โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อพยพเร็ว-เยียวยาทั่วถึง! 'พริษฐ์' ชง 3 ข้อถึงรัฐบาลหลังเหตุปะทะ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 22.15 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.06 น.

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2568 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า วานนี้ (28 ก.ค.) ตนและ สส.พรรคประชาชน ได้เดินทางไปที่ศูนย์พักพิงหลายแห่งในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อไปพูดคุยและสอบถามปัญหาหรือความต้องการของประชาชน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และอาสาสมัคร ทุกคนล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด คือการได้กลับไปใช้ชีวิตปกติของเขาที่บ้านเขา โดยแน่นอนว่าเงื่อนไขสำคัญของ “ชีวิตปกติ” ที่ว่านั้น คือการได้รับความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย

"แม้ผมเดินทางออกมาจากพื้นที่ไม่กี่นาทีก่อนมีการแถลงข่าวผลการเจรจาที่มาเลเซีย แต่ผมเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่ คงรู้สึกยินดีที่รัฐบาลไทยและกัมพูชาได้บรรลุข้อตกลงในเบื้องต้นว่าจะหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข ตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมานี้ เป็นต้นไป" นายพริษฐ์ ระบุ

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตาม เราทุกฝ่ายยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ดำเนินการต่อด้วยความรอบคอบ และเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เพื่อปกป้องชีวิตและป้องกันความสูญเสียเพิ่มเติมกับประชาชน ตนเลยขอสรุปข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่ได้รวบรวมมาจากพื้นที่เมื่อวาน โดยแบ่งออกเป็น 3 เป้าหมาย

เป้าหมาย 1 = “อพยพได้เร็ว” (หากมีภัย)

1.1. ยกระดับการสื่อสารที่รวดเร็ว แม่นยำ และรวมศูนย์โดยไม่กระจัดกระจาย รวมถึงในระดับพื้นที่ - ประชาชนบางส่วนสะท้อนว่าพวกเขายังไม่ได้รับความชัดเจนว่าควรฟังข้อมูลข่าวสารจากเพจไหนของจังหวัดเป็นหลัก ซึ่งก่อให้เกิดความสับสนได้หากมีการประกาศอพยพหรือเตือนภัยที่ไม่ตรงกัน

1.2. เพิ่มกลไกประกันทรัพย์สินให้ประชาชนที่ต้องอพยพ - ประชาชนส่วนใหญ่ที่เจอที่ศูนย์จะเป็นผู้หญิง เด็ก และผู้สูงวัย โดยหลายบ้านเล่าให้ฟังว่าจะมีผู้ชายที่ยังคงอยู่ที่บ้านแม้จะอยู่ในพื้นที่อันตรายที่ต้องอพยพ เพราะต้องการดูแลวัวที่เลี้ยงที่ไว้มีมูลค่าเป็นหลักหมื่น-หลักแสน / ปัญหานี้หาทางออกไม่ง่ายนัก แต่การเพิ่มกลไกของรัฐในการประกันทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง อาจมีส่วนในการเพิ่มความสบายใจให้กับประชาชนในการนำตนเองออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

เป้าหมาย 2 = ”พักพิงได้นาน“ (หากจำเป็น)

2.1. วางระบบบริหารจัดการคลังสิ่งของและเครื่องใช้ให้ทั่วถึงทุกศูนย์พักพิง - ศูนย์รอบนอกบางศูนย์สะท้อนว่าเขายังขาดแคลนหรือกำลังจะขาดแคลนอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมาก / การออกแบบระบบที่ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ว่าศูนย์ไหนขาดอะไรบ้าง ศูนย์ไหนได้รับบริจาคอะไรบ้าง จะทำให้การจัดส่งสินค้าดังกล่าวรวดเร็วและครอบคลุมขึ้น

2.2. ระดมกำลังคนในการมาช่วยปฏิบัติการที่ศูนย์พักพิง (หากยังจำเป็นต้องดำเนินการต่อ) - เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครแทบทุกคนในพื้นที่ได้ทำงานโดยไม่ได้หยุดพักหรือพักผ่อนเพียงพอมาตลอด 4-5 วัน ซึ่งทำให้มีอาการที่ล้ามาก / หากศูนย์จำเป็นต้องปฏิบัติการต่อ การระดมบุคลากรมาสนับสนุนหรือสลับสับเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

2.3. เพิ่มความสะดวกในการเบิกจ่าย - แม้ทางกรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองจ่าย 100 ล้านบาท ให้กับผู้ว่า 4 จังหวัดแล้ว โจทย์สำคัญที่ตามมาคือการช่วยลดภาระงานเอกสารหรือขั้นตอนราชการเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เงินดังกล่าวถูกเบิกจ่ายได้เร็ว และครอบคลุมทุกประเภทค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการช่วยเหลือประชาชนตามหน้างานจริง

เป้าหมาย 3 = ”เยียวยาให้ทั่วถึง“

3.1. หาเจ้าภาพในพื้นที่ เพื่อพูดคุยและออกแบบมาตรการเยียวยาประชาชน - ในขณะที่ทีมผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ อาจต้องใช้เวลาหลักกับภารกิจในการจัดการปัญหาระดับปฏิบัติการ ทางส่วนกลางอาจจำเป็นต้องมีการมอบหมายหน่วยงานอื่น (เช่น ปภ. จังหวัด?) มาช่วยสนับสนุนผู้ว่าฯ ในการเร่งพูดคุยกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อออกแบบและผลักดันมาตรการเยียวยาในพื้นที่ได้รวดเร็วและตรงจุด

3.2. ชะลอการสมทบเงินประกันสังคมของผู้ประกอบการในพื้นที่ ในสิ้นเดือนที่จะถึงนี้ - ผู้ประกอบการสะท้อนว่าแรงงานจำนวนมาก (ทั้งแรงงานกัมพูชา และ แรงงานไทยจากพื้นที่อื่น) ได้ย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงความยุ่งยากในการปรับเอกสารและการคำนวณเงินที่ต้องสมทบเข้าประกันสังคมในสิ้นเดือนที่จะถึงนี้ / การชะลอภาระทางค่าใช้จ่ายและทางธุรการดังกล่าว อาจช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ผู้ประกอบการได้บางส่วน โดยเฉพาะหากรัฐบาลยังไม่เคาะมาตรการอื่นเพิ่มเติม (เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าน้ำ ค่าไฟ)

3.3. คัดกรองและรักษาผลกระทบทางสุขภาพจิต - สภาวะเครียดและตกใจที่เกิดกับประชาชนในพื้นที่ (รวมถึงเด็ก) เป็นสิ่งที่เราประเมินต่ำไม่ได้ / การระดมผู้เชี่ยวชาญมาสอบถาม คัดกรอง และวางแนวทางฟื้นฟูรักษาให้กับประชาชนด้านสุขภาพจิต จึงจำเป็นต่อการป้องกันผลกระทบที่อาจส่งผลระยะยาว

"ผมขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชน อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ในพื้นที่และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ - ผมและพรรคประชาชนจะทำเต็มที่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยุติความสูญเสียต่อประชาชน และในการคืนชีวิตปกติกลับให้กับประชาชนโดยเร็ว" นายพริษฐ์ ระบุ

ภาพและข้อมูลจาก: พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...