โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

มจธ.สร้างตลาดวัฒนธรรมกะเหรี่ยง ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาชายขอบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 01.50 น.

กลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดราชบุรี หรือกะเหรี่ยง เป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยมีวัฒนธรรมและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีวิถีชีวิตที่อยู่อาศัยใกล้ชิดกับธรรมชาติและป่าเขา และมีภูมิปัญญาในการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านความเชื่อและพิธีกรรมในการดูแลรักษาป่าและแหล่งน้ำ

ในปัจจุบัน ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดราชบุรีกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ทำให้เกิดความท้าทายในการรักษาอัตลักษณ์และวัฒนธรรมเดิม หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงได้สนับสนุนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) พัฒนาชุดความรู้แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของกลุ่มชาติพันธุ์จังหวัดราชบุรี และจังหวัดชายขอบ ด้วยการสร้างมูลค่าทางนวัตกรรมกะเหรี่ยงด้วยตลาดวัฒนธรรม

รศ.ดร.อุเทน คำน่าน รองผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ฝ่ายบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยถึงโครงการวิจัยการพัฒนาการเรียนรู้ สมรรถนะฐานอาชีพสำหรับนักเรียนด้อยโอกาสและนวัตกรรมเชิงระบบเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนชายขอบ จังหวัดราชบุรี และโครงการวิจัยทุนทางวัฒนธรรมกะเหรี่ยงโผล่งในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี ช่วงราชบุรีและเพชรบุรี

เป็นโครงการวิจัยที่ดำเนินการโดยคณาจารย์นักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพท. โดยกล่าวว่า โครงการวิจัยทั้ง 2 โครงการดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ และมีเป้าหมายสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแก่ชุมชนในพื้นที่ชายขอบ ที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

โดยใช้ชุดความรู้จากงานวิจัยไปออกแบบเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอน ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และประยุกต์ฐานทุนทางวัฒนธรรม ตลอดจนทรัพยากรในพื้นที่ มาสร้างมูลค่า สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มีความมั่นคง ยั่งยืน

กลไกช่วยเหลือครู

ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า โครงการวิจัยการพัฒนาการเรียนรู้ สมรรถนะฐานอาชีพสำหรับนักเรียนด้อยโอกาสและนวัตกรรมเชิงระบบเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนชายขอบ จังหวัดราชบุรี ได้กำหนดพื้นที่วิจัยครอบคลุม 6 อำเภอของจังหวัดราชบุรี ได้แก่ สวนผึ้ง, บ้านคา, จอมบึง, บ้านโป่ง, โพธาราม และอำเภอเมือง

ริเริ่มดำเนินการในช่วงเวลาที่โรคโควิด-19 มีการแพร่ระบาด และเป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอนในโรงเรียน ทำให้นักเรียนขาดโอกาสทางการศึกษา โดยคณะนักวิจัยได้ค้นคว้าวิจัยแสวงหาแนวทางและเครื่องมือที่จะแก้ปัญหา ก้าวข้ามข้อจำกัดและอุปสรรค เพื่อทำให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ ถือเป็นโมเดลการจัดการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ที่ตอบโจทย์และยั่งยืน ด้วยการวางระบบ กลไกช่วยเหลือครู โดยมีมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นกลไกสำคัญ

“คณะนักวิจัยค้นพบว่ากลไกอาสาสมัครเพื่อการศึกษาประจำหมู่บ้าน (อศม.) ด้วยการประยุกต์แนวความคิดมาจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ในระบบสาธารณสุข สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ โดยให้ทำหน้าที่เป็นเสมือนครูช่วยสอน ซึ่งได้ผลดีเยี่ยม”

ศุเรนทร์ ฐปนางกูร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า แนวทางในการพัฒนา อศม. หรืออาสาสมัครเพื่อการศึกษาประจำหมู่บ้าน นับเป็น “นวัตกรรมอาสาสมัครการศึกษา” สามารถแก้ไขปัญหานักเรียนตกหล่นทางการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างได้ผล คณะวิจัยจะคัดสรรบุคคลจิตอาสา ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับนับถือของชุมชน ไปรับการอบรมทักษะการถ่ายทอดวิชาความรู้ เพื่อไปทำหน้าที่ อศม. สอนนักเรียนในหมู่บ้าน

