โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวออสเตรเลียเข้าอยู่ ชุมชนคนเกษียณ และพบความสงบสุขโดยบังเอิญ

the Opener

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • The Opener

Libertus Machinus

คน Gen Y มักจะปรารถนาที่จะมีชีวิต"สโลว์ไลฟ์" ดังนั้น พวกพื้นที่อย่างบ้านนอกของอิตาลี ชานเมืองญี่ปุ่น หรือกระทั่งเชียงใหม่ ก็เป็นพื้นที่เค้ามองกันว่า ถ้าถึงวันเกษียณแล้วอยากจะมาอยู่

อย่างไรก็ดี เรื่องราวหนึ่งของผู้หญิงจากออสเตรเลียที่ทาง Business Insider หยิบยกมาเล่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เพราะมันเป็นเรื่องของสาว Gen Y คนหนึ่งที่จับพลัดจับผลูไปอยู่ "ชุมชนคนเกษียณ" โดยบังเอิญ แล้วติดใจ

ภูมิหลังคือ สาวคนนี้ทำงานฟรีแลนซ์ ตอนแรกเช่าบ้านอยู่กับแฟน แล้วก็เลิกรากันไป ก็ต้องหาที่อยู่ใหม่ซึ่งตอนแรกๆ เธอเช่า Airbnb อยู่ แต่มันแพง เธออยากได้บ้านที่จ่ายค่าเช่าถูกๆ จนเธอไปเจอป้าวัยเกษียณของเธอโดยบังเอิญ และป้าเธอก็ยื่นข้อเสนอพิสดารให้กับเธอว่า มันมีอพาร์ตเมนต์ขนาด 2 ห้องนอนใน"ชุมชนคนเกษียณ" ที่ป้าเธออยู่ ซึ่งกำลังหาผู้เช่า โดยที่ค่าเช่ามันถูกแน่ๆ ให้เธอลองไปยื่นใหม่สมัครดู แล้วบอกว่าป้าเธอแนะนำมา

ป้าของเธอบอกว่า มันได้ชื่อว่าชุมชนคนเกษียณก็จริง แต่ทางสมาคมเจ้าของบ้านเค้ายกเว้นให้ได้ แค่เราต้องทำตามระเบียบเค้าให้ได้ เช่น เค้าจะมีจำกัดเวลาให้คนนอกเข้าออกชุมชนได้ เพื่อความสงบ (ออสเตรเลียคล้ายกับอเมริกาคือ "สมาคมเจ้าของบ้าน" จะมีอำนาจในการกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ของชุมชน)

เธอยื่นใบสมัคร สมัครผ่าน เซ็นสัญญาเช่าระยะยาวแล้วเข้าอยู่แบบงงๆ โดยเธอบอกว่าค่าเช่ารายเดือนคือถูกจัดๆ เพียงประมาณ 10,000 บาทเท่านั้น สำหรับอพาร์ตเมนต์บ 2 ห้องนอน ถ้าเทียบกับพวกเมืองใหญ่ๆ ในออสเตรเลียคือคนละโลก เพราะเมืองใหญ่ๆ พวกนั้น ห้องขนาดนี้ราคาน่าจะประมาณ 80,000 บาท

ดังนั้น เธอได้ห้องพักค่าเช่าในราคาถูกสมใจ แต่สิ่งที่เธอได้แถมมาและประเมินค่าไม่ได้ ทำให้เธอซึ่งอยู่มา 1 ปี คิดว่า ไม่อยากย้ายไปไหนแล้ว อยากอยู่ที่นี่แหละ

เนื่องจากหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านคนเกษียณ เพื่อนบ้านของเธอเป็นเหล่าผู้สูงอายุอัธยาศัยดีทั้งนั้น เธอเดินไปไหนมาไหนคนก็ทัก มีชวนไปกินข้าว มีแบ่งอาหารมาให้กิน สไตล์ "คนแก่" และแน่นอนในชุมชนมีกิจกรรมสันทนาการมากมาย ตั้งแต่บิงโกยันโยคะ ซึ่งเธอก็ไปเข้าร่วมตามความสนใจ

เธอเล่าชีวิตของเธอว่า เธอมักจะตื่นมากินกาแฟ พูดคุยกับเพื่อนบ้าน และร่วมกิจกรรมยามเช้าประจำวันนั้นๆ ทำงานตอนบ่าย เย็นๆ ก็ออกไปซื้อของ ซึ่งบางทีก็จะเจอเพื่อนบ้านชวนไปกินข้าวที่บ้านบ้างอะไรแบบนั้น

ถ้าใครคุ้นเคยกับการอยู่ในชุมชน "คนแก่" สิ่งที่คนแก่ชอบคือ การเล่าเรื่อง คนแก่ทุกคนมีเรื่องราวมากมายในชีวิตที่อยากเล่า ซึ่งถ้าคนชอบฟังนี่บันเทิงเลย และการที่คนแก่ชวนไปกินข้าว ก็คือ เค้าอยากมีคนฟังเค้าเล่าเรื่อง ซึ่งถ้าเราอยากฟังก็ยิ่งตอบโจทย์

