โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่หุ้นเอไอ ฉุด NASDAQ ติดลบ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 18.54 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 22.41 น.

ซีเอ็นบีซี รายงานว่าดัชนี S&P 500 ปิดตลาดวันอังคาร ( 22 ก.ค.) ด้วยสถิติใหม่ ขณะที่นักลงทุนกำลังพิจารณารายงานผลประกอบการล่าสุดและแนวโน้มการผลการเจรจาการค้าใหม่ๆ

โดย S&P 500 ดัชนีตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.06% ปิดที่ 6,309.62 จุด และทำสถิติปิดตลาดสูงสุดเป็นครั้งที่ 11 ในปี 2568 ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์Dow Jones Industrial Average ซึ่งรวมหุ้น 30 ตัว เพิ่มขึ้น 179.37 จุด หรือ 0.40% ปิดที่ 44,502.44 จุด ในทางตรงกันข้าม ดัชนีแนสแด็กNasdaq Composite ลดลง 0.39% ปิดที่ 20,892.69 จุด เนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลง นับเป็นวันแรกที่ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีติดลบในรอบ 7 วัน

หุ้นชิปตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน เนื่องจากความเชื่อมั่นที่ลดลงในอุตสาหกรรมนี้ได้รับแรงฉุดจากรายงานของสื่อ The Wall Street Journal ที่ระบุว่าบริษัท SoftBank และโครงการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ AI มูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์ของ OpenAI กำลังประสบปัญหาในการเริ่มต้นและต้องลดขนาดแผนระยะสั้นลง ราคาหุ้น Broadcom

ร่วงมากกว่า 3% และ Nvidia บริษัทปัญญาประดิษฐ์ชื่อดัง

ร่วงมากกว่า 2% Taiwan Semiconductor Manufacturing

ร่วงลงเกือบ 2%

ขณะเดียวกัน หุ้น Lockheed Martin บริษัทด้านการบินและอวกาศและการป้องกันประเทศดิ่งลงเกือบ 11% หลังจากรายได้ของบริษัทในไตรมาสที่สองต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ในทำนองเดียวกันPhilip Morris ร่วงลง 8% หลังจากรายได้ในไตรมาสที่สองของบริษัทยาสูบลดลง

อย่างไรก็ตาม การลดลงเหล่านี้ถูกชดเชยด้วยการปรับขึ้นของตลาดส่วนที่นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยี โดยนักลงทุนแห่เข้าลงทุนในกลุ่มการดูแลสุขภาพ ซึ่งทำผลงานได้ดีกว่าด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2% ในวันนั้น ปัจจัยนี้ได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการของ IQVIA ที่พุ่งขึ้นเกือบ 18% หลังจากผลประกอบการและรายได้ที่พุ่งสูงขึ้น นำดัชนี S&P 500 รวมถึงหุ้นบริษัทยาอื่นๆ อย่าง Amgen และ Merck

หุ้นขนาดเล็กก็ทำได้ดีกว่าเช่นกัน โดยดัชนี Russell 2000 เพิ่มขึ้น 0.8%

ตามข้อมูลของ FactSet ระบุว่า เกือบ 90 บริษัท ในดัชนี S&P 500 รายงานผลประกอบการแล้ว โดยประมาณ 85% ของบริษัทเหล่านี้มีผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตามองความเห็นจากบริษัทต่างๆ เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจมหภาค ผลกระทบของภาษีศุลกากร และรายละเอียดเกี่ยวกับอุปสงค์และการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเอไอ

บริษัทแม่ของ Google อย่าง Alphabet และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Tesla จะรายงานผลประกอบการในวันพุธนี้ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นผลประกอบการที่คาดการณ์ไว้สูงของบริษัทกลุ่มเจ็ดนางฟ้า “Magnificent Seven

นักลงทุนคาดว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เหล่านี้จะมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดอย่างมีนัยสำคัญในฤดูกาลนี้

เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นเมื่อเร็วๆ นี้ นักลงทุนจึงกำลังจับตาดูว่าตลาดจะยังสามารถเติบโตได้อีกไกลแค่ไหนจากจุดนี้

“ตลาดนี้ค่อนข้างชะงัก” เจย์ แฮทฟิลด์ ซีอีโอของ Infrastructure Capital Advisors กล่าวกับซีเอ็นบีซี เป้าหมาย 6,600 จุดสิ้นปีของดัชนี S&P 500 ของเขาคาดการณ์ว่าดัชนีจะต้องปรับขึ้นอีกเกือบ 5% จากราคาปิดตลาดวันอังคาร “เราจำเป็นต้องมีรายงานผลกำไรของกลุ่มเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งมากเพื่อผลักดันให้ตลาดสูงขึ้นไปอีก”

ทรัมป์เผยตั้งกำแพงภาษีสินค้าฟิลิปปินส์ 19%

นักลงทุนยังได้ประเมินสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับภาษีศุลกากร โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่าสหรัฐฯ น่าจะขยายกำหนดเวลาเส้นตายในการบรรลุข้อตกลงกับจีน เบสเซนต์เสริมว่าเขาวางแผนที่จะพบกับเจ้าหน้าที่จีนที่กรุงสตอกโฮล์มในสัปดาห์หน้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในวันอังคารที่ผ่านมาว่าสหรัฐฯ ได้ “สรุป” ข้อตกลงการค้ากับฟิลิปปินส์ ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ 19% อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์ยังไม่ได้ยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...