สรุป Opp Day : GUNKUL พร้อมลุยชิงงานอีก 2,000 MW - โชว์ backlog แน่นกว่า 3.6 พันลบ.
สรุป Opp Day : GUNKUL พร้อมลุยชิงงานอีก 2,000 MW - โชว์ backlog แน่นกว่า 3.6 พันลบ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 68 12:16 น.
GUNKUL ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 10-15% พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่เพิ่ม หวังรองรับ Direct PPA-ประมูลงานใหม่กว่า 2,000 เมกะวัตต์ พร้อมขยายการลงทุนในต่างประเทศ มุ่งรายได้โตเฉลี่ย 35,000 ล้านบาท ในปี 68-70 พร้อมตุน backlog แน่น 3,680 ล้านบาท
นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ Chief Executive Officer บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยในงาน Opportunity Day ในวันนี้ว่า ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 10-15% โดยเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ Direct PPA และประมูลงานใหม่กว่าอีก 2,000 เมกะวัตต์ รวมถึงการเพิ่มการเติบโตในต่างประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะคว้างานสถานีไฟฟ้าและสายส่งแรงสูง 230/500 kV จากภาครัฐเพิ่มเติม และงาน EPC Solar Farm และสายส่งจากโครงการแสงอาทิตย์บนดิน รวมถึงการเติบโตตามความต้องการตลาดด้วยการขยายอุปกรณ์แรงดันที่สูงขึ้น เพื่อเพิ่มยอดขายและเข้าไปในตลาดแรงดันไฟฟ้าที่สูงขึ้น และ record รายได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในปีนี้
“การดำเนินการต่างๆ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย ปี 68-70 จะมีรายได้เฉลี่ย 35,000 ล้านบาท หรือ เติบโตรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 หลักโดยเฉลี่ย พร้อมก้าวเข้าสู่กลุ่มธุรกิจใหม่ New S-Curve รองรับการเติบโตโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร และกำลังผลิตสะสมแตะ 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 69”นางสาวนฤชล กล่าว
ส่วนความคืบหน้าของโครงการต่างๆนั้น ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้ารวม 832 เมกะวัตต์ที่กำลังพัฒนาอยู่ และเตรียมรอเดินเครื่องพาณิชย์ โดย 3 โครงการแรก 176.60 เมกะวัตต์ โดยจะเริ่ม COD ในปีหน้า ประกอบด้วย 1.PATTANI 60 เมกะวัตต์ 2.SATUN 70 เมกะวัตต์
ด้านความคืบหน้าการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเฟส 2.1 จำนวน 319 เมกะวัตต์ ขณะนี้รอภาครัฐติดต่อกลับมา ภายหลังจากที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างทบทวนอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ทั้งนี้ จะไม่มีการรับซื้อไฟฟ้าจนกว่าแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อย่างไรก็ตาม การประมูลแล้วเสร็จแล้ว รวมถึงการลดค่าไฟด้วย ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะไม่กระทบกับค่าไฟอย่างแน่นอน
ด้านโครงการต่างประเทศคาดว่าเร็วๆนี้จะมีข่าวดีจากต่างประเทศ โดยปีนี้จะโฟกัสที่ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เวียดนาม และญี่ปุ่น โดยเป็นการเติบโตในต่างประเทศที่มีความรอบคอบ กับการเติบโต
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีมูลค่างานรอรับรู้รายได้ (backlog) จากภาคโรงงาน และการก่อสสร้าง (Manufacturing) กว่า 3,680 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้ต่อเนื่องถึงปีนี้ สำหรับเป้าหมายยอดขายปีนี้คาดอยู่ที่ 2,600 ล้านบาท แบ่งเป็น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1,045 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40% การไฟฟ้านครหลวง 750 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 29% และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) และ Private Project 850 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 31%
สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจปีนี้ มุ่งเน้นการเติบโตรายได้ของกลุ่ม 3 ธุรกิจหลัก และต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพื่อลดขั้นตอนและต้นทุนที่ไม่จำเป็น ขณะเดียวกัน ยังมุ่งสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ และยังมีเป้าหมาย พาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานแห่งภูมิภาคเอเชียที่ได้รับการยอมรับสูงสุด
ด้านโครงการที่จะเป็นตัวขับเคลื่อน ทั้ง PEA CSCS 61850 งบประมาณ 740 ล้านบาท ก่อสร้างสายส่งเคเบิลใต้ทะเลย 230 kV ขนอม-เกาะสมุย จำนวน 2 วงจร คาดประมูลไตรมาส 3/68 งานพัฒนาระบบไมโครกริดในพื้นที่ เกาะสีชัง เพื่อรองรับความต้องการพลังงานของทุกภาคส่วนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เช่น บ้านที่อยู่อาศัย ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ คาดเปิดประมูลในไตรมาส 4/68 และโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้พื้นที่เกาะต่างๆ จำนวน 12 เกาะ คาดเปิดประมูลไตรมาส 4/68
นายฐิติพงศ์ เตชะรัตนยืนยง Chief Financial Officer GUNKUL กล่าวว่า ภายในปี 2574 หลัง COD โครงการใหม่ทั้งหมด ทั้งปัจจุบัน และโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คาดว่ากำไรและ Profit จะมาจากพลังงานประมาณ 80% ทั้งนี้ ในปีนี้ มองว่า พลังงานลมดีมากในปีนี้ และเชื่อว่าหากลมยังดีต่อเนื่อง จะส่งผลให้รายได้รวมในปีนี้เกิน 2,700-2,800 ล้านบาทได้
สำหรับหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไม่มีแล้วในปีนี้ ส่วน Long Term ซึ่งมีที่จะครบกำหนดในเดือน พ.ย. นี้ ประมาณ 1,400 ล้านบาท โดยได้รับการติดต่อจากสถาบันการเงิน 2-3 แห่ง ซึ่งจะพิจารณาในช่วงไตรมาส 3 นี้ ด้านความกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนนั้น บริษัทไม่มีความกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากมีการทำประกันความเสี่ยงไว้ 100%
“แผนการออกหุ้นกู้ รอปีหน้า เพราะจะมีหุ้นกู้ครบกำหนด 2 ชุด ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท โดยปีหน้าจะได้เห็นอย่างแน่นอน อยากให้รอติดตาม”นายฐิติพงศ์ กล่าว
เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