เธอยอมรับว่า นี่คือสิ่งที่เธอไม่ได้คาดหวังในตอนแรก เพราะตอนแรกเธอแค่ต้องการห้องเช่าถูกๆ แต่สิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากการอยู่ท่ามกลางผู้สูงอายุคือ เธอเรียนรู้ว่าจะ "แก่" ยังไง หรือเธอเริ่มเห็นว่าชีวิตตอนแก่มันไม่ได้แย่ ความแก่ไม่ใช่ความอับเฉาแบบที่เธอเคยเข้าใจ เพราะคนแก่ที่เธอเจอก็ยังมีเพื่อนใหม่ๆ ยังมีงานอดิเรกใหม่ๆ ไม่ใช่ชีวิตหยุดนิ่งสิ้นสุดรอความตายไปวันๆ ซึ่งแม้ว่าชีวิตจะดำเนินไปข้างหน้า แต่ทุกคนชิลกับชีวิต ไม่มีการเร่งรีบทำอะไร ทำให้การอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้มีสันติสุขอย่างประหลาด ซึ่งต่างจากโลกของคนหนุ่มสาวที่หมกมุ่นกับความเร็วและเทคโนโลยีแบบที่เธอเจอมาตลอดชีวิต

คำถามคือ เรื่องนี้สอนอะไรเรา? คำตอบรวมๆ ก็คือ เวลาพูดถึง"สโลว์ไลฟ์" บางทีเราจะนึกถึงชีวิตแบบเกษตรกร หรืออย่างน้อยๆ ก็คือชีวิตแบบบ้านนอก แต่ในความเป็นจริง แม้แต่ในเมืองใหญ่ๆ เอาจริงๆ ในชุมชนที่คนแก่ๆ อาศัยอยู่เยอะๆ ความ "สโลว์ไลฟ์" แบบนี้ก็ปรากฎ ลองไปดูพวก "หมู่บ้าน" หรือ "ชุมชน" ที่อายุประมาณ 30-40 ปี บางทีเราก็จะเห็นบรรยากาศแบบคล้ายๆ กับที่สาวออสเตรเลียคนนี้เล่ามา คือมันจะเป็นชุมชนที่คนอยู่กันมาตั้งแต่ทำงาน จนทุกวันนี้คนเกษียณแล้ว และทุกคนรู้จักกันหมด

ประเด็นคือ เอาจริงๆ "สโลว์ไลฟ์" มันอาจไม่ใช่เรื่อง "พื้นที่" แต่เป็น "ผู้คน" หรือพูดง่ายๆ ถ้าอยากสโลว์ไลฟ์ จริงๆ อาจไม่ต้องไปไหนไกล แค่ย้ายตัวเองไปยังชุมชนที่มีคนแก่วัยเกษียณเป็นประชากรส่วนใหญ่ก็น่าจะตอบโจทย์แล้ว โดยบางทีนั่นอาจเป็นชุมชนเก่าๆ หมู่บ้านเก่าๆ หรือกระทั่ง "แฟลต" เก่าๆ อะไรแบบนี้ก็ได้

ความน่าสนใจก็คือ ในสังคมที่เปลี่ยนผ่านเป็นสังคมผู้สูงอายุ ชุมชนพวกนี้ก็อาจมีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชุมชนที่ผู้คนแก่ลงเอง หรือชุมชนที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้สูงวัยโดยเฉพาะ และความน่าสนใจในอนาคตก็คือ "ผู้สูงวัยรุ่นใหม่" ก็อาจมีกิจกรรมที่ต่างจากรุ่นเก่า เช่น คน Gen X วัยเกษียณ ก็อาจไม่รู้สึกบันเทิงกับการเต้นลีลาศแบบคนรุ่น Baby Boomer แต่อาจชอบแจมดนตรีร็อคกันมากกว่าก็ได้ เป็นต้น และการ "อัปเดต" ชุมชนคนสูงอายุไปเรื่อยๆ นี้ บางทีมันก็อาจทำให้คนรุ่นที่ห่างกันไม่มาก"เข้าถึง" และเข้าร่วมกิจกรรมได้ง่ายกว่า

และก็ต้องยอมรับว่า บางทีมันเป็นเรื่องของ "รสนิยม" ด้วย เพราะก็ไม่ใช่คน "วัยกลางคน" ทุกคนจะอยากได้ชีวิตสงบๆ ท่ามกลางผู้สูงอายุ แบบสาววัย 38 ชาวออสเตรเลียในต้นเรื่อง

อ้างอิง

I'm 38 and live in a retirement village. My rent is cheap, and my neighbors have taught me how to be a better friend.

อ่านบทความอื่นๆ ของผู้เขียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...