โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดวาระหารือ ทักษิณ-ทีมไทยแลนด์ ถกเครียดรับมือภาษีทรัมป์ 36%

เดลินิวส์

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • เดลินิวส์
เปิดวาระหารือ ทักษิณ-ทีมไทยแลนด์ ถกเครียดรับมือภาษีทรัมป์ 36% รับมือผลกระทบ 47 อุตสาหกรรม หามาตรการเยียวยา เกษตร เอสเอ็มอี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านพิษณุโลก ในวันที่ 11 ก.ค. นี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหน้าทีมไทยแลนด์ ร่วมประชุมหารือ แก้ปัญหากรณีสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% เพื่อให้ทันก่อนกำหนดเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม นี้ โดยมีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายจักรภพ เพ็ญแข เดินทางเข้าบ้านพิษณุโลก และคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี ได้แก่ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายนายกรัฐมนตรี, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ เข้าร่วมการประชุม

สำหรับประเด็นการหารือหลักในวันนี้ จะมีการประเมินผลกระทบที่ได้รับจากภาคเอกชน และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จำนวน 47 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการทำโลคอลคอนเทนต์ของสินค้าไทย และแหล่งกำหนดสินค้าต่างๆ มาพิจารณา เพื่อดูแลผลกระทบเป็นรายกลุ่มสินค้า โดยแบ่งการพิจารณาเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสินค้าที่สหรัฐเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทย กลุ่มที่ใช้วัตถุดิบจีนเข้ามาร่วมผลิตซึ่งมีโอกาสการถูกสวมสิทธิ และกลุ่มที่ผลิตโดยวัตถุดิบประเทศไทย ได้แก่ สินค้าเกษตร เอสเอ็มอี ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องดูและหามาตรการเยียวยาเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ จะดูผลกระทบจากการลดภาษีนำเข้าสินค้า การลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี รวมถึงการพูดคุยถึงการแก้ปัญหาหากไทยโดนเก็บภาษีเต็มที่ 36% หรือโดนอัตราภาษีใกล้เคียงเวียดนามที่ 20% จะมีการปรับตัวรับมืออย่างไร เพื่อนำมาทบทวนข้อเสนอ ตลอดจนการจัดทำมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลเหลืองบประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...