โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดตลาดหุ้นไทยร่วงหนัก 25.85 จุด สถาบันเทขาย 6.3 พันล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.29 น.

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ 19 มิ.ย.68 ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,068.73 จุด ลดลง 25.85 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 2.36% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างวัน SET Index แกว่งตัวในกรอบบนสุดและล่างสุดที่ระดับ 1,085.71 - 1,066.07 จุด มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 46,620.79 ล้านบาท

หากแบ่งมูลค่าการซื้อขายตามประเภทนักลงทุน พบว่ากลุ่มสถาบันมีการขายออกหุ้นไทยสูงสุดถึง 6,393.63 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิเพียง 693.28 ล้านบาท สำหรับกลุ่มที่มีการซื้อหุ้นไทยสูงสุด คือ นักลงทุนในประเทศ 6,805.14 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ที่มีสถานะซื้อสุทธิ 281.78 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • GULF ราคา 37.75 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 4.32% มูลค่าซื้อขาย 3,379.62 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 148.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.66% มูลค่าซื้อขาย 2,898.53 ล้านบาท
  • ADVANC ราคา 269.00 บาท ลดลง 9.00 บาท หรือ 3.24% มูลค่าซื้อขาย 2,806.35 ล้านบาท
  • CPALL ราคา 42.50 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 4.49% มูลค่าซื้อขาย 2,726.39 ล้านบาท
  • TRUE ราคา 10.70 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 2.73% มูลค่าซื้อขาย 1,592.91 ล้านบาท

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ปรับตัวลดลงมากว่า 25.26 จุด หลักๆ เป็นผลมาจากการรับแรงกดดันจากประเด็นทางการเมืองที่หวั่นใจว่าจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติที่อาจนำไปสู่การยุบสภา

ซึ่งจากการที่ทางฝ่ายประเมินฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ มี 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • เปลี่ยนนายกฯ เป็นคุณอนุทิน ชาญวีรกูล โดยเพื่อไทยและภูมิใจไทยยังคงร่วมรัฐบาล โอกาส 40%
  • ยุบสภา โอกาส 30% โดยเฉพาะหากพรรคร่วมรัฐบาลพร้อมใจกันถอนตัว
  • เพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ โอกาส 20% นายกฯ อาจพยายามบริหารต่อ แต่จะเผชิญแรงต้านและความเสี่ยงต่อการฟ้องร้องถอดถอน อีกทั้งการเปลี่ยนนายกฯ อาจไม่ได้รับเสียงรับรองจากรัฐสภา (ส.ส. + ส.ว.)
  • สลับขั้ว (พรรคประชาชน + ภูมิใจไทย) โอกาส 10% พรรคประชาชนอาจเข้าร่วมรัฐบาลเฉพาะกิจ 6–12 เดือน เพื่อให้กลไกงบประมาณไม่สะดุด และเตรียมเลือกตั้ง

แต่ไม่ว่าจะเป็นข้อใดก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลลบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยทั้งสิ้น ความล่าช้าของพ.ร.บ.งบประมาณ หรือขาดมาตรการที่เหมาะสมที่จะบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นภาษีการค้า จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลด GDP ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายภายนอกต่างๆ

ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่มีความชัดเจนทางการเมือง ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ยังไม่มีข้อยุติ ทำให้มีความกังวลว่าหากต้องมีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมา การผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจๆ อาจยังไร้น้ำหนัก การเบิกจ่ายงบประมาณจะถอยหลังเข้าสู่ช่วงสัญญากาศอีกครั้ง

และที่น่ากังวลมากที่สุดคือ ในช่วงครึ่งหลังปี 68 ไทยต้องมีการเจรจากับสหรัฐฯ ในเรื่องเงื่อไขภาษีนำเข้า ซึ่งแน่นอนว่าหากถึงขั้นต้องปฏิวัติ ก็จะทำให้การคุยสหรัฐฯ เป็นเรื่องยากขึ้น ส่งผลให้ในระยะสั้นปัจจัยที่กล่าวมาจะเป็น Downside ต่อตลาดหุ้นไทยค่อนข้างสูง และมีโอกาสที่ SET Index จะลงไปแตะระดับ 1,000 จุดได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...