“นอกจาก อศม.แล้ว คณะวิจัยยังพัฒนาสื่อช่วยสอน และเครื่องมือช่วยสอนสำหรับ อศม. ด้วยการพัฒนาเนื้อหาหลักสูตรที่มีทั้งวิชาการ และวิชาชีพที่สอดคล้องกับบริบทชุมชน บันทึกไฟล์เสียงใส่ทรัมบ์ไดรฟ์ สำหรับไปถ่ายทอดสู่การรับรู้ของผู้เรียน ผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ เพื่อความสะดวกคล่องตัว เนื่องจากบริเวณพื้นที่ชายขอบจะมีปัญหาข้อจำกัดเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต และระบบไฟฟ้า”

ญาณิฐา สินธุศิริ ครูชำนาญการ โรงเรียนกลุ่มนักข่าวหญิง 2 บ้านบ่อหวี ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องของโครงการวิจัยการพัฒนาการเรียนรู้ สมรรถนะฐานอาชีพสำหรับนักเรียนด้อยโอกาสและนวัตกรรมเชิงระบบเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนชายขอบ จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า

โครงการวิจัยดังกล่าวมีบทบาทอย่างสูงในการแก้ปัญหานักเรียนตกหล่นกลางคันได้เป็นอย่างดี ตลอดจนเสริมทักษะด้านอาชีพ ด้านการจัดการแก่ทั้งตัวนักเรียน รวมไปถึงผู้ปกครอง ไม่เพียงเฉพาะความรู้ทางวิชาการทักษะด้านอาชีพ แต่ยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อน-เชื่อมต่อบนฐานทุนวัฒนธรรมและทรัพยากรในท้องถิ่นอีกด้วย

สร้างตลาดวัฒนธรรม

ผศ.นันทนา บุญลออ นักวิจัยภายใต้กรอบการจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและสำนึกท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยกะเหรี่ยง พื้นที่แถบเทือกเขาตะนาวศรี กล่าวว่า ผลจากการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คือ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงโรงเรียน-ชุมชน-ครัวเรือนเข้าด้วยกัน จากการสืบค้นทุนทางวัฒนธรรมและการนำไปสร้างให้เกิดมูลค่า โดยมุ่งเน้นสนองความต้องการของชุมชน สอดคล้องกับเศรษฐกิจชุมชน ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ในชุมชน

โดยในระยะต่อมา สามารถกระตุ้นให้เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลงหรือนวัตกรชุมชน นวัตกรเชิงวัฒนธรรม นักจัดการข้อมูลวัฒนธรรมของพื้นที่ เกิดศูนย์เรียนรู้ศิลปะการย้อมสีธรรมชาติและหัตถกรรมผ้ากะเหรี่ยง ศูนย์เรียนรู้หัตถกรรมการตีเม็ดเงินกะเหรี่ยง ศูนย์เรียนรู้การขึ้นรูปภาชนะจากใบไม้และเส้นใยธรรมชาติ ตลาดวิถีวัฒนธรรม อีกทั้งยังสนับสนุนให้นักเรียนมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างโลกความเป็นจริงที่สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

ก่อเกิดเป็นการเชื่อมต่อประชาคมวัฒนธรรมของพื้นที่ต่าง ๆ และก้าวสู่การสร้างแพลตฟอร์มในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสำนึกท้องถิ่นบนฐานทุนวัฒนธรรมในปีปัจจุบันผ่านโครงการ ตลาดวิถีวัฒนธรรมกะเหรี่ยงน่าเอ๊ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนบนฐานทุนวัฒนธรรมและการบริหารจัดการตลาดวัฒนธรรมเพื่อสร้างสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ชาติพันธุ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มจธ.สร้างตลาดวัฒนธรรมกะเหรี่ยง ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาชายขอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...