เปิดผลตรวจ ผัก-ผลไม้ นำเข้าด่านเชียงของ สารพิษเกินมาตรฐาน 7 ใน 10
เปิดผลตรวจ ผัก-ผลไม้ นำเข้าด่านเชียงของ อึ้ง สารพิษเกินมาตรฐาน 7 ใน 10 บางรายการเจอถึง 12 ชนิด เผย มีเพียงผักเพียง 1 ชนิดที่ไม่มีสารพิษใด ๆ ตกค้าง
วันที่ 31 พ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาองค์กรของผู้บริโภค รายงานว่า จากการสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่ด่านเชียงของจังหวัดเชียงราย พบผักผลไม้ปนเปื้อนสารพิษเกินมาตรฐาน 7 ใน 10 ตัวอย่าง หรือร้อยละ 70
โดยได้พบสารเคมีในจำนวนมากถึง 37 ชนิด หนึ่งในนั้นคือ สารคลอร์ไพริฟอส ที่ตกค้างมากถึง 0.78 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สารพิษชนิดนี้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายร้ายแรงต่อผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง
เปิดผลตรวจ ผัก-ผลไม้ นำเข้าด่านเชียงของ อึ้ง สารพิษเกินมาตรฐาน 7 ใน 10 บางรายการเจอถึง 12 ชนิด เผย มีเพียงผักเพียง 1 ชนิดที่ไม่มีสารพิษใด ๆ ตกค้าง
อย่างไรก็ตาม ยังมีการพบผักที่ไม่มีสารพิษใด ๆ ตกค้าง คือ กะหล่ำปลี ส่วนผักกาดขาวและหัวไชเท้าพบสารตกค้างต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ในขณะที่ผักที่เหลือทั้งหมดมีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน
หนึ่งในสาเหตุที่ด่านไม่สามารถสกัดผักผลไม้ที่มีสารพิษตกค้างได้เป็นเพราะขาดเครื่องมือตรวจที่ทันสมัย และระบบจัดการที่สามารถติดตามและเรียกคืนสินค้าได้ที่หน้าด่านก่อนถูกส่งไปถึงมือผู้บริโภค
ผลการสุ่มตรวจครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยในเวทีแถลงข่าวในวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชนสิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาร่วมกับสภาผู้บริโภค และเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN)
ทั้งนี้ เป็นการแถลงข่าวการคุ้มครองผู้บริโภค ความปลอดภัยด้านอาหาร จากกรณีลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยผักและผลไม้นำเข้า ณ ด่านศุลกากรเชียงของ
สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568 คณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อสุ่มตรวจผักและผลไม้ 10 ชนิด พบว่า มีผักและผลไม้ 7 ชนิด ที่ตกมาตรฐาน หรือคิดเป็นร้อยละ 70
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ทางคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการจึงได้มีข้อเสนอเพื่อปรับปรุงระบบ และยกระดับอาหารที่นําเข้ามาจากต่างประเทศ โดยมีข้อเสนอที่สำคัญอย่างน้อย 6 ประเด็น คือ
การเพิ่มงบประมาณและกำลังคน
- เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสามารถตรวจสอบอาหารนำเข้าได้อย่างทันท่วงที
การสร้างระบบการรับรอง
- ควรใช้ระบบการรับรองที่เชื่อถือได้จากห้องทดลองที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานระหว่างประเทศ
การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือน
- การสนับสนุนระบบเฝ้าระวังที่ประสานงานจากทุกภาคส่วนเพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับอาหารที่ไม่ปลอดภัย
การกำหนดบทลงโทษ
- เพื่อให้มีมาตรการที่เข้มงวดกับผู้กระทำผิดที่นำเข้าสินค้าที่ไม่ปลอดภัย
การตรวจสอบต้นทาง
- ตรวจสอบฟาร์มที่ผลิตอาหารก่อนเข้ามานำเข้า เพื่อความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง
การดำเนินการเรียกคืนสินค้าที่ไม่ปลอดภัย
- หากพบปัญหาในระหว่างที่สินค้านำเข้าอยู่ในตลาด ต้องมีระบบที่จะสามารถเรียกสินค้าเหล่านั้นกลับได้ทันที
ด้าน ปรกชล อู๋ทรัพย์ อนุกรรมการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ กล่าวว่า ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ด่านนำเข้าชายแดนเชียงของ จังหวัดเชียงราย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศุลกากร กองด่านอาหารและยา และกรมวิชาการเกษตร
โดยได้สุ่มเก็บตัวอย่างผักและผลไม้ไปวิเคราะห์หาสารพิษตกค้างในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 17025 ผลการตรวจพบสารพิษตกค้างรวมถึง 37 ชนิด โดยหนึ่งในนั้นเป็นสารอันตรายที่ประเทศไทยประกาศห้ามใช้แล้ว คือ คลอร์ไพริฟอส ซึ่งอยู่ในประเภทวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 พบตกค้างในระดับสูงถึง 0.78 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในผักกาดหอมโครัลลีฟ
ทั้งนี้ ในบรรดาตัวอย่างที่ตรวจพบ มีเพียงกะหล่ำปลีที่ไม่พบสารตกค้างใด ๆ ขณะที่ผักกาดขาวและหัวไชเท้าพบสารตกค้างต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ส่วนผักที่เหลือทั้งหมดมีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน รวมถึงบางตัวอย่างที่พบมากถึง 12 ชนิดในรายการเดียว ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพ ทั้งก่อมะเร็ง รบกวนฮอร์โมน เป็นพิษต่อประสาท ระบบสืบพันธุ์ และระบบภูมิคุ้มกัน
ปรกชล กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันหน้าด่านยังขาดเครื่องมือที่ทันสมัยและระบบจัดการแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ผักผลไม้ที่มีสารพิษเหล่านี้หลุดเข้าสู่ตลาดบริโภคโดยไม่มีการแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที
จึงเสนอให้เร่งจัดตั้งระบบ "แจ้งเตือน-เรียกคืน" สินค้าที่ไม่ปลอดภัยจากต้นทางถึงปลายทาง พร้อมกำหนดให้สินค้านำเข้าต้องมีฉลากภาษาไทยชัดเจน เพื่อติดตามแหล่งที่มาหากเกิดปัญหา และสามารถเรียกคืนจากตลาดหรือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดผลตรวจ ผัก-ผลไม้ นำเข้าด่านเชียงของ สารพิษเกินมาตรฐาน 7 ใน 10
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th