โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gen Z จุดกระแส ‘โหยหาอดีต’ ดัน Nostalgia Economy ทะลุ 3.5 แสนล้านดอลลาร์

Mission To The Moon

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

น้องๆ อาจจะยังไม่รู้! เทรนด์ใหม่ๆ ที่เด็ก Gen Z ยุคนี้มองว่า ‘ชิค’ อาจเป็นประสบการณ์ชีวิตที่รุ่นพี่ Millennials เคยผ่านมาแล้ว
.
ความทรงจำจากอดีตมีพลังบางอย่างที่ปลอบโยนคนได้มากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งเราแค่อยากหยุดพักและย้อนกลับไปอยู่กับสิ่งที่เรารู้จัก คุ้นเคยและมีความทรงจำดีๆ รวมอยู่ในนั้น เช่น แผ่นเสียง รูปถ่ายจากกล้องฟิล์ม หรือการเขียนบันทึกในรูปแบบสมุด
.
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึก ‘โหยหาอดีต’ ไม่ได้ให้เราแค่ความอบอุ่นและความรู้สึกดีเท่านั้น แต่จากการวิเคราะห์ของ มอร์ริส ไมเซิล (Morris Misel) ซึ่งเป็นนักอนาคตศาสตร์ (Futurist) และนักยุทธศาสตร์ด้านการคาดการณ์ (Foresight Strategist) ธุรกิจระดับโลกยังบอกอีกด้วยว่า
.
คลื่นความรู้สึกของความโหยหาอดีตยังทำให้เกิดยุค Nostalgia Economy ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทั่วโลกรวมแล้วมากกว่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน และคาดว่าจะถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ที่ผู้คนใช้จ่ายไปกับผลิตภัณฑ์ที่เตือนเราถึง “วันดีๆ ในอดีต”
.
สิ่งที่ทำให้ปรากฏการณ์นี้น่าสนใจก็คือ ไม่ได้มีแค่ผู้บริโภคกลุ่ม Baby Boomer เท่านั้นที่ต้องการระลึกถึงอดีต แต่คนรุ่นใหม่เองก็ให้ความสนใจกับอุตสาหกรรมและสินค้าประเภทนี้ด้วย โดยเฉพาะผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ที่มองว่าประสบการณ์ของรุ่นพี่อย่างกลุ่ม Millennials หรือสินค้าที่อาจดู ‘เชย’ เมื่อเทียบกับยุคสมัยถือเป็น ‘เทรนด์ชิคๆ’ ของสังคมในช่วงนี้
.
แล้วอะไรคือ ‘สาเหตุ’ ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ต่างพากันโหยหาอดีต จนกลายเป็นเทรนด์ที่สร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับ Nostalgia Economy มากอย่างทุกวันนี้?
.
.
สิ่งที่คนรุ่นใหม่โหยหาไม่ใช่สิ่งของ…แต่เป็นบรรยากาศ และความรู้สึกจาก ‘อดีต’
.
หลังจากผ่านช่วงปีที่วุ่นวาย นับตั้งแต่มีโรคระบาด ความถดถอยของเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่น่าสับสน ผู้คนกำลังมองย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เรียบง่ายและเงียบสงบจากอดีต เพื่อปลอบใจตัวเอง และอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘การหลบหนี’ จากโลกที่ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคง
.
เราได้เห็นการกลับมาของแฟชั่น Y2K การสะสมแผ่นเสียงเพลงทั้งเพลงเก่าและเพลงใหม่ การถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์ม หรือการทำไดอารีด้วยมือและสมุดหนึ่งเล่มที่แสนจะเรียบง่ายผ่านหูผ่านตาจากโซเชียลมีเดีย แค่เคยสงสัยไหมว่า ‘ใคร’ โหยหาอดีตมากที่สุด?
.
จากการรายงานของ GWI ชั้นนำด้านการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย สำหรับอุตสาหกรรมการตลาดทั่วโลกระบุว่า Gen Z เป็นกลุ่มที่คิดถึงอดีตมากที่สุด โดย 15% ของคนกลุ่มนี้รู้สึกว่าพวกเขาชอบคิดถึงอดีตมากกว่าอนาคต ในขณะที่ Millennials ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 14% ก็ไม่ต่างกันมากนัก และความรู้สึกโหยหาอดีตนี้จะค่อยๆ ลดลงตามอายุของกลุ่มสำรวจ
.
ยิ่งไปกว่านั้น Gen Z และ Millennials กำลังขับเคลื่อนเทรนด์ของ ‘การโหยหาอดีต’ ในสื่อออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่รู้สึกคิดถึงสื่อแบบอดีต ไม่ว่าจะเป็นเกม หนังสือ ภาพยนตร์ หรือดนตรีสูงถึง 50% ตามด้วยกลุ่ม Millennials ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 47% ของกลุ่มสำรวจทั้งหมด
.
ซึ่งช่วงเวลาจากอดีตที่เรียกได้ว่าสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับ Gen Z ได้มากที่สุดก็คือยุค 1990s ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Gen Z ณ ขณะนั้นยังเป็นเด็กเล็กมากแท้ๆ อย่างไรก็ตาม สเตฟานี ฮาร์โลว์ (Stephanie Harlow) ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการวิเคราะห์แนวโน้มจาก GWI กล่าวว่า สิ่งที่คนรุ่นใหม่โหยหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Gen Z ที่เริ่มสัมผัสประสบการณ์ของการเป็นผู้ใหญ่แล้วนั้น…ไม่ใช่สิ่งของ
