โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบหนุ่มค้ากล้วยไม้ป่าหายาก ยอมรับนำมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทษหนัก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 13.19 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 13.19 น.
ภาพไฮไลต์

ตาก “พญาเสือ ภาคเหนือ” รวบหนุ่มค้ากล้วยไม้ป่าหายากผ่านเฟซบุ๊ก ยอมรับนำมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง มีโทษหนักคุก 5 ปี ปรับ 5 แสน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐนนท์ ไชยศักดิ์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 4 (พญาเสือ ภาคเหนือ) เผยว่า คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย นายชัยชาญ ศรียงค์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) (พญาเสือ ภาคเหนือ) เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสายที่ 1 ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการ 4 ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง บริเวณตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก หลังจากสืบทราบว่ามีการลักลอบค้าและเก็บหากล้วยไม้ป่าหายาก ตามคำสั่งที่มีการสั่งซื้อและมีการโพสต์ขายอย่างต่อเนื่องในกลุ่มเฟซบุ๊ก พบว่า บัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ชื่อ “Tho Seng Yeng” มีการโพสต์ขายกล้วยไม้ชนิดหายากจำนวนหลายชนิด เช่น เอื้องศรีอาคเนย์ เป็นพืชถิ่นเดียวที่พบได้ในธรรมชาติที่ดอยหัวหมด จังหวัดตาก และก้านเกาสตุภะ หรือชาม่วง เป็นพืชหายากของไทย พบเฉพาะทางภาคเหนือ พบมากที่ดอยหัวหมด อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

โดยจากการตรวจสอบภาพถ่ายที่มีการโพสต์จำหน่าย พบว่าเป็นบริเวณดอยหัวหมด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก จริง

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่มาถึงบ้านหลังดังกล่าว พบบริเวณประตูเปิดไว้ ภายในมีสิ่งปลูกสร้างลักษณะเป็นห้องแถวชั้นเดียวให้เช่า จำนวน 4 หลัง บริเวณด้านซ้ายของพื้นที่ตัวอาคาร พบโรงเรือนสำหรับเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ สังเกตเห็นกล้วยไม้หลากหลายชนิดอยู่ภายในบริเวณรอบบ้าน พบมีกล้วยไม้ป่าห้อยแขวนตามราวเหล็กจำนวนหนึ่ง และพบกล้วยไม้ป่าวางอยู่บนตะแกรงเหล็กด้านหลังบ้านพัก พร้อมทั้งได้พบหญิงทราบชื่อภายหลัง คือ นางสาวบัวคำ ชาวตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก อยู่ภายในบริเวณดังกล่าว และแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของบ้าน คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายค้นศาลจังหวัดแม่สอด เพื่อยึดของกลางดังกล่าว

นางบัวคำ แจ้งต่อคณะเจ้าหน้าที่ว่า กล้วยไม้ดังกล่าวเป็นของลูกบ้านที่เช่าห้องของตน จึงให้เจ้าของกล้วยไม้มาแสดงตน

ต่อมามี นายศรัณยู ชาวตำบลนาโบสถ์ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก มาแสดงตน เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถาม นายศรัณยู ว่ากล้วยไม้ดังกล่าวเป็นของใคร นายศรัณยูจึงยอมรับว่าเป็นของตนเอง จากการตรวจสอบไม่มีเอกสารในการครอบครองและเพื่อการค้า และยอมรับว่ากล้วยไม้บางส่วนตนได้นำมาจากป่าบริเวณดอยหัวหมด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

บางส่วนนำมาจากป่าในพื้นที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เมื่อได้มา ตนก็ได้นำมาเก็บไว้บริเวณบ้านเช่าดังกล่าว จากนั้นจึงได้ประกาศขายกล้วยไม้กับผู้ที่สนใจซื้อกล้วยไม้ผ่านกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อบัญชีว่า “Tho Seng Yeng” ในราคาตามที่ตกลงกัน และมีการกำหนดราคาตามแต่แหล่งที่มาของกล้วยไม้ พร้อมกับได้พาเจ้าหน้าที่ไปดูกล้วยไม้ชนิดพันธุ์เอื้องศรีอาคเนย์ ที่ตนได้ไปนำมาจากป่าดอยหัวหมด ส่วนเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองและมีไว้เพื่อการค้า รวมถึงเอกสารการอนุญาตให้เพาะพันธุ์กล้วยไม้จากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตนไม่มีแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบกล้วยไม้นับรวมได้ทั้งหมด 259 ต้น โดยมีบางชนิด เช่น ชนิดพันธุ์เอื้องศรีอาคเนย์ เป็นชนิดพันธุ์ที่หายาก เกิดขึ้นเป็นพืชถิ่นเดียวที่พบได้ในธรรมชาติที่ดอยหัวหมด จังหวัดตาก และพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

ทั้งนี้ จากพฤติการณ์ดังกล่าวของนายศรัณยู ฯ คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายศรัณยู เป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฐานครอบครองซึ่งของป่าหวงห้าม และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในการเก็บหาทรัพยากรธรรมชาติออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมทั้งได้แจ้งสิทธิให้แก่ผู้ต้องหาทราบแล้ว และสารภาพตามข้อกล่าวหาทุกประการ และนำตัวส่ง ร.ต.อ.ล้อมเดช อินแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.พบพระ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบหนุ่มค้ากล้วยไม้ป่าหายาก ยอมรับนำมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทษหนัก

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...