โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DSI ไม่ปฏิเสธ! สอบเส้นเงินโยง “อนุทิน-เนวิน” ปมฮั้ว ส.ว. ขีดเส้น 2 เดือนรู้เรื่อง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 09.21 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 09.21 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

พ.ต.อ.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย InsideThailand” ถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีฟอกเงินและอั้งยี่ อันมีจุดเริ่มต้นจากกรณีฮั้วการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมโยงของการทุจริตเชิงโครงสร้าง ซึ่งดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากมีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับเครือข่ายบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมือง

โดยคดีฟอกเงินและอั้งยี่ซึ่งอยู่ในความดูแลของดีเอสไอ แม้แยกต่างหากจากคดีเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ใช้พยานหลักฐานร่วมกันจำนวนมาก โดยในส่วนของดีเอสไอเน้นพิสูจน์ความผิดในฐานความผิดอาญา เช่น การเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่มีลักษณะอั้งยี่ รวมถึงการฟอกเงิน ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการกระทำผิดในกระบวนการเลือกตั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อหาผลประโยชน์ตอบแทนผ่านการจัดตั้งเครือข่ายสนับสนุนบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง

ขณะนี้ดีเอสไอได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานคืบหน้าแล้วกว่า 70% โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือ “ไล่เส้นเงิน” ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินจูงใจหรือแลกเปลี่ยนตำแหน่ง ซึ่งต้องอาศัยการขอ statement จากธนาคาร รวมถึงการสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมากเพื่อวิเคราะห์การโอน การรับโอน และปลายทางของเงินทั้งหมด

“การพิสูจน์คดีฟอกเงิน ต้องมีน้ำหนักหลักฐานในระดับใกล้เคียงกับการปราศจากข้อสงสัย เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้อย่างมั่นคงตามกฎหมาย” พ.ต.อ.ยุทธนากล่าว.

สำหรับประเด็นที่มีการสอบถามถึงรายชื่อบุคคลในเครือข่ายการเมือง โดยเฉพาะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค, นายเนวิน ชิดชอบ และนายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ พ.ต.อ.ยุทธนา กล่าวว่า “ในชั้นนี้ขออนุญาตไม่เปิดเผยรายละเอียดในส่วนของบุคคล เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐาน แต่จากการประเมินของเจ้าหน้าที่ เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องบางส่วน ซึ่งหากมีพยานหลักฐานถึงใคร ก็จะดำเนินการตามกระบวนการโดยไม่ละเว้น”

อีกประเด็นสำคัญที่ดีเอสไออยู่ระหว่างดำเนินการ คือการเรียกสอบพยานที่อยู่ในเครือข่ายรอบตัวของ ส.ว.สีน้ำเงิน ทั้งที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยประจำตัว ส.ว. บางราย ซึ่งมีข้อมูลว่ามิได้รู้จักกับ ส.ว. โดยตรง แต่ถูกจัดตั้งมาโดยเครือข่ายภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ซึ่ง พ.ต.อ.ยุทธนา เน้นว่า “นี่คืออีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องสอบให้กระจ่าง เพราะสะท้อนถึงการจัดโครงสร้างการซื้อเสียงในลักษณะองค์กรอาชญากรรม”

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ยุทธนา ยังกล่าวว่า การพิสูจน์ความผิดในคดีฟอกเงินสามารถแยกดำเนินคดีในแต่ละกรรม แต่ละการโอนเงินอย่างชัดเจน และมีแนวคำวินิจฉัยจากศาลรองรับว่า แม้พยานหลักฐานจะเป็นชุดเดียวกัน แต่สามารถเอาผิดได้เป็นรายกระทำ ซึ่งทำให้ดีเอสไอสามารถดำเนินการต่อบุคคลหลายรายได้โดยไม่ต้องรอผลจากคดีของ กกต.

อธิบดีดีเอสไอยืนยันว่า ภายในระยะเวลา 1-2 เดือนจากนี้ คดีจะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากน้ำหนักพยานหลักฐานเพียงพอ โดยดีเอสไอจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...