โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 เรื่องร้อน..ทุบหุ้นยับ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ต่อจากนี้ไม่ว่าตลาดหุ้นไทยจะ “ขึ้น”หรือ “ลง”ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยใหม่ ๆ มีอะไรเข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่นมากน้อยเพียงใด “โมนิก้า” จึงไม่อยากคาดหวังอะไรที่มากเกินไป เพราะสิ่งที่เห็น ณ เวลานี้ มันมีแต่เรื่องที่ทำให้หนักใจซึ่งคุณ ๆ ท่าน ๆ ก็คงรู้เต็มอกกันอยู่แล้วว่า การดีดตัวของหุ้นไทยเป็นแค่การขึ้นช่วงสั้นหลังปัญหาหลายอย่างเริ่มคลี่คลายไปทีละเปลาะไงล่ะคะ

ถึงกระนั้น “โมนิก้า” ก็อยากช่วยทบทวนความจำของแฟนคลับในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยโดนกระแทกจากเรื่องร้อน ๆ อะไรบ้าง ซึ่งอีฉันก็รวบรวมประเด็นใหญ่ ๆ ได้ทั้งหมด 6 เรื่องร้อน โดยแต่ละเรื่องก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน และถูกแสดงออกด้วยการขายหุ้นทิ้ง จนดัชนีร่วงจาก 1,379.85 จุดลงไปทำโลว์ที่ระดับ 1,056.41 จุดหรือปรับตัวลงราว 24% แบบนี้..เจ๊งกันถ้วนหน้าซิคะ

โดยเรื่องแรกที่เข้ามากระแทกตลาดหุ้นไทยตั้งแต่เดือน ม.ค.ก็หนีไม่พ้นเรื่องการไถ่ถอน LTF ที่ครบกำหนดเงื่อนไขถือครอง 7 ปีนับตั้งแต่ปี 61 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.20 แสนล้าน และในเดือนดังกล่าวมีการไถ่ถอนมากถึง 1.80 หมื่นล้าน ต่อจากนั้นก็มีการไถ่ถอนมาเรื่อย ๆ จนในเดือน เม.ย. มียอดที่ยังไม่ไถ่ถอน 1.53 แสนล้าน ซึ่งทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคลอดกองทุน TESG เพื่อเปิดช่องให้คนที่ถือ LTF โยกเงินมาไว้ที่กองทุนนี้แทน แต่สุดท้ายก็เฟลไม่เป็นท่า เพราะมีคนโยกเงินไม่เกินหมื่นล้านนะซี

ส่วนในเดือน ก.พ.ก็มีเรื่องที่ทำให้นักเล่นเห็นเค้าลางเศรษฐกิจของประเทศมีปัญหาชัดเจนมากขึ้น เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง “คิง เพาเวอร์”ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานสินค้าปลอดภาษีไม่มีเงินจ่ายหนี้ให้กับเจ้าของสถานที่อย่าง AOT โดยความง่อนแง่นของเจ้าพ่อดิวตี้ฟรีเกิดขึ้นตั้งปีต้นปี 67 ซึ่งเป็นการขยายเวลาชำระค่าตอบแทนขั้นต่ำออกไป 18 เดือนและตอนนี้มีแนวโน้มขอยกเลิกสัมปทานทั้งหมดเสียด้วย..หุ้นลูกอ๊อดถึงมีอาการไม่ค่อยดีไงล่ะจ๊ะ

ต่อมาในเดือน มี.ค. ตลาดหุ้นไทยก็โดนกระแทกจากเรื่องแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ซึ่งส่งผลให้ตึกหลายแห่งเกิดปัญหาแตกร้าว และในขณะเดียวกันก็พบว่า มีเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มเข้ามาอีก จึงสร้างความกังวลให้กับผู้คนมากมาย และทำให้ ตลท.ต้องประกาศหยุดซื้อขายในช่วงภาคบ่ายในทันที!เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และตลาดหุ้นเปิดเทรดตามปกติอีกครั้ง ก็กลายเป็นว่า หุ้นอสังหาฯ โดนถล่มถ้วนหน้าเจ้าค่ะ

ถัดจากนั้นไม่ช่วงต้น เม.ย. ตลาดหุ้นไทยก็โดนกระแทกอีกดอกจากเรื่อง‘สงครามการค้า โดยประเทศไทยโดนเก็บเพิ่ม 37% ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นในสัปดาห์แรกที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีร่วงไป 3.50% และทำให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ ร้องระงมกันเป็นแถว เพราะเหมือนเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยให้ชะลอตัวลงไปอีก และในช่วงเวลาดังกล่าวก็ทำให้ผู้ประกอบการหยุดขยายงานเพื่อรอความชัดเจนเรื่องภาษีทรัมป์นะจะบอกให้

โดยในห้วงเวลาที่ทุกคนกำลังช็อกก็ดันมีเรื่องช็อกกว่าเกิดขึ้นอีก แต่ครั้งนี้ดันเป็นปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ถือหุ้น DUSIT จนทำให้การประชุมผู้ถือหุ้นล่มไม่เป็นท่า พร้อมกับเกิดเสียงซุบซิบนินทาดังไปทั่ว หลังผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง “บ.ชนัตถ์และลูก” โหวตคว่ำงบการเงิน ทั้งที่งบดังกล่าวผ่านการรับรองจากกกรรมการ และผู้สอบบัญชีอย่างถูกต้อง จึงกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตลาดหุ้นไทย..เพราะมันไม่เคยมีเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาก่อนนะซี

ส่วนเรื่องที่กระแทกใส่ตลาดหุ้นไทยในเดือน มิ.ย.และเป็นเรื่องที่เลวร้ายสุดก็คือ “คลิปหลุด อุ๊งอิ๊ง” ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจวงกว้าง และมีการเรียกร้องให้ “ยุบสภา”หรือ “ลาออก”เพราะไม่ไว้ใจในตัวนายกฯ ว่า มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นการส่วนตัวหรือเปล่า? แถมคลิปเสียงดังกล่าวยังทำให้ฐานรากรัฐบาลระส่ำ และทำให้ความสัมพันธ์กับ “เขมร” ขาดสะบั้น”ผู้คนเลยมองว่า รัฐบาลอาจอยู่ไม่ยาว ซึ่งทำให้ดัชนีทรุดลงมาที่โลว์เก่า 1,050 จุดไงล่ะคะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...