านคน ลดลงร้อยละ 2.7 ซึ่งเป็นการลดลงของนักท่องเที่ยวชาวเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ (โดยเฉพาะจีน) ที่ลดลงร้อยละ 22.86 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัจจัยด้านความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจภายในประเทศจากนโยบายการค้าโลก

การใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 17.60 ล้าน กก./วัน ลดลงร้อยละ 2.3 ผลจากภาคปิโตรเคมีเป็นสำคัญลดลงมาอยู่ที่ 7.33 ล้าน กก./วัน และภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 2.30 ล้าน กก./วัน ขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.90 ล้าน กก./วัน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.07 ล้าน กก./วัน

การใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 2.44 ล้าน กก./วัน ลดลงร้อยละ 16.1 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสมที่ลดลง และจำนวนสถานีบริการ NGV มีแนวโน้มปิดตัวลง อย่างไรก็ตาม ปตท. ยังคงช่วยเหลือผ่านโครงการบัตรสิทธิประโยชน์ ให้กับกลุ่มรถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ ขณะที่ราคาขายปลีก NGV สำหรับรถทั่วไปปรับเพิ่มขึ้น 0.10 บาท/กก. อยู่ที่ 18.80 บาท/กก. เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยอยู่ที่ 1,060,825 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 83,004 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 1,031,520 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 81,254 ล้านบาท/เดือน สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) อยู่ที่ 29,305 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 51.3 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 1,750 ล้านบาท/เดือน

การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 147,535 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 4.9 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 12,416 ล้านบาท/เดือน.-511-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...