โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ธีระชัย” แนะ รัฐบาลเพื่อไทย เตรียมงบเยียวยา ผลกระทบ “ภาษีทรัมป์”

The Better

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • THE BETTER
“ธีระชัย” แนะ รัฐบาล เปลี่ยนแผนใช้งบ 1.57 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ กันงบไว้ใช้เยียวยา “ภาษีทรัมป์”

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจ พปชร. อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวถึงกรณีที่กรมบัญชีกลาง ทำหนังสือถึงปลัด อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยงาน ในการจัดซื้อจัดจ้างงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท กรณีมีผู้ยื่นประมูลรายเดียวก็ให้รับงานได้เลยนั้น นายธีระชัยเตือนให้ระวังการรั่วไหลงบประมาณครั้งใหญ่

นายธีระชัย กล่าวต่ออีกว่า จุดอ่อนอยู่ที่ข้อปฏิยัติที่กำหนดว่า “การที่จะถือว่าหน่วยงานของรัฐได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณที่จะใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบๆ ข้อ 11 ในกรณีที่เป็นรายจ่ายงบกลางที่หน่วยงานของรัฐได้รับอนุมัติแล้วตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ตามหนังสือที่อ้างถึง 2 ข้อ 2.3 การได้รับอนุมัติแล้วตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณนั้น หมายถึงการได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ดังนั้นกรณีโครงการ/รายการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแล้ว หน่วยรับงบประมาณสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างต่อไปได้

นายธีระชัย เห็นว่า ขบวนการอนุมัติดังกล่าวมีข้อเสี่ยงต่อการรั่วไหล เนื่องจากกำหนดให้ผู้พิจารณาเสนอโครงการคือหน่วยรับงบประมาณดังระบุขั้นตอนในข่าวกระทรวงการคลังลงวันที่ 20 พ.ค. 2568 โดยเสนอ โครงการผ่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจพิจารณาตามที่คณะกรรมการน โยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจมอบหมาย จึงเป็นการขบวนการพิจารณาจากด้านบนลงล่าง (top down) ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน แทนที่จะเริ่มด้วยการสำรวจถามความเห็นที่สะท้อนความต้องการหรือการใช้ประโยชน์ของชุมชนอย่างแท้จริงจากระดับล่างขึ้นบน (bottom up) และไม่เปิดให้ผู้นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกโครงการ

“การทำโครงการแบบเร่งรีบที่เริ่มประกาศในเดือนพฤษภาคมและเร่งจบในเดือนมิถุนายนนั้น เมื่อบวกกับการผ่อนคลายขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างเช่นนี้ จะเปิดช่องให้นักการเมืองสามารถเข้ามาแทรกแซงได้ง่ายผ่านรัฐมนตรี รวมทั้งไม่มีกระบวนการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ชัดเจน นอกจากนี้ รัฐบาลมีปัญหายังไม่ทราบผลการเจรจาภาษีอากรการค้ากับสหรัฐ จึงควรจะชะลอการใช้เงินตามโครงการนี้ไว้ก่อนจนเลยวันที่ 1 ส.ค. ไปก่อนเผื่อเอาไว้หากมีความจำเป็นหลังต้องเยียวยาจากผลเจรจาดังกล่าว” นายธีระชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...