.
แต่เป็นเรื่องของ ‘บรรยากาศ’ ทั้งหมด เนื่องจาก Gen Z เป็นกลุ่มคนที่โตมากับการพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้พวกเขาต้องเจอกับโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว และรู้สึกได้ถึงความเครียด รวมถึงความกังวลจากความไม่มั่นคงมากมาย หลายคนจึงรู้สึกว่ายุค 1990s หรือช่วงเวลาที่พวกเขายังเด็กนั้น เป็นตัวแทนของความสนุกสนาน และชีวิตที่เรียบง่ายกว่าปัจจุบันหลายเท่า
.
ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมต่างๆ ที่สามารถฟื้นฟูความรู้สึกและความทรงจำจากยุค 90s ขึ้นมาได้จึงเป็นผู้เกาะกุมหัวใจที่โหยหาอดีตอย่าง Gen Z ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์รีเมคฉบับคนแสดง ซึ่งเพิ่งออกฉายไปได้ไม่นานอย่างเรื่อง Stitch รวมถึงรายการทีวี หรือโฆษณาจากยุค 90s ที่ได้ถูกกล่าวถึงอีกครั้งในโลกออนไลน์ยุคนี้
.
อย่างไรก็ตาม การที่ธุรกิจต่างๆ พากันใช้ความรู้สึกโหยหาอดีตของผู้คนมาเป็นอย่างแรก หลายแบรนด์หยิบยกเอากลิ่นอายของยุค 90s และ Y2K มาเป็นวัตถุดิบหลัก แต่ถ้าไม่ได้วางแผนให้ดี ก็อาจถูกคนรุ่นใหม่มองว่าเป็นผลงานที่ไร้ความสร้างสรรค์เอาได้เช่นกัน
.
แล้วเราจะปรับจูนความคิดถึงอดีตในวันเก่าๆ ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ให้สร้างสรรค์ และกลายเป็น ‘จุดพักใจ’ ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร?
.
.
เปลี่ยนความโหยหาอดีตให้เป็นพลังขับเคลื่อน ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ที่เยียวยาหัวใจได้
.
ว่ากันว่าความสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนโลกได้ล้วนมีแรงบันดาลใจมาจากความรู้สึกดีในอดีต ซึ่งจากงานวิจัยที่เผยแพร่ในปี 2015 โดย แวน ทิลเบิร์กและคณะบอกว่าความโหยหาอดีต หรือสภาวะ Nostalgia เป็นจุดกำเนิดที่ทรงพลังของความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากประสบการณ์ในอดีตจะทำให้เราเปิดกว้าง พร้อมสำรวจและเรียนรู้โลกมากขึ้น
.
ยิ่งไปกว่านั้น การเดินทางย้อนเวลาผ่านความทรงจำนี้ยังพัฒนาความสามารถของเรา ในการจินตนาการถึงเหตุการณ์ในอดีตและอนาคตที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยให้เราทักษะความยืดหยุ่นที่สำคัญในชุดเครื่องมือที่ติดตัวเราได้ด้วย
.
นี่จึงอาจกล่าวได้ว่า การโหยหาอดีต และสร้างประสบการณ์ย้อนวัยผ่านสิ่งของ บรรยากาศ หรือกลิ่นอายจากอดีตจะช่วยให้เราสามารถปรับตัวและวางแผนได้ดีขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของโลกยุคใหม่
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการที่เราจะต้อง มองไปข้างหน้าอย่างมีวิสัยทัศน์ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน รวมถึงสร้างพลังเชิงบวกให้กับสังคม เพราะการโหยหาอดีตไม่ใช่การหลีกหนีความเหนื่อยล้า ความเครียด หรือความกังวลจากโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่คือการเปลี่ยนประสบการณ์ และความทรงจำดีๆ จากวันวานให้เป็นบทเรียนอันทรงพลัง
.
.
นี่คือโอกาสที่จะใช้แรงบันดาลใจเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวไปสู่อนาคตที่ปรารถนาอย่างสร้างสรรค์
.
การเรียนรู้และนำสิ่งดีๆ จากอดีตมาปรับใช้เพื่อเราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และเติบโตได้อย่างไม่หยุดนิ่ง แทนที่จะหยุดอยู่กับที่หรือจมปลักอยู่กับเพียงแค่ความคิดถึงวันเก่าๆ เพียงเท่านั้น
.
.
อ้างอิง
- How are Gen Z and millennials driving nostalgia?: Stephanie Harlow, GWI - https://bit.ly/3ZOonpl
- How Zoomers are driving a retro resurgence: Anitta Menon, Tatler - https://bit.ly/4dYIHKl
- The Nostalgia Economy: How Retro is Reshaping the Future of Business: Morris Misel, Morris Futurist - https://bit.ly/4l37yPx
- Expert Blog: How Gen Z are using the past to feel positive about the future: Yvonne Richardson, NTU - https://bit.ly/3FT0Nkf
.
.
#nostalgia
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...